“โฆษกรัฐบาล” ซัดฝ่ายค้านโยนผิดนายกฯสั่งคว่ำสูตรหาร 100 อ้างรัฐสภาตัดสินใจเอง ปัดวุ่น พลิกใช้ 500 หารแลกเสียงโหวตพรรคเล็ก “สาทิตย์” ปฏิเสธ “บิ๊กตู่-เทือก” ชักใยสูตรพิสดาร “ประเสริฐ” มั่นใจ พท.ชนะแลนด์สไลด์ทุกกติกา “ยุทธพงศ์” ขู่ซักฟอกเดือด “ประยุทธ์” อยู่ไม่ได้ แย้มปมทุจริตกรมศุลฯมัด “นายกฯ-สันติ” โยงตรวจคอนเทนเนอร์กลิ่นตุพัน บ.ขายเรือดำน้ำ-กลุ่มซื้อโต๊ะจีน พปชร. “ก้าวไกล” จับตาเซอร์ไพรส์สนิมเนื้อในพรรคร่วมฯ “บิ๊กป้อม” นำทัพโรดโชว์ พปชร. แฟนคลับล้นศาลากลาง จ.ชลบุรี ประกาศแลนด์สไลด์ชลบุรี เลือกตั้งซ่อมเขต 4 ลำปางล็อกถล่ม “วัฒนา สิทธิวัง” แพ้ราบเด็กเสรีรวมไทย “ธรรมนัส” น้อมรับคำตัดสิน ปชช. “เสรีพิศุทธ์” ปลื้มยกเป็นบุญคุณใหญ่หลวง “บิ๊กตู่” ถก รมว.ต่างประเทศมะกัน ลงนามหุ้นส่วนยุทธศาสตร์-กระชับสัมพันธ์แนบชิด 190 ปีจากกรณีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ระบุว่า การเปลี่ยนไปใช้สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อใช้ 500 หาร เพื่อสกัดพรรคเพื่อไทยชนะแลนด์สไลด์และเปิดช่องให้รัฐบาลออกพ.ร.ก.มาใช้เลือกตั้ง ขณะที่รัฐบาลออกมาตอบโต้ระบุเป็นการตัดสินใจของรัฐสภา นายกรัฐมนตรีไม่สามารถไปสั่งการได้ “ธนกร” โยนรัฐสภาพลิกหาร 500เมื่อวันที่ 10 ก.ค. นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ระบุว่า การใช้สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อใช้ 500 หาร ไม่เกี่ยวกับยากหรือง่าย แต่ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่และจะเปิดช่องให้รัฐบาลออก พ.ร.ก.มาใช้เลือกตั้งว่า ฝ่ายค้านรู้อยู่แก่ใจว่าหากกลับไปใช้สูตรเดิมตัวเองย่อมได้ประโยชน์ จึงพยายามโยนความผิดให้นายกฯ ทั้งที่นายกฯไม่สามารถสั่งการใดๆได้เลย เป็นการพิจารณาของรัฐสภา หากฝ่ายค้านคิดว่ากระแสนิยมตัวเองดีจริง ไม่เห็นจะต้องกลัวอะไร ควรพร้อมรับกับทุกกติกาที่ออกมาจะดีกว่า ไม่ใช่ว่าพอตัวเองไม่ได้เปรียบรีบโวยวาย แต่พอตัวเองได้เปรียบกลับทำนิ่งเฉย มาขู่ว่าจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยรัฐบาลพร้อมน้อมรับและเคารพคำตัดสินของศาล ขอให้ฝ่ายค้านเคารพคำตัดสินของศาลด้วยเช่นกัน ไม่ใช่ว่าผลออกมาไม่เป็นไปอย่างที่ต้องการ แล้วออกอาการงอแงเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมาโต้แลกเสียงพรรคเล็กโหวตซักฟอกนายธนกรกล่าวอีกว่า นายประเสริฐอ้างว่าการจะตั้งพรรคครอบครัวเพื่อไทยแค่พูดคุยกันเล่นๆ ระหว่างกลุ่ม ส.ส. ไม่ต่างอะไรกับกลืนน้ำลายตัวเอง เรื่องไหนได้เปรียบเดินเกมเคลื่อนไหวกดดันเต็มที่ แต่เรื่องไหนทำท่าว่าสังคมจะไม่ยอมรับรีบอ้างว่าพูดคุยกันเล่นๆ ประชาชนคงได้เห็นธาตุแท้ของพรรคเพื่อไทยแล้ว ว่าเป็นพรรคกลับกลอก เลือกตั้งครั้งหน้าคงตัดสินใจได้แล้วว่าจะเชื่อถือไว้วางใจให้พรรคเพื่อไทยเข้ามาบริหารประเทศได้หรือไม่ การบริหารประเทศไม่ใช่การเล่นขายของ วันนี้พูดอย่างแล้วพรุ่งนี้จะพูดอีกอย่างก็ได้ ยืนยันไม่เกี่ยวกับการยอมเอาสูตรหาร 500 เพราะกลัวพรรคเล็กไม่โหวตให้ช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เชื่อมั่นนายกฯและรัฐมนตรีชี้แจงได้ชัดเจนปัด “บิ๊กตู่-เทือก” ชักใยสูตรพิสดารนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสนับสนุนสูตรหาร 500 คำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ กล่าวถึงกรณีถูกมองว่าเคลื่อนไหวเรื่องนี้ โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ก่อตั้งพรรครวมพลัง และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯอยู่เบื้องหลัง ว่า ไม่เจอนายสุเทพนานแล้วและไม่เคยเจอ พล.อ.