เมื่อ 26 ปีก่อน บริษัทฮอนด้าของประเทศญี่ปุ่น ได้เปิดตัวหุ่นยนต์ “อาซิโม” ขนาดความสูง 130 เซนติเมตร น้ำหนัก 54 กิโลกรัม ที่ยืนและเคลื่อนไหวได้อย่าง นุ่มนวลคล้ายกับคนมาวันนี้โลกเรากำลังก้าวสู่ขั้นต่อไป สายการบินเจแปน แอร์ไลน์ส ของประเทศญี่ปุ่น ร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีจีเอ็มโอ เอไอ ได้ตัดสินใจเริ่มการทดสอบเป็นระยะเวลา 2 ปี นำหุ่นยนต์ฮิวมานอยส์มาใช้งานจริง ที่สนามบิน “ฮาเนดะ” กรุงโตเกียว เริ่มกำหนดการตั้งแต่เดือน พ.ค.เป็นต้นไปเพียงแต่เป็นหุ่นยนต์ของบริษัทสัญชาติจีน ยูนิทรี G1 ขนาดความสูง 132 เซนติเมตร น้ำหนัก 35 กิโลกรัม ที่เพิ่งโชว์ขีดความสามารถ ให้โลกตะลึง ภายในงานเฉลิมฉลองตรุษจีนของรัฐบาลจีนเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และเริ่มการจำหน่ายสู่สาธารณชนไปแล้วในราคาประมาณ ตัวละ 432,000 บาทหากตัดเรื่องการเมืองญี่ปุ่นทะเลาะกับจีนออกไป สิ่งนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่ไม่อาจเพิกเฉยได้ เพราะนับเป็นเหตุการณ์หมุดหมาย ว่าหุ่นยนต์กำลังก้าวเข้าสู่ “ตลาดแรงงาน” อย่างเป็นทางการ ก่อนหน้านี้กระบวนการผลิตสินค้าต่างๆ ในโรงงานได้ทยอยเปลี่ยนจากการใช้คนไปเป็นใช้ระบบอัตโนมัติอย่างต่อเนื่อง มาวันนี้ หุ่นยนต์ราคาสี่แสนกว่าบาท เทียบได้กับเงินเดือน 5 เดือน ของพนักงานส่วนดูแลภาคพื้นดินของสนามบินฮาเนดะญี่ปุ่น กำลังจะทำหน้าที่ยกของขนของโหลดขึ้นเครื่องหุ่นยูนิทรีจำเป็นต้องชาร์จไฟทุกๆ 2 ชั่วโมง แต่ไม่มีปัญหาเรื่องกำลังกาย เรื่องอายุ ที่แก่ตัวลง การย้ายถิ่นที่อยู่ หรือการลาออก จากงาน ขณะที่พนักงานมนุษย์มีสิ่งที่กล่าวมาครบถ้วน สนามบินญี่ปุ่นจ่ายเงินเดือนต่อปีประมาณ 1.12 ถึง 1.44 ล้านบาท ไม่นับรวมสวัสดิการต่างๆหากหุ่นยนต์ทำงานแทนคนได้ ย่อมหมายถึง “อำนาจการต่อรอง” ของแรงงานที่ หมดความจำเป็น การเรียกร้องต่างๆสามารถถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์ได้ทันที จึงไม่แปลกที่ ทางบริษัทจะระบุว่า หากการทดสอบการ ทำงาน 2 ปี สัมฤทธิผล ก็จะเดินหน้าแผนการ ให้หุ่นยนต์มาทำหน้าที่บางส่วนอย่างถาวร.ตุ๊ ปากเกร็ดคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม