“อนุทิน” นั่งไม่ติดเคลียร์ ครม.รุมฟัดกัญชาเสรี โวยกฎหมายถูกเตะถ่วงถึงต้องออกประกาศ สธ. จวกไม่ควรประวิงเวลาออก พ.ร.บ.กัญชาฯ “ศุภชัย” จี้สภาฯเร่งคลอด ก.ม.จบดราม่าสังคมสับสน “ระวี” ดันสุดลิ่มนิรโทษกรรม มั่นใจไม่สุมไฟขัดแย้งซ้ำรอยฉบับสุดซอย ตั้งแท่นชง “ชวน” 30 พ.ย. หวังปิดจ๊อบทันสมัยประชุมสภาฯนี้ พท.โดดเกาะขบวน “ชลน่าน” ขอเพิ่มฟอกขาวคดีทุจริตจากเหตุการเมือง พท.-รัฐบาลลากเอเปกขิงใส่กันยับ “อุ๊งอิ๊ง” ยกผลงาน 19 ปียุค “ทักษิณ” สอนเชิง รบ.ใช้การทูตเชิงเศรษฐกิจให้เป็น ไม่ใช่แค่หวังหน้าตา “ทิพานัน” ย้อนน่าอายมัวแต่ยกย่องคนโกง “บิ๊กตู่” โปรยยิ้มสยามจ๊ะจ๋า เปิดเวทีอธิการบดี ม.เอเปก “กลุ่มราษฎร” ชุมนุมลานคนเมือง จี้ “ลุงตู่” ถอนตัวพ้นประธานเอเปก ยกเลิกนโยบายบีซีจีเอื้อนายทุน ไล่ยุบสภาเลือกตั้ง-ร่าง รธน.ใหม่ ยื่นคำขาดยกเลิกประกาศห้ามม็อบชุมนุมจากกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รุมซักถามแสดงความเห็นเป็นห่วงปัญหาการใช้กัญชาเสรี ที่แม้จะมีประกาศกระทรวงสาธารณสุขควบคุมกัญชาเพื่อควบคุมการใช้ช่อดอก เมื่อวันที่ 11 พ.ย.ออกมาเตรียมประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา แต่ยังขาดความชัดเจนในการป้องกันเด็กและเยาวชนเข้าถึงกัญชาได้โดยง่าย “อนุทิน” รับทราบ ครม.ฟัดกัญชาเสรีเมื่อวันที่ 16 พ.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข (สธ.) ลงนามตามคำแนะนำของคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยออกเป็นประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพร ควบคุมกัญชาเพื่อควบคุมการใช้ช่อดอก เมื่อวันที่ 11 พ.ย.จะมีผลบังคับใช้หลังจากที่เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา แต่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 15 พ.ย. มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน หารือถึงประกาศฉบับดังกล่าวและเห็นว่าประกาศเป็นเรื่องสำคัญ อยากให้หารือเข้าใจก่อนจะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯจะนำเรื่องนี้หารือในที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ล่าสุดนายอนุทินให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวสั้นๆว่ารับทราบความเห็นจากที่ประชุม ครม.แล้ว ขณะนี้อยู่ในระหว่างการเดินทางกลับจากภารกิจที่ประเทศญี่ปุ่น ยังไม่สะดวกให้ข้อมูลชี้ ก.ม.ถูกเตะถ่วงต้องออกประกาศ สธ.ต่อมานายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข โพสต์เฟซบุ๊กว่า ได้เห็นข่าวนายสมชาย แสวงการ ส.ว.แสดงความกังวลร้านค้าที่ขายกัญชาให้นักท่องเที่ยวสูบในร้าน เข้าใจข้อกังวลของสังคมเรื่องนี้มาระยะหนึ่งแล้ว ระหว่างที่เรารอการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชากัญชงฯในสภาฯ นั่นคือเหตุผลที่เราออกประกาศ สธ.ว่าด้วยเรื่องกำหนดช่อดอกเป็นสมุนไพรควบคุมฉบับใหม่ที่ปรับปรุงจากฉบับเดิมขึ้นมา ห้ามการขายช่อดอกทั้งหมดไม่ว่ากับใครยกเว้นได้รับอนุญาต ได้ลงนามและส่งไปที่สำนักงานเลขาธิการ ครม. เพื่อให้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว หมายความว่าหลังประกาศฉบับนี้ถูกประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา ใครก็เปิดร้านกัญชาเพื่อสูบไม่ได้ ขายช่อดอกไม่ได้ ยกเว้นคนที่ขอใบอนุญาต เราเปิดช่องไว้สำหรับการแพทย์ อย่าลืมว่ามีการใช้กัญชาเพื่อรักษาโรคและบำบัดการติดยาเสพติดเช่นพวกยาบ้าได้ด้วยโวยลั่นไม่ควรประวิงเวลาออก ก.ม.“ผมเห็นตรงกับท่าน ส.ว. อยากให้สภาฯพิจารณาผ่านกฎหมายโดยเร็ว ไม่ควรประวิงเวลา เพราะถ้ามีกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอยู่ในที่เดียวกัน แทนที่จะเป็นประกาศหลายฉบับอย่างที่มีอยู่ ย่อมสะดวกกว่าสำหรับผู้บังคับใช้ หากมีอะไรที่กระทรวงสาธารณสุขทำเพิ่มเติมได้ระหว่างนี้ เราจะดำเนินการอย่างดีที่สุด” นายอนุทินกล่าวจี้ออก พ.ร.บ.สยบสับสน จบดราม่านายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภท.ในฐานะประธานคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชากัญชงฯ กล่าวถึงการเผยแพร่ภาพเยาวชนสูบกัญชาว่าแบบนั้นผิดกฎหมายแน่นอน ตำรวจเข้าไปจัดการได้เลยประกาศ สธ. เรื่องการให้กัญชาเป็นสมุนไพรควบคุมทั้งฉบับเก่าและฉบับล่าสุด เขียนไว้ชัดเจนว่าห้ามเยาวชน คนท้อง สตรีให้นมบุตรเข้าถึงกัญชาระบุโทษชัด คนให้ คนขาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตำรวจลุยได้เลย เอาเข้าจริงปัญหาตอนนี้ส่วนหนึ่ง เพราะตำรวจจำนวนมากไปจนถึงสังคมยังสับสนกับกฎหมายกัญชา ที่มันออกมาในรูปของประกาศสารพัด การให้เด็กใช้มันผิดกฎหมายแน่นอน แต่ตำรวจอาจยังไม่รู้ สังคมเองอาจยังไม่ทราบ เนื่องจากความเป็นประกาศ มันเลยดูไม่เข้มแข็ง จริงจัง ทั้งที่เป็นกฎหมายความสับสนทำให้เกิดความกล้าๆกลัวๆ กว่าจะเข้าใจเรื่องประกาศต้องอาศัยเวลา ถ้ามี พ.