ประยุทธ์มานานมาก เจอครั้งสุดท้าย 2 ปีที่แล้ว คุยกันสั้นๆ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวว่าเคลื่อนไหวแทนใคร เป็นความคิดส่วนตัวที่ศึกษามาตลอดว่าระบบคู่ขนานมีปัญหาอย่างไร ตั้งแต่เลือกตั้งปี 44-48-54 ทุกอย่างประกอบกันเป็นวิทยาศาสตร์ แต่โจทย์ยากตรงรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกเลือกตั้ง ส.ส. ไม่สอดร้อยกับสูตรหาร 500 กับ ส.ส.พึงมี กลายเป็นปมประเด็นที่ถูกเอาไปเคลื่อนไหวทางการเมืองและยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ทางการเมืองห้ามไม่ได้ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ออกอาการขนาดนั้น ยิ่งกว่าบงการอีกไม่ได้คิดบงการเฉพาะพรรคตัวเอง ยังต้องการบงการประเทศไทยด้วยการเมืองผันผวน รบ.ไม่แคร์ ปชช.พังนายสาทิตย์กล่าวอีกว่า ที่ฝ่ายค้านระบุสูตร 500 หาร ขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและขัดหลักการกฎหมายลูกเลือกตั้ง ส.ส. เปิดประตูให้รัฐบาลออก พ.ร.ก.เลือกตั้ง ส.ส. ศาลรัฐธรรมนูญทำหน้าที่ท่ามกลางแรงกดดันมาก มี 2 เรื่องซ้อนกัน ทั้งสูตร 500 และวาระ 8 ปีนายกฯ ทุกอย่างปั่นป่วนวุ่นวายมาก มี 3 ทางที่มีโอกาสเกิดขึ้น คือ 1.วินิจฉัยว่าผ่านหรือผ่านแบบมีเงื่อนไข 2.ไม่ผ่านแบบมีเงื่อนไข เช่น วินิจฉัยว่าไม่ถูกต้องตามเจตนารมณ์ ขอให้รัฐสภาไปทำให้เป็นไปตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญที่แก้ไขไป 3.ตีตกเลย การเมืองจะถึงจุดหักเห กฎหมายลูกเลือกตั้ง ส.ส.ไม่มีจะออกอย่างไร การเมืองนับจากนี้ไปเป็นภาวะผันผวนมาก สูตรหาร 500 เขาหยิบไปเป็นประเด็นการเมืองแน่ แต่จะสกัดแลนด์สไลด์ไม่ได้ ระบบเลือกตั้งแบบไหนขัดขวางไม่ได้ ถ้าประชาชนต้องการเปย์ให้ ฝ่ายค้านได้เปรียบรัฐบาลต้องอธิบายให้คนเข้าใจเกิดวิกฤติซ้อนวิกฤติอย่างไร ไม่ใช่พูดแก้ตัว แต่พูดข้อเท็จจริง ถ้าไม่ยี่หระ เป็นรัฐบาลแล้วจะทำอะไรก็ได้ ไม่ต้องแคร์คนมันก็พังเอง มันจะหาร 100 หรือหาร 500 ก็ไม่รอด “นิพนธ์” แซะด่วนสรุปแลนด์สไลด์นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงพรรคเพื่อไทยตีปี๊บประกาศเเลนสไลด์ทุกกติกาเลือกตั้งว่า อีก 8-9 เดือนก่อนสภาฯครบวาระมันเร็วเกินไป ทำการตลาดมากเกินไป ทางการเมืองไม่สามารถไปล็อกหรือคาดการณ์ล่วงหน้าได้ขนาดนั้น ระบบการเลือกตั้งของไทยไม่ใช่การเลือกนายกฯโดยตรง ถ้าจะพูดแบบเลือกผู้ว่าฯ กทม.มันคนละระบบกัน คราวที่แล้วมี ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน ส.ส.เขต 350 คน แต่รอบนี้ ส.ส.เขต 400 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อเหลือ 100 คน ยิ่งลดจำนวนแลนด์สไลด์ไปอีก ต้องไปดู ส.ส.เขตก่อนว่าใครจะได้เท่าไหร่ อย่าเพิ่งด่วนนับตอนนี้ การเมืองไม่ใช่เรื่องความฝัน คาดการณ์อะไรต้องอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง ไม่ใช่เห็นผู้ว่าฯ กทม.บอกชนะเลือกตั้งเยอะ คนละเรื่องกับเลือกนายกฯ หรือตั้งรัฐบาล พูดได้เพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์พรรค แต่ไม่ใช่บอกว่านี่คือความจริง ฝันใครก็ฝันได้ แต่ความจริงต้องรอใกล้วันเลือกตั้งระบบการเมือง ปชป.มีอะไรบอกกับประชาชนตรงๆ จะไม่ไปสร้างพรรคนอมินีขึ้นมาเด็ดขาดเปิดแคมเปญหาเสียงหลังซักฟอกนายนิพนธ์กล่าวอีกว่า ไทม์ไลน์เปิดนโยบาย ยุทธศาสตร์แคมเปญหาเสียงการเลือกตั้งครั้งต่อไป เบื้องต้น หลังจบศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจเดือน ส.ค.-ก.ย.เป็นต้นไป ทุกคนจะไปเริ่มเตรียมตัวเลือกตั้งกันแล้ว รอแค่จังหวะเปิดตัว กำลังเคาต์ดาวน์กันว่าจะเมื่อไหร่ แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคประชาธิปัตย์ โดยหลักการหัวหน้าพรรคจะเป็นแคนดิเดตอยู่แล้ว แต่ว่าจะมีเบอร์ 1 เบอร์ 2 หรือไม่ ต้องไปดูใน กก.บห.พรรค สถานการณ์การเมืองอาจเปลี่ยนไป หรืออะไรแล้วแต่ ต้องไปนั่งคุยใน กก.บห.