ทลายสแกมเมอร์จีนเทาตุ๋นอดีตข้าราชการ 9.5 ล้าน อ้างเป็นพนักงานค่ายมือถือ แจ้งผู้เสียหายนำซิมการ์ดไปหลอกคนอื่น หากไม่จริงแนะให้แจ้งความออนไลน์ เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินและนำเงินสดไปตรวจสอบหลายครั้ง ญาติทราบข่าวพาร้องทุกข์ตำรวจไซเบอร์ คนร้ายยังเหิมเกริมโทรศัพท์ขู่ให้นำเงินไปให้เพิ่ม ชุดสืบสวนซ้อนแผนจับผู้ต้องหาชาวจีน ก่อนขยายผลค้นบ้านบอสใหญ่ พบลูกน้องชาวจีนอีก 2 คน ยึดเงินสดและทรัพย์สินได้กว่า 20 ล้านจับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์จีนเทา เปิดเผยเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 19 ก.พ. ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. แถลงปฏิบัติการทลายเครือข่ายจีนเทาแก๊งสแกมเมอร์หลอกเหยื่อสูญกว่า 9.5 ล้านบาท สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายเป็นชายวัย 63 ปี อดีตข้าราชการ จ.นนทบุรี ถูกมิจฉาชีพอ้างเป็นพนักงานบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่รายหนึ่งแจ้งว่าผู้เสียหายนำซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือให้บุคคลอื่นใช้กระทำผิดหลอกลวงผู้อื่นผู้เสียหายปฏิเสธไม่ได้ทำ คนร้ายออกอุบายต่อว่าหากไม่เป็นความจริง ขอให้ไปแจ้งความตำรวจ แต่หากไม่สะดวกไปแจ้งความที่โรงพักให้แจ้งความผ่านระบบออนไลน์ด้วยการเพิ่มเพื่อนทางแอปพลิเคชันไลน์ชื่อบัญชี “รองผู้กำกับ เขณ ภูโอ” มีโปรไฟล์แสดงเป็นภาพตำรวจ ผู้เสียหายหลงเชื่อมีการพูดคุยทางแชตและวิดีโอคอลกันหลายครั้ง ผู้เสียหายคิดว่าเป็นตำรวจจริงยอมให้ตรวจสอบทรัพย์สิน เพราะคิดว่าหลังเสร็จเรื่องจะได้เงินคืน เหยื่อหลงเชื่อไป 2 ครั้ง รวมยอดโอนกว่า 1.7 แสนบาทต่อมาคนร้ายเปลี่ยนให้ผู้เสียหายนำเงินสดไปวางไว้ตามที่ต่างๆรวม 7 ครั้งยอดเงินกว่า 9.5 ล้านบาท ทุกครั้งคนร้ายสวมแมสก์และสวมหมวกอำพรางใบหน้า กระทั่งคนในครอบครัวผู้เสียหายทราบเรื่องมั่นใจว่าเป็นมิจฉาชีพพาเข้าแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ ระหว่างให้ข้อมูลตำรวจ คนร้ายยังเหิมเกริมโทรศัพท์มาหาผู้เสียหายข่มขู่ให้นำเงินไปตรวจสอบเพิ่มเติม ชุดสืบสวนวางแผนให้ผู้เสียหายนำเงินสด 1 แสนบาทไปให้ที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว กรุงเทพฯคนร้ายหลงกลมาตามนัด ก่อนรวบตัวไว้ได้ทราบชื่อคือ นายช่ง ซือหยาง อายุ 27 ปี สัญชาติจีน ให้การว่า ทำหน้าที่คอยรับเงินจากเหยื่อไปส่งให้นายเจิ้นคุน ไซ อายุ 59 ปี หัวหน้าแก๊งชาวจีน ที่บ้านย่านสาทร กรุงเทพฯ ตำรวจขอหมายจับและหมายค้นศาลอาญาลงวันที่ 18 ก.พ. บุกเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 2 แห่ง จุดแรกบ้านเลขที่ 191/1 ถนนเย็นจิต แขวงวัดดอน เขตสาทร และอีกจุดที่บ้านเลขที่ 193/1 ถนนเย็นจิต แขวงวัดดอน เขตสาทร พบชาวจีน 2 คน แต่ไม่พบนายเจิ้นคุน ไซตรวจค้นพบของกลางเงินสด 1,243,540 บาท คอมพิวเตอร์ 5 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง บัตรเครดิต ใบอนุญาตขับขี่และเอกสารต่างๆจำนวน 26 ใบ สมุดบัญชีธนาคาร 17 เล่ม สมุดจดรายการแลกเหรียญ 10 เล่ม รถยนต์ HONGQI 1 คัน รถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด 1 คัน พระเครื่องเลี่ยมทองและแหวนทองมูลค่า 300,000 บาท นาฬิกายี่ห้อ Rolex มูลค่า 600,000 บาท นาฬิกา Franck muller ราคา 900,000 บาท โฉนดห้องชุดมูลค่า 9,000,000 บาท และตู้เซฟอีก 6 ใบ อยู่ระหว่างการตรวจสอบ รวมทรัพย์สินตรวจยึดกว่า 20 ล้านบาทจากการสืบสวนสอบสวนทราบว่า แก๊งสแกมเมอร์รายนี้เป็นเครือข่ายใหญ่มีฐานอยู่ในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ใช้ทีมงานคนไทยโทรศัพท์ไปหลอกเหยื่อ มีกลุ่มจีนเทาที่ฝังตัวอยู่ในไทยเป็นคนนำเงินสดส่งต่อให้กับบอสชาวจีน ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างขยายผลถึงตัวการใหญ่และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมดำเนินคดีข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่