ย้อนมาอ่านคำนำหนังสือ“สุดสนามสำนวนไทย” ผมจึงรู้ว่า เป็นงานเขียนเก่า ที่อาจารย์ล้อม เพ็งแก้ว เขียนไว้ถึง 16 เม.ย.2561คณะทำงานสำนักพิมพ์พื้นภูมิเพชร นำมาจัดพิมพ์ เป็นที่ระลึกในวันคล้ายวันครบรอบวันเกิด 85 ปี 4 ธ.ค.2564หนังสือทุกเล่มของอาจารย์ล้อม โดยเฉพาะเล่มล่า ต่อไปจะเป็นหนังสือหายาก ยังมีเวลาที่รีบหาอ่านกันไว้ก่อนจะไม่มีให้ซื้อผมใช้สำนวน “เสือซุ่ม” นำร่องเรียกน้ำย่อยไปแล้ว วันนี้ ยังติดพัน ขอใช้สำนวน...เลือกไข่ได้ไข่คลอน เลือกหมอนได้หมอนกิ่ว ...สำนวนนี้ ไม่ใช่สำนวนไทย แต่อาจารย์ล้อมเดินทางไกล ไปได้มาจากเมืองลาวอาจารย์ล้อมไปลาวคราวแรก (ตอนเกษียณราชการใหม่ๆ) ไปทางเรือ ลงเรือที่เชียงของตอนเช้า แวะค้างคืนที่ปากแบ่ง รุ่งขึ้นเวลาเย็น จึงถึงหลวงพระบางได้นั่งชมภูมิประเทศสองฝั่งโขง ได้ฟังเพลงจากมือซอ คุณรังสิต จงฌาณสิทโธ มีทั้งคนไทยและคนลาวร่วมแจม จึงได้พูดคุย สนิทสนมกับสาวหลวงพระบางสองคน คือเอื้อยวัน กับเอื้อยแดงเธอเป็นแม่ค้า รับแลกเปลี่ยนเงินไทยกับเงินลาว ซื้อสินค้าจากเมืองไทยไปขายหลวงพระบางไปลาวคราวที่สอง ไปทางบก กินผักกูดที่เมืองกาสี ค้างคืนที่วังเวียง ได้ชมน้ำซอง เที่ยวถ้ำจัง ผ่านเมืองหินเหิบ กิ่วขะจ้ำ เมืองเงิน เมืองเหล่านี้เทียบเมืองไทยเป็นประมาณหมู่บ้านเมื่อไปถึงหลวงพระบาง ก็แวะไปเยือนเอื้อยวัน มีขนมจากเมืองเพชรไปฝาก เราต่างดีใจที่ได้พบกันอีก ตอนเย็นเธอชวนไปกินข้าวที่บ้านไม่ไกลจากที่พัก เอื้อยแดงน้องสาว มาช่วยต้อนรับ พวกเราเอาเขย (เบียร์) ลาวไปด้วยระหว่างพูดคุยสนุกสนาน เอื้อยแดงคนน้อง คุยให้ฟังว่า เอื้อยวัน ผู้พี่ เพิ่งตกพุ่มหม้าย หย่าจากสามีไม่นานเอื้อยวันเป็นคนขยันขันแข็งในการทำมาหากิน มีแฟนทุกครั้งก็เป็นคนหาเลี้ยง แต่คู่ครองก็มักนั่งกินนอนกิน ไม่ช่วยทำงาน ยังหาทุกข์มาให้ เมาเหล้าเมายา เล่นการพนัน หลายครั้งก็ทุบตี และที่หนักหนา ก็คือมีเมียน้อยเมื่อทุนรอนในการค้าขายร่อยหรอ เขาก็ตีตัวจากคุยถึงพี่สาวอาภัพแล้ว เอื้อยแดงผู้น้องก็ใช้สำนวนเปรียบเปรย“เลือกไข่ก็ได้ไข่คลอน เลือกหมอนก็ได้หมอนกิ่ว”อาจารย์ล้อม ฟังถึงตอนนี้ ก็คิดสำนวนลาวนี้...เป็นบทอุปมาที่แยบคาย“ไข่คลอน” หมายถึง “ไข่เน่า” หากจับไข่เน่ามาเขย่า ก็จะได้ยินเสียงขลุกขลิก หรือเคลื่อนไหวอยู่ข้างใน อาการสั่นไหวก็คือคลอน อย่างเพลงผู้ใหญ่ลีที่ว่า “ตาสีหัวคลอน”“หมอนกิ่ว” คือหมอนที่หนุนข้างในจับกันเป็นก้อน เมื่อหนุนนอน นุ่นจะแยกออก จึงหัวหนุนจึงคอด เหมือนไม่ได้หนุนอะไรการคอดกลางเมื่อหนุน ก็คือ “กิ่ว” นั่นเองอาจารย์ล้อม ทิ้งท้ายข้อเขียน “ขอให้แฟนๆที่อ่านเพชรภูมิ (นสพ.ฉบับที่อาจารย์เขียนคอลัมน์) อย่าให้สาวๆเขาว่าเป็นชายไข่คลอน หรือชายหมอนกิ่ว ได้ทีเดียวอ่านเรื่องของอาจารย์ล้อม ผมก็นึกไปถึงหัวอกคนกรุงเทพฯ แถวๆเขตหลักสี่ ที่จะได้เลือกตั้งซ่อม ส.ส. ปลายเดือนนี้ครับ บ่ายวันพฤหัสฯมีข่าว สมัครกันแล้ว 8 คน จำนวนนี้แสดงว่า คนที่รักพรรคที่ชอบ พอมีให้เลือกนึกถึงสำนวนลาว “เลือกไข่ก็ได้ไข่คลอน เลือกหมอนก็ได้หมอนกิ่ว” เอาไว้บ้างเพราะถ้าเลือกผิด ได้คนที่ใช้ไม่ได้ อาจอกหักรักคุด เหมือนเอื้อยวัน สาวลาว ก็คงต้องช้ำใจ ไปเลือกแล้วก็ต้องไปเลือกอีก เหนื่อยทั้งรัฐบาล เหนื่อยนักการเมือง และเหนื่อยไปถึงชาวบ้าน.กิเลน ประลองเชิง