พรรคอีกครั้ง หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจจบพรรคคงได้พูดคุยกันพท.มั่นใจแลนด์สไลด์ทุกกติกานายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมการเลือกตั้งครั้งหน้ากับเป้าหมายแลนด์สไลด์หลังปรับไปใช้สูตรหาร 500 คำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อว่า การเลือกตั้ง ครั้งต่อไปไม่ว่ากติกาออกมาอย่างไร พรรคเพื่อไทยพร้อม เราเริ่มทยอยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครแต่ละจังหวัด เพื่อให้มีเวลาเตรียมตัวและเดินหน้าเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง เป้าหมายแลนด์สไลด์เรายังเหมือนเดิม เพราะไปที่ไหนประชาชนตอบรับอย่างดี จึงไม่มีความกังวลเรื่องกติกาใดๆ ส.ส.ทุกคนทำงานเต็มที่เพื่อให้พรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาลงงมีคนตีจากช่วงพรรคกระแสดีเมื่อถามถึงกรณีนายสุชาติ ภิญโญ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ร่วมทานอาหารกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) หวั่นไหวหรือไม่ นายประเสริฐตอบว่า ตอบได้เลยว่าไม่มีความหนักใจ แต่แปลกใจขณะนี้พรรคเพื่อไทยกำลังได้กระแสความนิยม กลับมี ส.ส.บางคนเตรียมไปสังกัดพรรคอื่น ประชาชนเข้าใจได้ว่าเพราะเหตุใด เมื่อถึงวันเลือกตั้งประชาชนจะได้ตัดสินพฤติกรรมของนักการเมืองเหล่านั้น เมื่อถามว่าจากนี้จะมีงูเห่าแสดงตัวเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายประเสริฐกล่าวว่า เชื่อว่าไม่มีแล้ว หลังจากกลุ่ม 7 ส.ส.โหวตสวนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ พรรคได้ตรวจสอบ ส.ส.ในพรรคทั้งเชิงลับและเปิดเผย มั่นใจจะไม่มีใครกล้าออกจากพรรคเพื่อไทยช่วงที่กระแสเรากำลังมาเช่นนี้อีกแพ้มือในสภาฯ รอ ปชช.พิพากษานายประเสริฐกล่าวต่อว่า ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หลังยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจไปแล้ว มีแหล่งข่าวทั้งที่เปิดเผยได้และไม่เปิดเผยให้ข้อมูลมายังพรรคจำนวนมาก ต้องขอขอบคุณที่ห่วงใยบ้านเมืองอยากให้การบริหารราชการเป็นไปโดยสุจริต พรรคจะนำมาประกอบการอภิปราย มั่นใจว่าจะตีแผ่การทุจริตของรัฐบาลให้เห็นได้ชัดเจน หากเราแพ้มือในสภาฯเชื่อว่าการเลือกตั้งประชาชนจะพิพากษาผู้คิดไม่ดีกับบ้านเมือง แล้วพรรคเพื่อไทยจะได้กลับมาเป็นรัฐบาล ขณะนี้ปัญหาใหญ่คือเรื่องเศรษฐกิจรอให้พรรคเพื่อไทยเข้ามาแก้ไข ไม่ห่วงถูกดับฝันแต่กระทบนิติรัฐนายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ พรรค เพื่อไทย กล่าวถึงข้อวิจารณ์พรรคเพื่อไทยตีโพยตีพายกลัวสูตรหาร 500 ดับฝันแลนด์สไลด์ว่า พรรคไม่ได้กังวลเรื่องนั้น พรรคใดจะชนะแลนด์สไลด์ขึ้นอยู่กับ เสียงของประชาชน ซึ่งเราต้องเคารพ การเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม ไม่สามารถป้องกันไม่ให้เกิดแลนด์สไลด์ได้ ถ้าประชาชนต้องการเลือกเพื่อไทย แต่ห่วงว่าความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการเมือง จะได้รับผลกระทบถูกมัดสไลด์ หรือโคลนถล่ม กังวลจะปล่อยให้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญขัดรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ กระทบต่อหลักนิติรัฐ นิติธรรม การทำเพื่อบรรลุ วัตถุประสงค์ทางการเมืองอาจได้ผลระยะสั้น แต่กระทบ ระบบการเมืองและระบบกฎหมายระยะยาว“โจ้” ขู่ “ประยุทธ์” อยู่ต่อไม่ได้แน่ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงไทม์ไลน์การอภิปรายรัฐมนตรีทั้ง 11 คน ว่า แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่ม 3 ป. กลุ่มแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล และกลุ่มรัฐมนตรีแต่ละพรรค วิป 3 ฝ่ายกำหนดวันอภิปราย 4 วัน เริ่มวันที่ 19-21 ก.