อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรี อยุธยา พื้นที่แห่งนี้ทุกปีต้องเผชิญกับภาวะ “น้ำท่วม” สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในพื้นที่จนอาจจะเรียกว่าเป็นความชาชินไปเสียแล้ว กระนั้นพิบัติภัยที่เกิดขึ้นนี้ ถ้าเลี่ยงได้เลือกได้...ก็คงไม่มีใครอยากให้เกิดปัญหาสำคัญมีว่า “บางบาล” เป็นพื้นที่ทุ่งรับน้ำประหนึ่งว่ารับแบบอัตโนมัติด้วยสภาพภูมิประเทศที่มีลักษณะราบลุ่มต่ำ รับการผันน้ำที่มาจากแม่น้ำเจ้าพระยากล่าวกันว่า...เมื่อถึงฤดูน้ำหลาก จึงเป็นพื้นที่แรกๆที่รับน้ำก่อน อีกทั้งยังเป็นช่วงที่เกษตรกรเก็บเกี่ยวข้าวไปหมดแล้ว จึงพร้อมต่อการรับน้ำเหนือที่ไหลเรื่อยลงมาอย่างต่อเนื่องอย่างไม่มีทางเลือกเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ทีมข่าว “สกู๊ปหน้า 1” มีโอกาสลงพื้นที่รับฟังมุมมองสุ้มเสียงชาวบ้านบ้านกุ่ม ลูกหลานนายขนมต้ม วัดจุฬามณี ต.บ้านกุ่ม อ.บางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชำนาญ ไกรจรูญ อายุ 45 ปี อาชีพหาปลาทั้งปี เขาว่าพอช่วงหน้าน้ำก็มาหาปลาอยู่ที่นี่ ทอดแหได้ปลาสร้อย ตะเพียน ก็เยอะพอดู“บ้านผมอยู่ไม่ไกลจากประตูน้ำก็กลัวว่า...ถ้าน้ำแรง น้ำมากๆจะล้นทะลักพังได้เหมือนกัน” สายชล หนูปั้น อายุ 54 ปี เล่าให้ฟังว่า สถานการณ์น้ำปีนี้ส่วนตัวแล้วที่บ้านยังไม่น่ากลัว ไม่ต้องเตรียมตัวอะไร แต่ถ้ามีฝนหนัก มีน้ำเหนือไหลมาอีกเรื่อยๆ ก็ต้องคอยสังเกต ถ้ากั้นแนวกระสอบเพิ่มระดับป้องกันน้ำเมื่อไหร่ก็ต้องเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ ยังมีเวลาอีกไม่น้อยเวลาเตรียมก็พอมี ถ้ามีน้ำบ่าก็เห็นได้ชัด...เว้นแต่ว่าแนวกั้นน้ำพังที่ไหนสักแห่งมวลน้ำก็อาจไหลตลบอ้อมหลังมาท่วมได้เหมือนกัน...ปี 54 ที่รุนแรงหนัก ก็ที่ประตูน้ำบางขุนศรีพังก็เลยถูกล้อมท่วมหนักนั่นเองประเมินตามประสาชาวบ้านถ้าพายุมาหนักอีกลูก น้ำมามากก็ต้องเปิดประตูน้ำช่วยระบายออกไปบ้าง ไม่อย่างนั้นก็อาจจะต้องประท้วงกันอีกต่อไป...ทุกๆปีก็เป็นอย่างนี้สายชล ยังมีอีกหน้าที่ คอยวัดระดับน้ำส่งข้อมูลเพื่อการตัดสินใจในการเปิดปิด “ประตูระบายน้ำบางกุ้ง” ปลายเดือนกันยายนแล้วเทียบกับปีที่แล้วช่วงนี้น้ำมาน้อยกว่า ยังไม่ถึงระดับขอบปูนตรงประตูน้ำ วันที่ไปประตูน้ำแห่งนี้ยังปิดไม่ระบายปล่อยออกมา เขาว่าจะเปิดก็ต่อเมื่อมีมวลน้ำไหลมาอีกลูก ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ เข้าใจว่าขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการอีกทอดหนึ่งกระนั้นแล้ว “ประตูระบายน้ำบางกุ้ง” เป็นอีกจุดขัดแย้งสำคัญระหว่างชาวบ้านสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งก็อยากให้เปิดประตูระบายน้ำออกไปบ้าง ขณะที่อีกฝั่งก็ไม่อยากให้เปิดเพราะกลัวน้ำจะไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่ บ้านเรือน เข้าทุ่งรับน้ำ...วัดนนทรี ออกไปทางบ้านม้า แยกย่อยต่อไปถึงกรุงเทพฯไหลออกสู่ทะเลความคิดเห็นที่แตกต่างตรงนี้เอง ที่ชาวบ้านอยากให้เกิดการบริหารจัดการที่สมดุลอย่างมีเหตุมีผล เพื่อไม่ให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างกัน...ซึ่งโดยปกติแล้วประตูระบายน้ำจุดนี้ น้ำจะระบายต้องสูงปริ่มๆ ต้องรอฝน รอน้ำเหนือ...ไม่ปล่อยตอนนี้จะไม่มีที่เก็บปลายทาง เอาไว้ฉุกเฉิน น้ำมาเยอะๆเท่านั้น “บางบาลเป็นธรรมชาติทุกปีที่น้ำท่วม ผมได้แฟนที่นี่ มาอยู่ที่นี่ 30 ปีแล้ว เท่าที่จำได้น้ำท่วมก็เกือบจะทุกปี แต่ที่จำได้แน่ๆสองปี ที่ผ่านมานี้น้ำท่วมบ้านเรือนบริเวณชายน้ำไม่ต้องห่วงท่วมแน่นอนมากน้อยก็ว่ากันไป ชาวบ้านก็ปรับตัวขนของขึ้นที่สูง ทำที่นอนหนีน้ำ แต่ก็แก้ไม่ได้”ปัญหาสำคัญคือขยับขยายไปไหนก็ลำบาก อยู่กันมาตั้งแต่เก่าก่อน จะทำอะไรก็ต้องใช้...“เงิน”ถัดจากแนวบ้านริมแม่น้ำก็มีแนวถนนกั้น แล้วก็มีประตูระบายน้ำคอยบริหารจัดการระบายน้ำ ความช่วยเหลือก็มีมาแจกของประทังกันไป แต่จากนั้นก็ตัวใครตัวมัน บ้านใครบ้านมัน น้ำลดลงแล้วก็ขัดบ้าน บางหลังก็จ้าง...ยกของ ขัดบ้าน จำได้...ปีที่แล้วน้ำมาเยอะก็เอากระสอบทรายกั้นเป็นแนวไม่ให้น้ำทะลักล้น“แนวกระสอบช่วยเสริมแนวประตูน้ำ จะมีรอยต่อปูนประตูน้ำกับถนนอีกช่วงหนึ่งที่ยังไม่ได้กั้นถาวร วันนี้ทรุดพังลงมาแล้วก็ต้องรอมาซ่อมแซมปรับปรุง” ผมขายของอย่างเดียว วันๆหนึ่งก็ขายไม่ค่อยดี นับแต่โควิดระบาดมาก็ขายไม่ดีเลยจริงๆ ขายได้บ้างแต่ก็ไม่พอใช้จ่าย เทียบกับก่อนหน้าขายดีมากๆ ยิ่งพอเสร็จนากัน ไม่มีใครทำแล้วก็ยิ่งเงียบขายได้น้อย ช่วงทำนาก็ดีหน่อย มาเกี่ยวข้าวกันก็สั่งข้าวกล่อง ก็พอจะขายได้ มีรายได้เยอะหน่อย อาศัยวิ่งส่งไปเรื่อยๆหน้าน้ำก็ขายกันไปตามสภาพ แต่ก็ยังไม่สบายเพราะยังมีหนี้มีสินติดตัว ลูกก็ยังเรียนอยู่ คนโตเรียนบัญชีปี 3 อยู่มหาวิทยาลัยแล้วที่กำแพงแสนไกลบ้านใช้จ่ายก็เยอะหน่อย ส่วนคนเล็กเรียนใกล้บ้านอยู่ ป.5“เอาเป็นว่าก็ต้องพยายามทำมาหากินกันไป เช้าๆก็วิ่งไปรับเอาแกงถุงมาขาย อะไรนิดหน่อยก็ต้องเอาไว้ก่อน ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย” “คลองบางกุ้ง”...