ร.บ.ออกมา ความสับสนจะหายไปเลยทันที ต้องขอขอบคุณภาคประชาชนไปจนถึง ส.ว.สมชาย แสวงการ ที่ออกมาสะท้อนสิ่งที่เกิดในสังคมและเร่งให้ออก พ.ร.บ.มาบังคับใช้ ท่านเข้าใจความจำเป็นของกฎหมายฉบับนี้ก้าวไกลนั่งบนภูดู ภท.–ปชป.งัดข้อน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. ... ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ช่วงหลังการประชุมเอเปก พรรคร่วมรัฐบาลยังมีความเห็นต่างกันจะส่งผลทำให้การเมืองเกิดความขัดแย้งมากยิ่งขึ้นหรือไม่ว่า พรรคก้าวไกลนัดวันที่ 22 พ.ย.เพื่อลงมติการประชุม ส.ส.ว่าจะโหวตกฎหมายฉบับนี้ไปในทิศทางใด กรรมา ธิการฯในสัดส่วนพรรคก้าวไกลได้ขอสงวนความเห็นในกฎหมายนี้จำนวนมาก ต้องรอดูว่าจะโน้มน้าวสภาฯ ให้เห็นด้วยกับ กมธ.เสียงข้างน้อยได้หรือไม่ ส่วนความขัดแย้งของพรรคร่วมรัฐบาลเราเห็นมาเป็นระยะแล้วในการโหวตวาระ 1 แทบจะไม่มีใครไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ แต่เมื่อเข้าใกล้การประชุมวาระ 2-3 ฝั่งพรรคร่วมรัฐบาลเริ่มมีความขัดแย้งเข้มข้นและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจากพรรค ภท.และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยังคงหาข้อสรุปร่วมกันไม่ได้ ส่งผลให้กลายเป็นความขัดแย้งภายใน ครม.ด้วย คงจะเกิดเหตุการณ์นี้ในสภาฯไม่ต่างกันเท่าใด จากนี้เราจะเห็นภาพฝ่ายที่เป็นรัฐบาลเห็นตรงข้ามกันและจะส่งผลต่อการลงคะแนนในที่สุดด้วย ถือเป็นภาพสะท้อนการเมืองไทยที่ชัดเจนมากที่สุดในช่วงที่ผ่านมา ยิ่งใกล้วันเลือกตั้งมากขึ้นเท่าไหร่จะยิ่งเห็นอาการไม่ลงรอยกันของพรรคร่วมรัฐบาลมากขึ้นเท่านั้น จ่อเปิดแผนกระจายอำนาจ–รื้อ รธน.น.ส.ศิริกัญญากล่าวอีกว่า พรรคก้าวไกลเตรียมจะเปิดนโยบายเพิ่มเติม เพื่อเตรียมพร้อมเลือกตั้งอีก ในวันที่ 26 พ.ย.จะเปิดนโยบายเกี่ยวกับการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น ต่อด้วยวันที่ 29-30 พ.ย.ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญปลดล็อกท้องถิ่นที่ร่วมจัดทำกับคณะก้าวหน้าจะเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา จึงถือว่าเป็นช่วงเวลาของการปลุกนโยบายกระจายอำนาจและยุติรัฐราชการรวมศูนย์ไปพร้อมกันพท.ขอแจมเพิ่มล้างผิดคดีทุจริตอีกเรื่อง นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงข้อเสนอของนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ที่ต้องการเพิ่มประเด็นในร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมใน 4 กรณีคือ คดีกบฏ คดีผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 คดียุบพรรค ตัดสิทธิทางการเมือง และคดีทุจริตที่มีแรงจูงใจทางการเมืองว่า ยังไม่ได้คุยกับนายมงคลกิตติ์และไม่ทราบรายละเอียดดังกล่าว แต่เนื้อหาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่ตนเสนอเป็นไปได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมเนื้อหา โดยเดินสายคุยกับแกนนำพรรคการเมืองต่างๆ เบื้องต้นมีประเด็นที่เป็นข้อเสนอมาจากพรรคเพื่อไทย โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เสนอประเด็นนิรโทษกรรมคดีทุจริตที่มีเหตุมาจากการเมือง เป็นต้น รวมถึงคดีอาญารุนแรง การเผาสถานที่ราชการที่เป็นฝ่ายประชาชน ซึ่งได้รับการลงโทษติดคุกแล้ว เป็นต้น จะเดินสายหารือพรรคก้าวไกลด้วยรอยื่น “ชวน” ดันเข้าสภาฯ 30 พ.ย.นพ.ระวีกล่าวอีกว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นเตรียมการเสนอ คาดว่าจะเสนอให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 30 พ.ย. โดยรายละเอียดต้องได้รับเสียงสนับสนุนจาก ส.ส. ไม่น้อยกว่า 20 คน เพื่อเสนอร่างกฎหมาย หากพูดคุยได้ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล อาจทำให้ร่างกฎหมายดังกล่าวเลื่อนลำดับการพิจารณา นำไปสู่การตั้งกรรมาธิการ แล้วเสร็จทันสมัยประชุมสภาฯนี้ ส่วนการรับฟังความเห็นประชาชน เบื้องต้นอาจทำเป็นกระบวนการคู่ขนาน สำหรับความเห็นของฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลที่เสนอเพิ่มเติมสามารถพูดคุยกันได้เพิ่มเติมว่าจะพิจารณาอย่างไร คุยกันได้ในชั้นกรรมาธิการ ยืนยันว่าร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่เตรียมเสนอจะไม่เป็นต้นเหตุความขัดแย้ง เหมือนกรณีพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอย ปี 2556 เพราะมีกรอบและกติกาที่เป็นเงื่อนไขชัดเจน“สมคิด” เชื่อเข้าคูหาก่อนสงกรานต์ปี 66นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการเมืองหลังเสร็จสิ้นการประชุมเอเปกว่า ท่าทีของพรรคการเมืองต่างๆจะชัดเจนเกี่ยวกับการกำหนดทิศทางของตัวเอง เพื่อเตรียมคนลงสมัครรับเลือกตั้งมากขึ้น รวมถึงรายชื่อแคนดิเดตนายกฯของแต่ละพรรค เชื่อว่าจะชัดเจนภายในเดือน ธ.ค. อีกทั้งผู้สมัคร ส.ส.ของแต่ละพรรคจะมีความชัดเจนเกือบร้อย 100% ทุกพรรค ส่วนการเลือกตั้งคงเกิดขึ้นก่อนวันสงกรานต์ เพราะเชื่อว่าจะมีการยุบสภาฯไม่เกินกลางเดือน ก.พ. เพราะช่วงนั้น ส.ส.จะมีการลาออกเพื่อโยกย้ายพรรคกันจำนวนมากนำไปสู่การยุบสภาฯโอ่ฝ่ายค้านเกินครึ่งสะกิด ส.ว.ฟัง ปชช.เมื่อถามว่า ท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม จะมีผลต่อการเมืองไทยอย่างไร นายสมคิดกล่าวว่า กระแสของ พล.อ.ประยุทธ์ยังคงพอมีอยู่สำหรับประชาชนบางกลุ่ม ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ประกาศเดินหน้าต่อแล้วไปอยู่พรรคการเมืองไหน เชื่อว่าจะมี ส.ส.ย้ายตามไปจำนวนหนึ่ง แล้วปัจจัยนี้จะทำให้การเมืองในซีกรัฐบาลชัดเจนขึ้น แต่ในส่วนของฝ่ายค้านท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นอย่างไรไม่มีผล เพราะพรรคร่วมฝ่ายค้านแต่ละพรรคเตรียมผู้สมัครของตัวเองไว้แล้ว และมั่นใจว่าจากการบริหารงานที่ผ่านมาของรัฐบาล จะทำให้เสียงพรรคร่วมฝ่ายค้านเดิมได้คะแนนมากขึ้นจนเป็นเสียงส่วนมากของสภาฯ แต่จะผลักดันนายกฯได้หรือไม่คงต้องขึ้นกับ ส.ว.ว่าจะฟังเสียงประชาชนหรือไม่ “อิ๊ง” แนะ รบ.ใช้การทูตเชิง ศก.ให้เป็นวันเดียวกัน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรืออุ๊งอิ๊ง หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว @ingshin ว่า เมื่อ 19 ปีที่แล้ว รัฐบาลไทยรักไทยใช้เอเปกเป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมเศรษฐกิจประเทศไทยที่กำลังฟื้นฟูหลังวิกฤติต้มยำกุ้งและโรคระบาดซาร์ส เวทีเอเปกครั้งนั้นคือโอกาสสำคัญที่จะใช้การทูตเชิงเศรษฐกิจ เพื่อสร้างผลประโยชน์แก่ประชาชนให้ได้มากที่สุด รัฐบาลตอนนั้นมีความตั้งใจจะสร้างความร่วมมือระหว่างกลุ่มประเทศสมาชิกเอเปก หรือ 21 เขตเศรษฐกิจที่มีความแตกต่างและความหลากหลายสูง เพราะถ้าประเทศไทยทำข้อตกลงต่างๆได้สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นข้อตกลงทางเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ จะเกิดการจ้างงาน สร้างโอกาส สร้างรายได้ เกษตรกรมีรายได้ ผู้ส่งออกได้ส่งออกสินค้า มีเงินตราไหลเข้าประเทศ และพลิกฟื้นเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเราในฐานะที่เป็นประชาชนคนไทยคนหนึ่ง จึงคาดหวังว่าจะได้รับผลประโยชน์อะไรจากการประชุมเอเปกครั้งนี้ เหมือนครั้งเมื่อ 19 ปีที่แล้ว ที่รัฐบาลยึดถือและมีหัวใจคือประชาชนเป็นสำคัญไม่ใช่แค่หน้าตาต้องดันข้อตกลงการค้าน.ส.แพทองธารระบุว่า เชื่อว่าประเทศไทยมีศักยภาพและมีเสน่ห์มากพอที่จะดึงดูดให้ใครหลายๆคน หลายๆประเทศ ให้ความสนใจในระดับเวทีโลก 19 ปีที่แล้ว เรายังทำได้ เป็นทั้งหนึ่งในผู้นำสำคัญของอาเซียนและยังถูกพูดถึงว่าเป็นเสือตัวที่5 ของเอเชีย ในปีนี้ก็ต้องทำได้เช่นกัน สิ่งสำคัญของการประชุมเอเปก 2022 ที่เราคาดหวัง จึงไม่ใช่แค่การแสดงศักยภาพว่าประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพเชิญใครมาบ้าง จัดงานยิ่งใหญ่ตระการตาแค่ไหนอย่างไร แต่เป็นการทำข้อตกลงทางเศรษฐกิจหรือการเมืองระหว่างประเทศ ที่ประชาชนคนไทยทุกคนจะได้รับผลประโยชน์จากสิ่งนั้น ในยามประเทศเกิดวิกฤติทั้งเศรษฐกิจและโรคระบาด ทุกงบประมาณ ทุกภาษีที่ประชาชนจ่าย ทุกสรรพกำลังของข้าราชการ เจ้าหน้าที่ รวมถึงผู้คนอีกจำนวนมากมหาศาลอยู่เบื้องหลังงานครั้งนี้ เราควรทำให้เอเปก 2022 เกิดผลประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ นั่นคือสิ่งที่เราในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่งผู้เสียภาษีคาดหวังกับเอเปก 2022 ภายใต้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.