ค. เวลา 08.30-00.30 น. และวันสุดท้ายวันที่ 22 ก.ค. เวลา 08.30-23.30 น. ก่อนลงมติวันที่ 23 ก.ค. เวลา 10.00 น. รวมทั้งหมด 63 ชั่วโมง แบ่งเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน 45 ชั่วโมง ที่เหลือเป็นของประธานสภาฯ ครม.และพรรคร่วมรัฐบาล ครั้งนี้จะพิเศษกว่า ทุกครั้ง ส.ส.ฝ่ายค้านลุกขึ้นอภิปรายรัฐมนตรีได้มากกว่า 1 คน ที่ผ่านมาใช้สิทธิลุกขึ้นอภิปรายรัฐมนตรีได้เพียง 1 คน เช่น หากอภิปรายนายกฯแล้วอภิปรายรัฐมนตรีคนอื่นได้อีก 1 คน รวมทั้งหากมีฝ่ายใดลุกขึ้น ประท้วงให้หักเวลาฝ่ายนั้น พรรคร่วมฝ่ายค้านพร้อมมาก มั่นใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม อยู่ไม่ได้แน่นอน การบริหารทำให้เสียหาย ทุกอย่างผิดพลาดอย่างร้ายแรง ศรัทธาของ พล.อ.ประยุทธ์หมดแล้วแย้มทุจริตกรมศุลฯมัด “บิ๊กตู่-สันติ”นายยุทธพงศ์กล่าวอีกว่า ปัญหาการทุจริตภายในของรัฐบาล คนต้องรับผิดชอบคือ พล.อ.ประยุทธ์รวมถึงนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ยกตัวอย่างกรมศุลกากร มีหน้าที่เก็บภาษี มีด่านอยู่ทั่วประเทศ ตามด่านจะมีกล้อง CCTV คอยตรวจจับสิ่งของผิดกฎหมาย ทำเรื่องของบฯบำรุงรักษากล้อง CCTV จำนวน 670 ล้านบาท แปลกตรงซื้อของใหม่ปี 2563 มา ทำไมต้องเสียค่าจ้างบำรุงรักษา แสดงว่าเป็นเงินกินฟรี ต่อมาค่าจ้างบำรุงรักษาซ่อมเครื่องบำรุงตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ ระยะ 2-4 วงเงิน 1.8 พันล้านบาท ตั้งแต่เกิดสถานการณ์โควิด-19 ด่านต่างๆปิดมาแล้ว 3 ปี ทำให้เกิดความไม่โปร่งใสส่อไปในทางทุจริตโยง บ.ขายเรือดำน้ำ-โต๊ะจีน พปชร.“อีกโครงการตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ระยะ 5 วงเงิน 1.4 พันล้านบาท รวม 3 โครงการ 4 พันล้านบาท ให้กับบริษัทที่ผลิตเรือดำน้ำที่ไม่มีเครื่องยนต์มาขาย เรื่องทุจริตดังกล่าวเชื่อมโยงกับบริษัทหนึ่ง เป็นบริษัท ที่ขายเรือดำน้ำโดยไร้เครื่องยนต์ เชื่อมโยงกับคนในนามสกุล ชื่อย่อ อ. ที่กินเรียบธุรกิจ ส่อถึงความทุจริต กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่บริจาคเงินให้พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ตอนจัดโต๊ะจีน 5 ล้านบาทด้วย ไม่โปร่งใส มีเรื่องทุจริตเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด พล.อ.ประยุทธ์ต้องรับผิดชอบสัญญาโครงการต่างๆ ล้วนแต่เข้า ที่ประชุม ครม. นี่แค่หนังตัวอย่าง อย่ามาบอกว่าฝ่ายค้านเที่ยวนี้เล่นแรง เพราะเป็นเที่ยวสุดท้ายต้องได้เสียกันแล้ว มั่นใจหลักฐานเที่ยวนี้น็อกลุงตู่ได้แน่” นายยุทธพงศ์กล่าวกก.ไม่แตกเเบงก์ย่อยสู้แลนด์สไลด์นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีแกนนำพรรคเพื่อไทยประกาศแลนด์สไลด์ทุกกติกา ว่า เป็นปกติของพรรคการเมือง พรรคก้าวไกลก็พร้อมสู้ทุกกติกา สุดท้ายประชาชนจะตัดสินเอง ครั้งก่อนเขาได้คะแนนอันดับ 1 อยู่แล้วมี ส.ส.สูงสุด ไม่แปลกอะไรที่จะมั่นใจ พรรคก้าวไกลคงไม่ต้องใช้สูตรแตกแบงก์อะไร จะใช้ กลยุทธ์เดิมใช้นโยบายหาเสียงให้ประชาชนหันมาเลือกเรามากที่สุดเท่าที่จะทำได้ กฎหมายลูกเลือกตั้ง ส.ส. ต่อให้เสร็จสิ้นผ่านวาระ 3 ยังไม่จบอยู่ดี ต้องส่งให้ กกต.และศาลรัฐธรรมนูญอีกห่วงตีความ ก.ม.ลูกช้าเมื่อถามว่ามีผู้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความสูตรคำนวณ ส.ส. กังวลคำวินิจฉัยของศาลอาจทำให้กระทบการเลือกตั้งครั้งหน้า อาจเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นรัฐบาลต้องออกกติกาพิเศษมาควบคุมการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ นายปกรณ์วุฒิกล่าวว่า เป็นเรื่องน่ากังวล เราควรตั้งข้อสังเกตและกดดันไปยังองค์กรต่างๆ เพราะวาระสภาฯมีเส้นตายชัดเจนคือ มี.