สถานการณ์น้ำปีนี้แม้ว่าปริมาณตอนนี้จะน้อยกว่าปีที่แล้ว แต่มันก็แปลกๆเวลา...“น้ำขึ้น” ระดับน้ำก็ขึ้นเร็วมากเร็วจนเก็บข้าวของในบ้านไม่ทัน สวนทางกับตัวเลขการปล่อยน้ำจากทางการที่บอกว่าปล่อยออกมาน้อย แต่ขณะที่บอกว่าปล่อยน้ำมากตัวเลขเยอะระดับน้ำในพื้นที่กลับน้อยจนน่าสงสัยฟังข่าวบอกปล่อย 1,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่น้ำในพื้นที่สูงเป็นเมตรๆเลยทีเดียว พอได้ข่าวว่าปล่อย 1,950 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำกลับลดลง?ตัวเลขการบริหารจัดการน้ำควรสอดคล้องกับสถานการณ์จริง แบ่งไปตรงไหนเท่าไหร่ จุดไหนรับได้เท่าไหร่ อย่างไรบ้าง? ยุคนี้ข้อมูลต้องฉับไวแม่นยำ เรื่องอย่างนี้ชาวบ้านตาดำๆรู้น้อยคงไปช่วยอะไรไม่ได้หัวใจสำคัญทุกข์ร้อนจากน้ำท่วมก็คือการบริหารจัดการมวลน้ำ แต่ละจังหวะช่วงเวลาทุกปีที่ทะเลาะกันระหว่างคนพื้นที่สองฟากฝั่งประตูระบายน้ำบางกุ้ง พื้นที่อำเภอบางบาลเป็นเช่นนี้ สิ่งที่เห็นๆกันอยู่ “ปริมาณน้ำ” ที่ต่างระดับกันพอดู หากเร่งระบายๆไปเรื่อยๆก็น่าจะดีกว่าสะสม รอคอยความเสี่ยงในอนาคตการศึกษาเก็บข้อมูลปริมาณน้ำ การระบายน้ำจึงเป็นเรื่องสำคัญ...ละเอียดอ่อนในแต่ละพื้นที่ณัฐวุฒิ แผลงศรี อายุ 35ปี ผู้ใหญ่บ้านบ้านกุ่ม หมู่ 9 เกิดโตที่นี่เป็นคนพื้นที่ที่เจอน้ำท่วมมาทุกปี มองว่าทุกวันนี้เราอยู่กันแบบรับชะตากรรมครับ บ้านผมติดแม่น้ำก็น้ำท่วม แถมปีนี้โดนมาสองรอบแล้ว...“น้ำท่วมแห้งไปได้สามวันก็ท่วมอีกแล้ว มาเร็ว...แบบที่ว่าตั้งตัวเก็บของกันไม่ทันเลย” ต่างกับปีที่แล้วท่วมรอบเดียว คนบางบาลบ้านอยู่ติดริมน้ำไม่ใช่ว่าจะโชคดีนะครับ แต่โชคร้ายมากกว่า...ไม่มีใครอยากมีบ้านอยู่ริมน้ำกันแล้ว บางปีถึงจะน้ำไม่ท่วม ถ้าจำไม่ผิดราวๆสามปีที่แล้วน้ำท่วมแต่ไม่เยอะ แก้ปัญหาอะไรไม่ได้เลย ผ่านมาถึงวันนี้ก็สุดแล้วแต่โชคชะตาฟ้าลิขิตกันไปแล้ว“น้ำท่วมก็ยกของหนีน้ำ พอน้ำลงก็ล้างทำความสะอาด ชาวบ้านก็ทำได้เพียงแค่นั้น...เดือดร้อนกันหนักจริงๆ”แนวทางแก้ปัญหาในภาพรวม ขอเป็นตัวแทนชาวบ้านบางบาลขอร้องให้แจ้งล่วงหน้าถ้าระดับจะเพิ่มสูง จะได้มีเวลาป้องกันเตรียมตัวย้ายข้าวของให้พ้นน้ำ ที่ผ่านมา...ไม่มีแจ้งล่วงหน้า เตรียมตัวไม่ทันจริงๆวังวนวัฏจักรน้ำท่วม “บางบาล” เป็นเช่นนี้...ใครช่วยได้ขอให้เข้ามาช่วยกันเถิด ช่วยได้มากได้น้อยอย่างไร อย่างน้อยๆก็ขอให้ช่วยเพื่อแบ่งเบาทุกข์ร้อนไปได้บ้างก็ยังดี.