แพทองธารได้ทวีตรูปภาพการประชุมเอเปกสมัยนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีประกอบด้วย“บิ๊กตู่” กำชับภาคธุรกิจเข้าถึงประโยชน์นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกฯฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพเอเปกมาตั้งแต่ปี 63 เพราะจะสร้างประโยชน์ให้คนไทย จึงกำหนดหัวข้อหลักคือ “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล” หรือ “Open. Connect. Balance.” โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ได้สั่งการกำกับการทำงานให้คำนึงถึงหลักการที่สำคัญ คือประเด็นหารือเพื่อจะส่งผลให้ช่วยส่งเสริมการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ธุรกิจทั้งรายเล็กรายใหญ่ได้เข้าถึงประโยชน์จากระบบเศรษฐกิจยุคใหม่ได้เต็มที่ หาช่องทางให้ไทยได้แสดงศักยภาพ และความพร้อมให้โลกได้เห็นผ่านความสำเร็จในการจัดประชุมตลอดทั้งปี และหาโอกาสและช่องทางในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และดึงดูดนักท่องเที่ยวโดยในสัปดาห์การประชุมเอเปกจะมีผู้นำและผู้แทนจากต่างประเทศเดินทางมาเยือนไทยประมาณ 3,000 คน และสื่อต่างชาติอีกกว่า 2,000 คน ทุกคนจะได้เห็นศักยภาพของเศรษฐกิจไทยปัจจุบัน นำไปสู่โอกาสการค้าและการลงทุนที่เพิ่มมากขึ้นโอ่เป็นโอกาสดีโชว์ความเป็นไทยนายอนุชากล่าวอีกว่า การประชุมครั้งนี้จะเป็นโอกาสในการนำเสนอภาพความโดดเด่นทางวัฒนธรรม อาหาร การแสดง และเอกลักษณ์ความสวยงามของไทยไปทั่วโลก ซึ่งในการประชุมผู้นำเอเปกครั้งนี้ ยังมีการประชุมที่เกี่ยวข้องอีกหลายรายการ อาทิ APEC CEO summit, ABAC, APEC SME ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ไทยได้ต้อนรับผู้นำจากหลายประเทศ ทั้งที่เป็นผู้นำเขตเศรษฐกิจ และเป็นแขกพิเศษ ได้แก่ มกุฎราชกุมารและนายกฯซาอุดีอาระเบียและประธานาธิบดีฝรั่งเศส ในโอกาสการประชุมเอเปกครั้งนี้จะมีการลงนามความตกลงทวิภาคีที่เป็นประโยชน์ต่อคนไทยอีกหลายฉบับ และเป็นโอกาสให้รัฐบาลได้นำเสนอวิสัยทัศน์ และความมุ่งมั่นตั้งใจในการส่งเสริมความยั่งยืน นวัตกรรม ควบคู่ไปกับศิลปวัฒนธรรมที่งดงาม“ทิพานัน” ย้อน พท.อวยคนโกงน่าอายน.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบปะประชาชนและช่องทางสื่อสารในสังคมออนไลน์มีประชาชนให้ความสนใจและตื่นตัวในการเป็นเจ้าภาพที่ดีต้อนรับการประชุมเอเปกเป็นอย่างมาก แต่จากกรณีที่พรรคเพื่อไทยอ้างว่าหากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล จะสามารถทำหน้าที่ได้สำเร็จแบบที่เคยปรากฏมาแล้วในอดีตสมัยรัฐบาลไทยรักไทยภายใต้การนำของนายทักษิณ ชินวัตร ในฐานะเจ้าภาพจัดประชุมสุดยอดผู้นำเอเปกนั้น การจัดประชุมแต่ละช่วงเวลานั้น มีบริบทที่แตกต่างกัน ความสำเร็จในแต่ละครั้งก็แตกต่างกัน ที่สำคัญรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม เห็นความสำคัญของชาติเป็นสำคัญ ไม่ใช่ใช้เวทีประชุมเอเปกเพื่อหาผลประโยชน์เข้าตนเอง หรือตระกูลใดตระกูลหนึ่งที่เคยโกงชาติไป การที่พรรคเพื่อไทยสร้างวาทกรรมลดทอนคุณค่าของการจัดการประชุมเอเปก 2022 ย่อมแสดงให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยไม่เห็นแก่ประโยชน์ของชาติและประโยชน์ของประชาชนที่จะได้รับโอกาสดีๆจากการประชุม แต่สิ่งที่เห็นคือพรรคเพื่อไทยกลับยกย่องนายกฯที่โกงชาติ เชิดชูคนหนีคดีทุจริตคอร์รัปชันอย่างนายทักษิณ เอามาอ้างเป็นแบบอย่างในการจัดประชุมเอเปก เป็นเรื่องที่น่าอับอายต่อสายตาผู้นำทั่วโลกอย่างยิ่ง “ธนกร” ซัด “พิธา” ไม่รู้จริงวิจารณ์มั่วนายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ระบุว่ารัฐบาลฝันที่จะใช้การประชุมเอเปกสร้างเศรษฐกิจสีเขียว แต่แค่ PM2.5 ฝุ่นข้ามชาติ ยังไร้ภาวะผู้นำที่จะแก้ไขว่า ถ้านายพิธาไม่รู้จะพูดเรื่องอะไรเพื่อให้ตัวเองได้คะแนนนิยม การไม่วิจารณ์เรื่องการประชุมเอเปกแบบมั่วๆด้วยชุดข้อมูลผิดๆสักเรื่องคงไม่มีใครหาว่านายพิธาเป็นใบ้ ไม่ควรเอาทุกเรื่องมาโยงเป็นเรื่องเดียวกันจนทำให้ประชาชนสับสน หากไม่รู้ควรจะหาข้อมูลให้ได้ข้อเท็จจริงก่อน ไม่ใช่วิพากษ์วิจารณ์แบบตีหัวแล้วเข้าบ้าน ไม่น่าจะใช่แนวทางของนักการเมืองรุ่นใหม่อย่างที่พรรคนายพิธามักจะกล่าวอ้างอยู่บ่อยๆ ยืนยันไทยจะได้ประโยชน์จากการนำแนวคิดเศรษฐกิจ BCG ไปแลกเปลี่ยนในที่ประชุมเอเปกแน่นอน“วรงค์” เหน็บอย่าลืมทุจริตจำนำข้าวนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊กหัวเรื่อง “#ช่วยกันรับแขกบ้านแขกเมืองกันก่อน” มีใจความตอบโต้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ที่ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ว่า หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย แทนที่จะมาคุยโม้โอ้อวดแทนนายทักษิณ นักโทษหนีคดีทุจริต จนถึงเวลานี้ยังไม่มีสำนึกถึงความผิดตนเอง น่าจะออกมาเรียกร้อง ม็อบราษฎรหยุด Apec 2022 มาช่วยกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี ไม่ใช่มัวแต่มาสร้างความวุ่นวาย เพื่อทำให้ประเทศชาติเสียหาย หลังจากร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดีแล้ว ผลที่ออกมาเป็นอย่างไร ค่อยมาวิพากษ์วิจารณ์ ขออย่างเดียวช่วงนี้มาช่วยกันสร้างบรรยากาศ รับแขกบ้านแขกเมือง ให้ชาวต่างชาติประทับใจคนไทยก่อนที่คุยโม้ถึงผลงานนายทักษิณในสมัยก่อน อีกไม่นาน ป.ป.ช.จะชี้มูลคดีมหากาพย์การโกงทั้งตระกูล ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ นั่นคือจำนำข้าวภาคสอง ช่วยบอกนายทักษิณพูดถึงเรื่องนี้ด้วย เพราะขนาดเอเปกครั้งที่แล้วยังจำได้ แต่โกงจำนำข้าวภาคสอง ทำเป็นลืม ควรจะต้องพูดถึงบ้างครับปชป.คึกตีปี๊บชู หน.ท้าชิงนายกฯนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองหลังเอเปกว่า พรรคเตรียมความพร้อมเลือกตั้งเต็มรูปแบบแล้ว ทั้งนโยบายผู้สมัคร ส.ส. รอเพียงเปิดตัวเป็นทางการ ยืนยันว่าพรรคเป็นเอกภาพในการทำงาน การลาออกของสมาชิกพรรคถือเป็นเรื่องส่วนบุคคล ล้วนมีเหตุผลส่วนตัว ไม่มีความขัดแย้งในพรรค พรรคเคารพการตัดสินใจ ไม่หวั่นไหว สมาชิกพรรคลาออกแล้วบอกว่าพรรคขัดแย้งภายใน ไม่เป็นธรรมกับพรรคมาก และยืนยันว่าพรรค ปชป.เสนอนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค เป็นแคนดิเดตนายกฯ ประชาชนเห็นเส้นทางการเมืองของนายจุรินทร์แล้ว เป็นข้อพิสูจน์ถึงความรู้ความสามารถการยึดมั่นความซื่อสัตย์สุจริต มีประสบการณ์ทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ เชื่อมั่นประชาชนจะสนับสนุนแน่นอน“สุชาติ” รอจบเอเปกตอบชัดอนาคตนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนทางการเมืองหลังเอเปกว่า คงหลังประชุมเอเปกให้งานสำคัญผ่านพ้นไปก่อน แนวโน้มจะอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม หรือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรค พปชร. ให้รอนิดนึงเอางานสำคัญก่อน นายกฯตั้งใจและเตรียมความพร้อมมาก คนไทยทุกคนต่างเฝ้ารอ จึงอยากให้การจัดการประชุมสมบูรณ์แบบและพัฒนาประเทศ ถ้ามองในมุมการเมืองคงส่งผลดีต่อรัฐบาล แต่ในฐานะรัฐบาลและนายกฯไม่ได้มองในมุมการเมือง เรามองในมุมของคนไทย การบริหารประเทศ ข้อตกลง การหารือทางการค้า รวมถึงความร่วมมือของแต่ละประเทศ รัฐบาลและรัฐมนตรีมองความก้าวหน้าของประเทศเป็นหลัก“บิ๊กตู่” เปิดเวทีอธิการบดี ม.เอเปกเมื่อเวลา 09.00 น. ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานเปิดงาน APEC University Leaders'Forum (AULF) 2022 ภายใต้หัวข้อ “การเตรียมพร้อมรับมือโรคระบาดครั้งต่อไป” มีนักธุรกิจ และอธิการบดีจากมหาวิทยาลัยชั้นนำต่างๆในประเทศรอบมหาสมุทรแปซิฟิก 60 แห่ง จาก 19เขตเศรษฐกิจทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) เข้าร่วม มีนายบัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้การต้อนรับ นายกฯกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Preventing the Next Pandemic -The Global Partnership Agenda : Government, Business and Research University” ตอนหนึ่งว่า นับเป็นโอกาสให้เครือข่ายการศึกษาทั่วโลกได้พัฒนาความร่วมมือระหว่างกัน แบ่งปันประสบการณ์ความคิดเห็นในมิติต่างๆเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายใหม่ๆที่เอเปกและทั่วโลกกำลังเผชิญเป็นการสร้างภูมิคุ้มกัน เป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดการฟื้นฟูและเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนมั่นคง อารมณ์ดีโปรยยิ้มสยามจ๊ะจ๋านายกฯกล่าวตอนท้ายว่า เราต้องรักกัน สามัคคี ให้กำลังใจกันและกัน สิ่งสำคัญที่สุดเราต้องการสันติสุขในประเทศไทยเป็นบ่อเกิดของทุกเรื่อง ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม ฉะนั้นเราจะต้องรักกัน ขอต้อนรับด้วยรอยยิ้มแห่งสยาม จากนั้นก่อนเดินทางกลับ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับสื่อมวลชนด้วยรอยยิ้มว่า “ฝากด้วยนะจ๊ะ” ก่อนหันไปพูดคุยกับประธานเครือข่ายมหาวิทยาลัยภาคพื้นแปซิฟิก โดยประธานเครือข่ายมหาวิทยาลัยภาคพื้นแปซิฟิก กล่าวว่า “I Like Your smile” ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ รีบเปิดหน้ากากอนามัยและยิ้มให้แล้วพูดว่า “ยิ้มสไมล์ Thank you มีความสุขๆ” พร้อมทำมือสัญลักษณ์ไอเลิฟยู ยิ้มโบกมือให้ผู้สื่อข่าวกล่าวว่า “ขอบคุณจ้ะ”ต้อนรับนายกฯเวียดนามชื่นมื่นต่อมาเวลา 11.30 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม พร้อมนางนราพร จันทร์โอชา ภริยานายกฯ ให้การต้อนรับนายเหวียน ซวน ฟุก ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคม นิยมเวียดนามและภริยา ในโอกาสเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกรัฐบาลและเข้าร่วมประชุมเอเปก จากนั้นเวลา 16.