“ทำแล้ว-ทำอยู่-ทำต่อ” คือวาทะสำคัญของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขณะที่นำคณะไปพบปะประชาชน ชาวจันทบุรี นายกรัฐมนตรีขอให้ประชาชนดูว่าทุกวันนี้ รัฐบาลได้ทำอะไรไปบ้าง และกำลังทำต่อให้ดีขึ้น มีรายงานข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์อาจใช้คำว่า “ทำแล้ว-ทำอยู่-ทำต่อ” เป็นคำขวัญหาเสียงเลือกตั้งฟังดูคล้ายกับคำขวัญหาเสียงเลือกตั้งของพรรคกิจสังคม ซึ่งมี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นผู้นำ เมื่อปี 2522 เกือบ 50 ปีมาแล้ว ซึ่งพรรคกิจสังคมชนะท่วมท้น ภายใต้คำขวัญ “เราทำได้ ได้ทำแล้ว และจะทำต่อไป” ได้ ส.ส.เพิ่มขึ้นจาก 18 ที่นั่ง เมื่อปี 2517 พุ่งขึ้นเป็นเกือบ 100 ที่นั่ง ในอีกไม่กี่ปีแต่ไม่ได้เป็นแกนนำรัฐบาล เพราะขณะนั้นอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ 2521 “ฉบับประชาธิปไตยครึ่งใบ” ที่ให้ ส.ว.จากการแต่งตั้งเป็นผู้ค้ำบัลลังก์ของรัฐบาลที่สืบทอดอำนาจจากคณะรัฐประหาร เหตุที่ชนะท่วมท้นเพราะนโยบายประชานิยม ที่พรรคกิจสังคมประกาศ “เงินผัน ประกันราคาพืชผล สร้างสภาตำบล คนจนรักษาฟรี” ขณะที่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ เป็นนายก รัฐมนตรี หลังการเลือกตั้งเมื่อปี 2517เงินที่รัฐบาลแจกตำบลละ 2 แสนบาท เพื่อให้ประชาชนนำไปพัฒนาท้องถิ่น ตามที่เห็นควร ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า “เงินผันคึกฤทธิ์” ชาวอีสานเรียก ร.ม.ว.คึกฤทธิ์ว่า “พ่อใหญ่คึกฤทธิ์” เจ้าตำรับประชานิยมรัฐบาลต่อๆมาต่อยอดนโยบายประชานิยมให้เฟื่องฟูยิ่งขึ้น จากเงินผันตำบลละ 2 แสนบาท เป็นกองทุนหมู่บ้านละ 1 ล้านบาท รัฐบาลบางคณะประกาศให้เงินผัน เป็นโครงการสร้างงานในชนบท การประกันราคาพืชผลยังเป็นยอดนิยม นโยบายสร้างสภาตำบล พัฒนาเป็น อบต.ทั่วประเทศ ส่วน “คนจนรักษาฟรี” กลายเป็นบัตรทองพล.อ.ประยุทธ์อ้างว่าเกือบ 9 ปี ที่เป็นนายกรัฐมนตรี ได้สร้างคุณงามความดีให้ประเทศมากมาย ขณะนี้ก็ยังทำอยู่ และจะทำต่อไป แต่นักวิชาการและนักการเมืองฝ่ายค้านระบุว่า เป็น “ทศวรรษแห่งความสูญเปล่า” ประเทศถอยหลังทั้งด้านการเมือง ด้านเศรษฐกิจและสังคม ด้านการเมืองยังเป็นประชาธิป ไตยครึ่งใบด้านเศรษฐกิจเต็มไปด้วยหนี้สินล้นพ้น ทั้งหนี้ภาครัฐและหนี้ครัวเรือนภาคประชาชน สองพรรคของพี่น้อง 2 ป. แย่งกันอ้างผลงานการแจกบัตรสวัสดิการรัฐที่ชาวบ้านเรียก “บัตรคนจน” แต่รัฐบาลไม่ยอมรับว่าคนกว่า 20 ล้านที่ยื่นขอบัตรเป็นคนจน ซํ้าเติมด้วยปัญหาความเหลื่อมลํ้าที่พุ่งขึ้นเป็นระดับต้นๆของโลก.