ค.66 การ พิจารณาใดๆต้องรวดเร็วทันการณ์ ถ้าสมมติศาลรัฐธรรมนูญตีความวินิจฉัยว่าสูตรไม่ว่าจะหาร 100 หรือ 500 ขัดรัฐธรรมนูญจริงๆ แต่ถ้าศาลวินิจฉัยโดยเร็ว ส่งกลับเข้ามาสภาฯ ใหม่แล้วทำให้ทันไม่ยาก ถ้าทั้ง 2 สภาฯร่วมมือกัน และทำให้รวดเร็วตรงตามรัฐธรรมนูญ ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก.ก.ปิดข้อมูลเป็นความลับป้องกันรัฐบาลรู้ข้อสอบก่อน ใครจะอยู่ใครจะไปอาจไม่ขึ้นอยู่กับฝ่ายค้าน ความขัดแย้งในพรรคร่วมฯและประเด็นทางการเมืองหลายอย่างที่ปรากฏออกมา อาจทำให้มีเซอร์ไพรส์ได้ สอค.จัดยุทธศาสตร์รับทุกแบบที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย ให้สัมภาษณ์ภายร่วมเสวนา “เจาะลึกวิกฤติ ร่วมคิดทางออก” ว่า พรรคจัดเสวนาพูดคุยวิเคราะห์ปัญหาความกังวลของประชาชนทั้งเศรษฐกิจโลก ภาวะโรคระบาด เรื่องพลังงาน ร่วมกันคิดหาทางออกให้ประเทศและประชาชน เมื่อถามถึงสูตรหาร 500 คำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายอุตตมกล่าวว่า พรรคเราเตรียมพร้อมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะหาร 100 หรือ 500 เรามียุทธศาสตร์ชัดเจน วางทั้ง 2 แบบไว้ตั้งแต่ต้น มียุทธศาสตร์ทั้งพื้นที่เขต พยายามให้ได้คะแนนที่จะส่งผลต่อปาร์ตี้ลิสต์ ตัวหารจะเป็นอย่างไรเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ยุทธศาสตร์เป็นเรื่องสำคัญ เราส่งทุกพื้นที่ หวังผลเรื่องเขต ขณะเดียวกันกระแสที่จะส่งผลต่อระบบบัญชีรายชื่อ เรามีบุคลากร มีนโยบายที่ตอบโจทย์ให้ประชาชนได้ เร่งเครื่องทั้ง 2 ส่วน แคนดิเดตนายกฯยังยืนยันเป็นนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯ จะเปิดตัวเวลาเหมาะสม“สันติ” ท้ารอดูยึดชลบุรี-เพชรบูรณ์เมื่อเวลา 16.30 น. ที่สำนักงานพรรคพลังประชารัฐ จ.ชลบุรี นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะเลขาธิการพรรค พปชร. กล่าวถึงการจัดโรดโชว์ “พลังประชารัฐ พลังเพื่อชาติไทย” ว่า ใกล้จะเลือกตั้งไม่ปลายปีนี้ก็ต้นปีหน้า จึงต้องออกมาพบปะประชาชน เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยมองว่าการจัดโรดโชว์ของ พปชร.เพราะกลัวพรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์ นายสันติตอบว่า “แล้วสื่อคิดว่าผมกลัวไหมล่ะ เดี๋ยวดู จ.ชลบุรีและเพชรบูรณ์ จะเป็นจังหวัดแลนด์สไลด์ให้พวกเราดู” หัวหน้าพรรคเคยบอกว่าถ้าเป็นสูตรหาร 500 เราจะได้ ส.ส.มากขึ้น แต่ขึ้นอยู่กับประชาชน ที่ตั้งข้อสังเกตว่าเลือกสูตรหาร 500 ต้องการเอาใจพรรคเล็กในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พรรคเพื่อไทยพูดไปเรื่อยเปื่อย“เฮ้ง” หวังตะวันออกกวาด 80%ด้านนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.พรรค พปชร. กล่าวว่า เราไม่ได้คิกออฟการเมืองหลังพรรคอื่น แต่พร้อมมานานแล้ว เพียงแค่พรรคอื่นเคลื่อนไหวก่อน เวลานี้เริ่มนับถอยหลังทางการเมืองเหลือไม่กี่เดือนจะเลือกตั้ง ส.ส.ที่มายังมีไม่ถึงครึ่ง ส่วนใหญ่คือ ส.ส.ภาคตะวันออก ไม่ได้มาบลัฟกันเรื่องจำนวนคน แต่ศาลากลาง จ.ชลบุรีจุได้ 1 หมื่นกว่าคนคาดว่าล้น ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคตะวันออกได้เกือบครบหมดแล้ว เหลือ จ.ระยอง จ.ชลบุรีจะส่งครบทั้ง 10 เขต หวังว่าจะได้ ส.ส.80% ของภาคตะวันออกมวลชนคึกฟังปราศรัยล้นศาลากลางต่อมาเวลา 17.25 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. มาที่สำนักงานพรรค จ.ชลบุรี ด้วยรถเบนซ์ส่วนตัวกันกระสุน ทะเบียน 1 นก 6218 กรุงเทพมหานคร นายสันติ นายสุชาติ พร้อมแกนนำพรรค ส.ส.และผู้นำท้องถิ่นต้อนรับ พาไปถ่ายภาพกับ ส.ส. ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.และผู้นำท้องถิ่น ขณะที่ที่ศาลากลาง จ.ชลบุรีเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนมาร่วมฟังปราศรัยกว่าหมื่นคนจนล้นศาลากลาง บรรดา ส.