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จัดพิธีต้อนรับนายเหวียน ซวน ฟุก และภริยา อย่างเป็นทางการ ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยนำตรวจแถวกองทหารเกียรติยศที่สนามหญ้า หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ลงนามสมุดเยี่ยมและชมของที่ระลึก หารือข้อราชการแบบเต็มคณะที่ตึกภักดีบดินทร์ แล้วร่วมเป็นสักขีพยานพิธีลงนามแลกเปลี่ยนความตกลงความร่วมมือด้านต่างๆ แถลงข่าวร่วมกันและนำเยี่ยมชมนิทรรศการศิลปหัตถกรรมที่ตึกสันติไมตรี ก่อนเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติ“อนุชา” เชื่อม็อบเข้าใจไม่รุนแรงเมื่อเวลา 10.15 น. ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สถานที่การประชุมสุดยอดผู้นำความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ ตรวจเยี่ยมศูนย์สื่อมวลชน รับฟังบรรยายสรุปจากกรมประชาสัมพันธ์และ อสมท ที่เป็นแม่ข่ายปฏิบัติด้านประชาสัมพันธ์ ชมบูธนิทรรศการต่างๆ อาทิ ศูนย์นวดไทยของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน บูธ ปตท.และบริษัทในเครือ บริษัทในเครือปูนซิเมนต์ไทย และไทยเบฟ เมื่อถามว่า มีความกังวลกับกระแสข่าวการเคลื่อนไหวของกลุ่มที่จะออกมาชุมนุมหรือไม่ นายอนุชาตอบว่า ไม่เป็นห่วง เชื่อว่าทุกคนเข้าใจถึงผลประโยชน์ส่วนรวมที่เกิดขึ้นกับประเทศ การเคลื่อนไหวอาจมีบ้างคงไม่เกี่ยวกับประเด็นของประเทศไทยโดยตรง แต่เป็นการแสดงออกเพื่อให้ต่างชาติที่มาร่วมประชุมได้เห็นมากกว่า เมื่อถามว่า กลุ่มที่เคลื่อนไหวสามารถเข้ามายื่นข้อเรียกร้องในพื้นที่ประชุมได้หรือไม่ นายอนุชาตอบว่า เข้ามาไม่ได้ เพราะคนที่เข้าร่วมประชุมต้องได้รับความปลอดภัยสูงสุด ทั้งเป็นเรื่องในสายตาคนทั่วโลก อยากให้ทุกฝ่ายช่วยกัน คิดว่าคนที่เคลื่อนไหวไม่มีแนวโน้มไปสู่ความรุนแรงก.แรงงานโชว์ซอฟต์เพาเวอร์นวดไทยขณะที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ได้ไปตรวจเยี่ยมชมบูธของกระทรวงแรงงาน ที่เปิดบริการนวดไทย นวดสมุนไพร การทำสปาหินร้อน ในศูนย์สื่อมวลชนเอเปก นายสุชาติกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม มีข้อสั่งการว่า ให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานมาโชว์ซอฟต์เพาเวอร์ของไทย คือ การนวดสมุนไพร การทำสปาหินร้อน และโชว์ทำลูกประคบร้อน ให้สื่อมวลชนที่มาทำข่าวหลายร้อยคนได้เห็นว่าไทยมีของดีอะไรที่เป็นซอฟต์เพาเวอร์บ้าง “บิ๊กป้อม” ขันนอตอารักขาที่พักผู้นำที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกองอำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัยและจราจร (กอร.รปภ.จร.) ในช่วงการประชุมเอเปก เป็นประธานการประชุม กอร.รปภ.จร.ครั้งที่ 3/2565 มี พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. รองประธานฯ และผู้แทนกว่า 30 หน่วยงานเข้าร่วม ติดตามสถานการณ์ด้านการข่าว สภาพภูมิอากาศ และแผนการปฏิบัติรักษาความปลอดภัยและการจราจรประจำวัน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ได้เน้นย้ำเพิ่มความเข้มในการปฏิบัติโดยเฉพาะในโรงแรมพำนักของผู้นำ ขอให้กำลังพลผู้ปฏิบัติงานทุกคนดูแลรักษาสุขภาพและผู้บังคับบัญชาหมั่นไปตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญ กำกับดูแลการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง สนับสนุนการปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ให้เต็มขีดความสามารถ ตามมาตรฐานสากลรอบคอบ ระมัดระวังเข้มงวด ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท สร้างการรับรู้แก่ประชาชนถึงการปิดการจราจรผู้นำเดินทางเข้าไทยวันแรกฉลุยพล.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์กล่าวว่า การปฏิบัติระหว่างการเดินทางของผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปกในวันแรกภารกิจเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีปัญหา ข้อขัดข้องในการปฏิบัติ สถานการณ์ด้านการข่าวทั้งในและนอก กทม.ยังไม่มีสิ่งบอกเหตุ โดยหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงได้ติดตามและเกาะติดสถานการณ์และบุคคลเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ภาพรวมการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย การข่าวทั้งในและนอกพื้นที่ กทม.ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดผบช.น.เข้มห้ามชุมนุมรอบทำเนียบฯผบ.ตร.กล่าวอีกว่า ด้านการบริหารจัดการชุมนุมสาธารณะ บช.น.ประกาศห้ามชุมนุมสาธารณะในรัศมี 50 เมตร รอบทำเนียบรัฐบาล มีผลบังคับใช้วันที่ 16 พ.ย.เวลา 06.00 น. ถึงวันที่ 20 พ.ย.เวลา 06.00 น. อย่างไรก็ตาม มีผู้ชุมนุมแจ้งขออนุญาตชุมนุมบริเวณหน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตั้งแต่วันที่ 15-30 พ.ย.ต่อ ผกก.สน.นางเลิ้ง หากการชุมนุมใดจะมีการเคลื่อนย้ายการชุมนุมต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้า และหากประชาชนมีข้อมูลเบาะแส สิ่งผิดปกติ สามารถแจ้ง ตร.ได้ตลอดเวลาที่สายด่วน 191 หรือ 1599ตร.ปิดถนนแยกอโศกมนตรีผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชน ได้เข้าปิดถนนบริเวณถนนรัชดาภิเษกไปจนถึงถนนพระราม 4 ใกล้ศูนย์ การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สถานที่ประชุมเอเปก ให้เฉพาะรถที่ได้รับใบอนุญาตผ่านเข้าออกเท่านั้น โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.ทองหล่อ ยืนประชาสัมพันธ์ชี้แจง พร้อมตรวจสอบรถที่ผ่านไปมาถนนสุขุมวิท บริเวณแยกอโศกมนตรี ให้หลีกเลี่ยงเส้นทาง ท่ามกลางความสนใจของนักท่องเที่ยวต่างชาติต่างถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกรอง ปธน.เปรูมาถึงไทยคนแรกผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้นำเอเปกที่เดินทางเข้ามาร่วมประชุมเอเปกระหว่างวันที่ 18-19 พ.ย.ต่างทยอยเดินทางเข้าประเทศไทยแล้ว โดยนางดินา เอร์ซิเลีย โบลัวร์เต เซการ์รา รองประธานาธิบดีเปรู คนที่ 1 เดินทางมาถึงเป็นคนแรกเมื่อวันที่ 15 พ.ย. ส่วนผู้ที่เดินทางมาถึงไทยในวันที่ 16 พ.ย.มีทั้งนายเหวียน ซวน ฟุก ประธานาธิบดีเวียดนาม นายเจมส์ มาราเป นายกรัฐมนตรีปาปัวนิวกินี นายลี เซียน ลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ นายแฟร์ดีนันด์ โรมูอัลเดซ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ นายกาบริเอล โบริก ฟอนต์ ประธานาธิบดีชิลี และนายเอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสบัวแก้วยันบีซีจีไม่เอื้อเฉพาะกลุ่มทุนเมื่อเวลา 15.50 น. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายธานี ทองภักดี เอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน ปฏิบัติหน้าที่ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงผลสัมฤทธิ์ของการจัดทำเป้าหมายกรุงเทพฯว่าด้วยเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว (บีซีจี) ว่า น่ายินดีที่เจ้าหน้าที่ระดับคณะทำงานจาก 21 เขตเศรษฐกิจ มีฉันทามติบรรลุข้อตกลงได้สำเร็จ เพื่อวางแนวทางขับเคลื่อนพัฒนาอย่างยั่งยืนและสมดุลมากยิ่งขึ้น รวมถึงส่งเสริมความมั่นคงด้านอาหาร พลังงาน ไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และโมเดลเศรษฐกิจบีซีจี ที่เป็นวาระแห่งชาติของรัฐบาลไทย เมื่อถามว่า มีกลุ่มออกมาชุมนุมต่อต้านอ้างว่าเอื้อประโยชน์กับกลุ่มทุน นายธานีตอบว่า เอเปกเน้นเรื่องเศรษฐกิจการค้าการลงทุน อาจทำให้คนบางส่วนมองว่าเน้นเรื่องธุรกิจเป็นหลัก แต่ที่จริงแล้วเรายังพูดถึงการส่งเสริมธุรกิจรายเล็กและรายย่อยให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน เทคโนโลยี และนวัตกรรม มีส่วนในการค้าระหว่างประเทศ เพราะธุรกิจขนาดเล็กและย่อยทั้ง 21 เขตเศรษฐกิจ รวมกันแล้วคิดเป็นร้อยละ 97 ของธุรกิจเอเปกทั้งหมด “จุรินทร์” ยิ้มยุ่นหนุนงบ 2.1 พันล้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเจรจากับ รมต.เศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรม (เมติ) ของญี่ปุ่นว่า ญี่ปุ่นแจ้งว่า เตรียมงบฯ 2,100 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการกับอาเซียน ได้แก่ โครงการสร้างเครือข่ายธุรกิจญี่ปุ่นกับอาเซียน 100 เครือข่าย โครงการสร้างซัพพลายเชน (ห่วงโซ่การผลิต) ระหว่างกัน 100 ความร่วมมือ และโครงการความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม 100 โครงการ และขอให้ญี่ปุ่นสนับสนุนการส่งออกกล้วยไปญี่ปุ่น ภายใต้กรอบการค้าเสรีไทย-ญี่ปุ่น (เจเทปา) ที่ญี่ปุ่น ให้โควตานำเข้า 8,000 ตัน แต่ไทยใช้สิทธิไปเพียง 3,000 ตัน เพราะติดปัญหามาตรฐานของญี่ปุ่น พร้อมกับขอให้สนับสนุนไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงาน Specialize Expo 2028 (เอ็กซ์โปสินค้าและบริการด้านสุขภาพ) ที่ จ.ภูเก็ตกลุ่มราษฎรปักหลักลานคนเมืองช่วงเย็น ที่ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการ กทม. กลุ่มราษฎรหยุด APEC2022 ที่เป็นเครือข่ายภาคประชาชนกว่า 70 องค์กร นำโดยนายสมบูรณ์ คำแหง ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) นายพชร คำชำนาญ กลุ่มพีมูฟ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ดาวดิน และ น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ จัดชุมนุมคู่ขนานไปกับการประชุมเอเปก ตามที่แจ้งขออนุญาตกับสำนักงานเขตพระนครไว้ 16-18 พ.ย. น.ส.ภัสราวลีกล่าวว่า มีข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ 1.ยกเลิกนโยบาย BCG ที่เอื้อประโยชน์กลุ่มทุน 2.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องถอนตัวจากการเป็นประธานประชุมเอเปกเพราะไม่มีความชอบธรรม 3.ต้องยุบสภาเปิดทางสู่การเลือกตั้งใหม่และร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน เบื้องต้นวันที่ 16-17 พ.ย. จะปักหลักและค้างแรมอยู่ที่ลานคนเมือง การเคลื่อนขบวนขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่ถึงที่สุดแล้วยังอยากส่งเสียงข้อเรียกร้องให้ใกล้กับที่ประชุมมากที่สุด ขณะนี้มีการคุกคามประชาชนเกินกว่าเหตุหลายๆเรื่อง รัฐบาลกลัวประชาชนใช้เสรีภาพนำความจริงมาขยายต่อสาธารณชน และต่างชาติ ดังนั้น ยิ่งกลัวเรายิ่งต้องลุกขึ้นสู้ขยายให้เห็นการกระทำไม่ถูกต้องยื่นคำขาดเลิกใช้ประกาศห้ามม็อบต่อมานายสมบูรณ์ คำแหง ประธาน กป.อพช.ออกแถลงการณ์ เรื่อง รัฐบาลต้องยกเลิกประกาศห้ามชุมนุม และต้องสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ภาคประชาชนแสดงออกในช่วงประชุมเอเปกอย่างมีศักดิ์ศรี ระบุว่า เวทีเอเปกถือเป็นเวทีที่มีการเจรจาผลประโยชน์ธุรกิจของกลุ่มทุนชั้นนำกระทบกับประชาชน การแสดง ออกของภาคประชาชนและภาคประชาสังคมถือเป็นเรื่องสากลที่สามารถทำได้ รัฐบาลห้ามชุมนุมในหลายพื้นที่ของ กทม. สะท้อนให้เห็นถึงวิธีคิดของเผด็จการที่ยังหลงเหลืออยู่ ต้องการจำกัดสิทธิเสรีภาพ สร้างความชอบธรรมด้วยคำว่า ต้องการเห็นการเป็นเจ้าภาพการประชุมที่สงบเรียบร้อย ใช้งบประชาสัมพันธ์อย่างมหาศาล แต่ไม่ใส่ใจเปิดเผยข้อมูลอันเป็นข้อเท็จจริงของข้อตกลงที่มีการเจรจากัน ขอเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกประกาศฉบับดังกล่าวในทันทีนักข่าว ตปท.ลืมเป้ ตร.เช็กวุ่นผวาบึมผู้สื่อข่าวรายงานจากศูนย์การประชุมแห่งชาติ สิริกิติ์ว่า ช่วงสายวันเดียวกัน หลังนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่หน้าประตู ฮอลล์ 6 หน้าศูนย์สื่อมวลชน พบมีเป้สีน้ำเงินวางกองอยู่กับพื้น ไม่มีใครแสดงตัวเป็นเจ้าของ เจ้าหน้าที่ตำรวจรีบประสานให้เจ้าหน้าที่อีโอดีมาปิดกั้นพื้นที่ตรวจสอบราว 10 นาที กระทั่งมีนักข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศ แสดงตัวเป็นเจ้าของเป้ ตำรวจให้แสดงบัตรสื่อมวลชน และเปิดเป้ตรวจสอบไม่พบสิ่งผิดปกติชัตเติลบัสเบี้ยว จนท.-สื่อเดินน่องโป่งผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปกวันที่ 16 พ.ย. เป็นวันแรกที่ปิดถนนรัชดาภิเษก จากแยกอโศกมนตรีถึงแยกพระราม 4 ขณะที่รถไฟฟ้า MRT วิ่งตามปกติ แต่ไม่จอดสถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์แต่มีรถชัตเติลบัสบริการรับ-ส่งทั้งจากสถานีรถไฟฟ้า MRT คลองเตย และสถานี BTS อโศก แต่กลับมีปัญหาในส่วนชัตเติลบัสที่รับ-ส่งจากสถานี MRT หยุดวิ่งตั้งแต่เวลา 13.00 น. ของวันที่ 16 พ.ย. ทำให้บรรดาผู้สื่อข่าว พนักงานที่จัดเตรียมอาหารภายในงาน ยืนรอร่วมชั่วโมงไม่มีรถมารับ จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องวิทยุสื่อสารให้ส่งรถตู้มารับ หลังจากนั้นต้องใช้วิธีเดินจากสถานี MRT เข้าศูนย์ประชุมถึง 1.2 กิโลเมตรอย่างเดียวแอมเนสตี้บี้ยุติเมียนมานองเลือดที่หน้าอาคารสำนักงานองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ถนนราชดำเนินนอก แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เดินขบวนเพื่อยื่นหนังสือเรื่อง “ยุติการนองเลือดในเมียนมา” ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลไทยในฐานะเจ้าภาพจัดประชุมเอเปก แสดงบทบาทแก้ปัญหาในเมียนมา นำปัญหามาหารือเพื่อยุติการนองเลือดในเมียนมา และให้แสดงพลังยืนหยัดเคียงข้างประชาชนชาวเมียนมา มีนางนลินี มหาขันธ์ ผอ.ศูนย์บริการประชาชน (ศบช.) สำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนนายกฯรับหนังสือ