ครั้งหนึ่ง เมื่อหลายปีที่แล้ว มีงานวิชาการ “ปั้นนักข่าวเป็นนักเขียน” ที่รีสอร์ตสวยริมแม่กลอง เจ้าภาพคุ้นกัน ชวนผมไปผสมโรงฟัง...ก็เป็นนักข่าวมาสี่ห้าสิบปี ก็อยากเป็นนักเขียนกับเขาบ้างนี่นา!นักข่าวนะครับ ข้อจำกัดอยู่การจะคิดจะเขียนเรื่องอะไร ยังยึดโยงอยู่ในวงของความจริง จะเขียนให้ตะลึงพรึงเพริดสุดโต่งอย่างนักเขียนไม่ได้อย่างวันนี้ ผมเอือมระอา...กับการไร้ทั้งกฎ ไร้กติกา ไร้ทั้งมารยาทของนักการเมือง อยากจะเขียนด่าให้สะใจจนมุมเต็มที่ เปิดหนังสือหลายเล่มอ่าน...เจอ ชวน “อ่าน” ชวน “คิด” พินิจวรรณกรรมร่วมสมัย เขียนโดย ศาสตราจารย์ ดร.รื่นฤทัย สัจจพันธุ์ (สำนักพิมพ์แสงดาว พ.ศ.2559)เจอบทวิจารณ์ งานของ วินทร์ เลียววาริณ เรื่องสั้น ชุด ประเทศผีสิง นี่แหละ...ใช่เลยอาจารย์รื่นฤทัย นิยามงานชุดนี้ “หากใครได้อ่านงานเขียนของวินทร์อย่างต่อเนื่อง จะรู้สึกได้ ไม่ว่าวินทร์จะเขียนเรื่องในแนวใด ประเด็นใหญ่ๆที่วินทร์สนใจมีสองประเด็นคือความหมายของการดำรงอยู่ของมนุษย์ กับความสกปรกโสมมของนักการเมือง”เรื่องหนึ่ง กระเป๋าตกค้าง เรื่องสั้นเรื่องนี้ใช้ความลึกลับของกระเป๋าใบหนึ่ง ในเที่ยวบินมรณะซึ่งเดินทางกลับมาหาเจ้าของ เป็นสื่อสัญญาณจากวิญญาณของพ่อที่ส่งข่าวมาบอกให้ลูกชายปฏิบัติภารกิจที่เขาทำสำเร็จเมื่อยี่สิบปีก่อนนั่นคือกำหนดตำแหน่งการบิน ให้เครื่องบิน 2 ลำชนกันเพื่อให้นักปั่นหุ้น นักค้ายาเสพติด และหัวหน้าพรรคการเมือง ที่กำลังก้าวสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้โดยสารในเครื่องบินส่วนตัวลำหนึ่ง จะได้ถูกสังหารด้วยอุบัติเหตุจราจรทางอากาศแน่นอน เรื่องเช่นนี้ทำให้มีคำถามว่า การจะฆ่าคนเลวคนหนึ่งให้ตาย แต่ต้องทำร้ายผู้บริสุทธิ์อีกหลายร้อยชีวิตเช่นนี้ สมควรแล้วหรืออาจารย์รื่นฤทัย ย่อเรื่องสั้นเรื่องกระเป๋าตกค้างให้อ่านแล้วเขียนว่านึกถึงคำพูดของปราชญ์อาวุโสท่านหนึ่ง ท่านยอมอุทิศตนผูกระเบิดพลีชีพสังหารนักการเมืองเลว เพื่อช่วยให้ประเทศพ้นจากความล่มสลาย อันเกิดจากความขัดแย้งเรื่องสั้นอีกเรื่อง เงาซ้อน เป็นเรื่องของวิญญาณเดียวครองสองร่าง คนหนึ่งคิด อีกคนหนึ่งทำ ราวกับเป็นเงาของกันและกันที่น่าสนใจ คือคนที่ถูกฆ่าตายทั้ง 5 คน มีทนายความเลว ข้าราชการโสมม นักการเมืองชั่ว นักวิชาการบริการและสื่อมวลชนรับใช้นักการเมืองตัวละครหนึ่ง กล่าวว่า “พวกเราชอบด่านักการเมืองชั่ว ชั่วอย่างนั้นชั่วอย่างนี้แต่รู้มั้ย นักการเมืองจะชั่วไม่ได้หรอก หากไม่มีใครร่วมมือด้วยหากข้าราชการไม่ร่วมมือขานรับนโยบายชั่ว ทนายความไม่ทำงานด้วย นักหนังสือพิมพ์ไม่เป็นกระบอกเสียงให้ ว่าก็ว่าเถอะ พวกเราเป็นคนสร้างนักการเมืองชั่วขึ้นมาเอง”อ่านแล้ว...เป็นไง? จินตนาการของนักเขียน ไปไกลไร้ขีดจำกัดจริงๆหากนักข่าวอย่างผมอยากเขียนขึ้นมาบ้าง แค่คิดแล้วเขียน ก็คงได้แค่นั้น...บก.ท่านคงไม่ยอมให้เอาไปเรียงเป็นตัวพิมพ์แน่ตัวอย่างบางบ้านเมืองใกล้ๆ แค่มนุษย์ป้าตะโกนด่าท่านผู้นำ ผล ก็ถูกอุ้มไปปิดปากน่ะซี! นี่่ขนาดบ้านนี้เมืองนั้น ใช้ป้ายปกครองแบบประชาธิปไตยนะตัวเอง.กิเลน ประลองเชิง