ส.ผลัดเปลี่ยนขึ้นเวทีปราศรัย แล้วเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี เบื้องต้น นายสุชาติ ชมกลิ่น เขต 1 ร.อ.จองชัย วงษ์ทรายทอง เขต 2 นายสุรพงษ์ นำชัยรุจิพงษ์ เขต 3 นายรณเทพ อนุวัฒน์ เขต 4 นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เขต 5 นายสมเจตน์ เกตุวัตถา เขต 6 นายรุ่งเพชร แจ่มเจริญ เขต 7 นายมานพ ประกอบธรรม เขต 8 นายอิทธิพล คุณปลื้ม เขต9 เขต 10 รอนายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ส.ส.ชลบุรี พรรคเศรษฐกิจไทย ตัดสินใจ หากไม่มาจะส่งนายสมชาติ คุณปลื้ม น้องชายนายสมชาย คุณปลื้มลงสมัคร“บิ๊กป้อม” ประกาศชลบุรียกจังหวัดจากนั้นเวลา 19.30 น. นายสุชาติขึ้นเวทีปราศรัยว่า จ.ชลบุรี เป็นจังหวัดยุทธศาสตร์ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก เราคาดหวังว่าจะทำให้ได้ 10 ที่นั่ง ต่อมาเวลา 19.40 น. พล.อ.ประวิตรขึ้นเวทีมีมวลชนนำดอกกุหลาบมาให้กำลังใจตะโกน “ลุงป้อมอยู่ยาว ลุงป้อมสู้ๆ” และปราศรัยตอนหนึ่งว่า คนชลบุรีเป็นคนใจถึงพึ่งได้เหมือนพลังประชารัฐ รักในน้ำใจชาวชลบุรีอย่างยิ่ง อยู่ด้วยกันเป็นเวลานาน รู้ว่าภาคตะวันออกรู้สึกอย่างไร มีใจ นักเลง รักพวกพ้อง ตนและนายกฯ รวมถึง ส.ส.ในพรรคดำเนินนโยบายเพื่อความสุขของคนในชาติ จากใจนายกฯ และ ส.ส.พรรค พปชร.ขอบคุณพี่น้องที่เลือกพวกเรามารับใช้ขับเคลื่อนพัฒนาพื้นที่ จะมีใครไม่เลือก พปชร.มีหรือไม่ ใครเลือก พปชร.ขอให้ยกมือขึ้น มวลชนจึงตะโกนตอบว่า “เลือกพรรคพลังประชารัฐ”พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์หลังการปราศรัยว่า ชื่นใจดีใจที่มีคนมาเยอะแยะขนาดนี้ ผู้สื่อข่าวถามว่าแบบนี้ จ.ชลบุรีจะได้ยกทั้งจังหวัดหรือไม่ พล.อ.ประวิตรพยักหน้าพร้อมบอกว่า “จ้า ยกจังหวัด”ซูเปอร์โพลอวยคนหนุนนายกฯไปต่อวันเดียวกัน สำนักวิจัยซูเปอร์โพลเสนอผลสำรวจ เรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ 1,130 ตัวอย่าง พบว่าร้อยละ 81.4 ระบุการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้น ทำอะไรรัฐบาลไม่ได้ ร้อยละ 80.5 เป็นปกติธรรมดาทางการเมือง ร้อยละ 59.3 เป็นโอกาสให้รัฐบาลและรัฐมนตรีชี้แจงแสดงผลงาน โดยผลงานรัฐบาลกับการแก้วิกฤติประเทศ ร้อยละ 83.5 ระบุแก้วิกฤติโควิดได้ดีเยี่ยมระดับโลก ร้อยละ 80.9 ปกป้องเสาหลักของชาติ ร้อยละ 76.4 ฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่ดีไทย-ซาอุฯและนานาประเทศ ร้อยละ 75.2 กล้าเปลี่ยนแปลงนโยบาย ทำเรื่องกัญชาให้ถูกกฎหมาย โดยบุคคลที่ควรทำงานต่อไป ร้อยละ 58.7 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ร้อยละ 55.9 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ ร้อยละ 52.1 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ร้อยละ 48.3 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลฯ ร้อยละ 45.7 นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงานดุสิตโพลชี้ถึงเวลาสมควรซักฟอกด้านสวนดุสิตโพล สำรวจความเห็นประชาชนทั่วประเทศ 1,021 คน เมื่อวันที่ 4-7 ก.ค. พบว่าร้อยละ 83.38 ชี้ถึงเวลาเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ร้อยละ 16.62 ยังไม่ถึงเวลา ร้อยละ 71.02 สนใจติดตาม ร้อยละ 28.98 ไม่สนใจ โดยร้อยละ 75.67 อยากให้อภิปรายผลงานรัฐบาลแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ร้อยละ 73.49 สาเหตุสินค้าแพง ร้อยละ 70.71 การทุจริต คอร์รัปชัน เอื้อประโยชน์พวกพ้อง ร้อยละ 64.45 แก้กฎหมายเพื่อประโยชน์ประชาชน ร้อยละ 60.58 การใช้งบฯจัดซื้อจัดจ้าง โดยร้อยละ 80.18 อยากให้เนื้อหาไม่ซ้ำ ค้านอย่างมีเหตุผลมีหลักฐาน ร้อยละ 77.50 ควบคุมอารมณ์ สุภาพ ให้เกียรติกัน ร้อยละ 76.11 นำเสนอข้อมูลเป็นประโยชน์ ขณะที่ร้อยละ 84.33 ไม่อยากเห็นการโต้เถียงทะเลาะ ประท้วงบ่อยครั้ง ร้อยละ 68.95 เล่นเกมการเมืองมากเกินไป ร้อยละ 64.84 พูดนอกประเด็น นำเรื่องเก่ามาพูด ร้อยละ 46.03 เชื่อจะส่งผลให้ยุบสภา ร้อยละ 35.46 ไม่มีผล ร้อยละ 18.51 ไม่แน่ใจ นายกฯหารือ รมว.ต่างประเทศมะกันเมื่อเวลา 14.30 น. ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ให้การต้อนรับนายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกฯ สรุปสาระสำคัญการหารือว่า นายกฯกล่าวต้อนรับพร้อมฝากความระลึกถึงประธานาธิบดีไบเดน หวังว่าจะมีโอกาสได้ต้อนรับช่วงการประชุมระดับผู้นำเอเปกที่กรุงเทพฯปลายปีนี้ ยินดีที่ความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ มีพลวัตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นมิตรประเทศที่ใกล้ชิด ปีหน้าจะร่วมฉลองครบรอบ 190 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-สหรัฐฯ และยินดีที่ รมว.ต่างประเทศไทย-สหรัฐฯ ร่วมลงนามแถลงการณ์ว่าด้วยความเป็นพันธมิตรและหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทยและสหรัฐฯ ขณะที่นายบลิงเคนระบุแถลงการณ์ที่ลงนามเป็นเครื่องยืนยันถึงความเป็นพันธมิตรสำคัญจะเป็นบรรทัดฐานความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯไปอีก 190 ปีข้างหน้า สหรัฐฯให้ความสำคัญกับการกระชับความสัมพันธ์กับไทยถกร่วมมือ ศก.-ต้านค้ามนุษย์นายธนกรกล่าวอีกว่า ทั้งสองฝ่ายหารือความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ จะเพิ่มพูนความร่วมมือสนับสนุนการฟื้นฟูเศรษฐกิจและการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะ ความร่วมมือด้านห่วงโซ่อุปทาน ขยายการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายร่วมกันและอุตสาหกรรมที่ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจ BCG เพิ่มขีดความสามารถ การแข่งขันและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ และการพัฒนาพลังงานสะอาด ความร่วมมือการต่อต้านการค้ามนุษย์ สหรัฐฯชื่นชมและขอบคุณไทยความมุ่งมั่นในการดำเนินการที่ผ่านมาของไทย ความร่วมมือในอนุภูมิภาคและภูมิภาค พร้อมร่วมมือและสนับสนุนบทบาทที่สร้างสรรค์ระหว่างกันในภูมิภาค ไทยได้เข้าร่วมกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอินโด แปซิฟิก จะเป็นประโยชน์ต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจและการพัฒนาอย่างยั่งยืนและครอบคลุมของภูมิภาคและหารือสถานการณ์ในเมียนมา ประเทศไทยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ให้ความช่วยเหลือมนุษยธรรมตามที่เหมาะสมผ่านช่องทางต่างๆแข่งเดือดจีนกระชับสัมพันธ์ไทยผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบลิงเกน และนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศของไทย ได้ร่วมลงนามเอกสาร 2 ฉบับ 1.แถลงการณ์ว่าด้วยความเป็นพันธมิตรและหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทย-สหรัฐฯ 2.บันทึกความเข้าใจเกี่ยวกับการส่งเสริมห่วงโซ่อันทรงคุณค่าไทย-สหรัฐฯ ทั้งนี้ การเยือนประเทศไทยของนายบลิงเกนในวันที่ 9-10 ก.ค.ยังรวมถึงการเยี่ยมสถานคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ การหารือกับตัวแทนเยาวชนเมียนมาในไทย รับฟังแนวทางยุติความรุนแรง ส่งเสริมประชา ธิปไตยในเมียนมา ขณะที่สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า การเยือนครั้งนี้ยังมีขึ้นไม่กี่วันหลังนายหวัง อี้ รมว.ต่างประเทศจีนเยือนประเทศไทย เห็นได้ชัดว่าเป็นความพยายามของสหรัฐฯในการกระชับสัมพันธ์กับไทยและตอกย้ำถึงความสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พื้นที่ช่วงชิงอิทธิพลระหว่างสหรัฐฯ-จีน“อิทธิพร” ยังไม่พบโกง ลต.ซ่อมลำปางส่วนการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ลำปาง เขต 4 รวม 386 หน่วย อ.เสริมงาม เกาะคา สบปราบ เถินและแม่พริก มีผู้สมัคร 3 คนคือหมายเลข 1 นายเดชทวี ศรีวิชัย พรรคเสรีรวมไทย อดีตรองนายกเทศมนตรีเทศบาลเวียงมอกและสมาชิกสภาเทศบาลเวียงมอก หมายเลข 2 นายพลพงศ์ พงษ์สุพัฒน์ พรรคพลังสังคมใหม่ และหมายเลข 3 นายวัฒนา สิทธิวัง พรรคเศรษฐกิจไทย ตั้งแต่เช้านายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นำคณะลงพื้นที่ สังเกตการณ์ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 5 และ 6 ศาลาการเปรียญวัดน้ำผึ้ง-ไร่อ้อย ชุมชนบ้านผึ้ง ม.3 ต.ศาลา อ.เกาะคา จ.ลำปาง จากนั้นไปตรวจการใช้สิทธิที่หน่วยเลือกตั้งที่ 8 และ 9 หอประชุมโรงเรียนอนุบาลเกาะคา เขตชุมชนเหล่า-แม่ปูน ต.ศาลา อ.เกาะคา จ.ลำปาง มีประชาชนมาใช้สิทธิกัน ทันทีตั้งแต่เปิดให้ลงคะแนนเวลา 08.00 น. โดยนายอิทธิพรเปิดเผยว่า ภาพรวมเรียบร้อยดี ยังไม่มีคำร้องเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยเฉพาะการซื้อเสียง ขอเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิ เลือกตั้งกันให้มากๆตามเป้ากว่าร้อยละ 70“ธรรมนัส” น้อมรับเสียง ปชช.ชี้ขาดเมื่อเวลา 19.00 น. ที่ศูนย์อำนวยการพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) สาขา อ.เกาะคา จ.ลำปาง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรค ร่วมแถลงถึงการเลือกตั้งซ่อม เขต 4 จ.ลำปาง ที่ผลคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ พบว่าคะแนนผู้สมัครหมายเลข1 พรรคเสรีรวมไทยมีคะแนนนำ นายวัฒนา สิทธิวัง ผู้สมัครหมายเลข 3 ของพรรค ศท. ว่า พรรค ศท.ขอแสดงความยินดีกับผู้ชนะเลือกตั้งซ่อมเขต 4 ลำปาง พร้อมน้อมรับผลคะแนนเสียงจากประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย ขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ให้ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค จะนำผลการเลือกตั้งครั้งนี้ไปปรับปรุงแก้ไขการทำงานของพรรคต่อไป หลังแถลงข่าวเสร็จกรรมการบริหารพรรคทุกคนเข้ามาจับมือและชูมือกับ ร.อ.ธรรมนัส แสดงว่าทุกคนพร้อมจับมือกันสู้ต่อไปไม่ย่อท้อ“เสรีพิศุทธ์” ถือเป็นบุญคุณใหญ่หลวงขณะที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เดินทางมาที่ว่าการอำเภอเกาะคา สังเกตการณ์ เปิดเผยว่า ขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงของชาวลำปางที่มอบให้ครั้งนี้เพราะหลายหน่วยผู้สมัครของพรรคมีคะแนนนำคู่แข่งมาก เราไม่ต้องจ่ายเงินแต่เน้นเดินหาเสียงตั้งแต่ตีห้าตลอดวัน ตนต้องลามาช่วยหาเสียง การซื้อเสียงจะหมดไปสำหรับการเมืองไทยหรือไม่ ที่อื่นไม่แน่ แต่พรรคตนไม่ใช้แน่นอนและไม่ยอมด้วย ถือว่าคะแนนและความไว้วางใจที่ชาวลำปางเขต 4 มอบให้ถือว่าเป็นบุญคุณใหญ่หลวง เพราะพรรคไม่มี ส.ส.เขตเลย มีแต่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 10 คน ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก พร้อมโชว์ภาพตารางการนับคะแนนที่ขึ้นคะแนนของเบอร์ 1 มีคะแนนนำเบอร์ 3 เจ้าถิ่นเก่า โดยระบุว่า “แผ่นดินถล่มที่ลำปางแล้ว เบอร์ 1 เสรีรวมไทย เบอร์ 3 เศรษฐกิจไทย (ส.ส.พปชร.เดิม)แชมป์เก่าพลาดท่า “วัฒนา” พ่ายยับผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผลการเลือกตั้งส.ส.ลำปาง เขต 4 แทนตำแหน่งที่ว่างอย่างไม่เป็นทางการมีผู้มาใช้สิทธิทั้งสิ้น 97,355 ร้อยละ 60.32 ผลการนับคะแนนปรากฏว่านายเดชทวี ศรีวิชัย พรรคเสรีรวมไทย หมายเลข 1 เป็นอันดับหนึ่ง 55,638 ตามด้วยนายวัฒนา สิทธิวัง พรรคเศรษฐกิจไทย หมายเลข 3 เจ้าถิ่นได้ 30,451 คะแนน และนายพลพงศ์ พงษ์สุพัฒน์ พรรคพลังสังคมใหม่ หมายเลข 2 ได้ 2,882 คะแนน