เป็นรางวัลอันทรงคุณค่ายิ่ง สำหรับคนข่าว เมื่อราชบัณฑิตยสภาแห่งสวีเดน ประกาศผลรางวัลโนเบลอันทรงเกียรติ สาขาสันติภาพ ประจำปี 2564ตามที่ คณะกรรมการรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ที่นอร์เวย์ พิจารณาตัดสินมอบรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ให้แก่ “มาเรีย เรสซา” นักข่าวหญิงชาวฟิลิปปินส์ วัย 58 ปีและ “ดมิทรี มูราทอฟ” นักข่าวชาวรัสเซีย วัย 59 ปีจากผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพในปีนี้ จำนวน 329 คนทั้งคู่ได้ต่อสู้ในฐานะสื่อมวลชน เพื่อปกป้องเสรีภาพการแสดงออก ในประเทศฟิลิปปินส์ และรัสเซียโดยคณะกรรมการได้เรียก “มาเรีย เรสซา” และ “ดมิทรี มูราทอฟ” ว่าเป็นตัวแทนของนักข่าวทุกคน ในการยืนหยัดเพื่ออุดมการณ์ในการต่อสู้เพื่อเสรีภาพของการแสดงออกตามข่าวระบุว่า รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปีนี้ถูกจับตามองมากที่สุดเพราะก่อนหน้านี้คาดการณ์กันว่ารางวัลอาจตกเป็นของบุคคล หรือองค์การที่เกี่ยวข้องกับการรับมือการแพร่ระบาดของ ไวรัสโควิด-19 ทั้ง องค์การอนามัยโลก (WHO), นักเคลื่อนไหวทางด้านสิ่งแวดล้อมหรือแม้แต่ นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่อาจสร้างประวัติศาสตร์เดินตามรอยนายบารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับผลงานการถอนทหารออกจากอัฟกานิสถานสุดท้ายคณะกรรมการฯก็มอบรางวัลให้คนข่าวของ 2 ชาติ ครองร่วมกันสำหรับ “มาเรีย เรสซา” เป็นอดีตนักข่าวสายสืบสวน ของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น และเป็นผู้ก่อตั้ง สำนักข่าวเดอะแร็ปเปลอร์ ของฟิลิปปินส์ขณะที่ “ดมิทรี มูราทอฟ” คือหนึ่งในผู้ก่อตั้ง หนังสือพิมพ์โนวายา กาเซตา ของรัสเซียทั้งคู่มีผลงานการต่อสู้อย่างกล้าหาญเพื่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นในประเทศของตนเองขณะเดียวกันทั้งคู่ยังถือเป็นตัวแทนของสื่อมวลชนทั่วโลกที่แสดงจุดยืนต่อวิชาชีพอย่างหนักแน่นท่ามกลางสถานการณ์วิกฤติด้านประชาธิปไตย และเสรีภาพของสื่อมวลชนถูกท้าทาย และบั่นทอน โดยอำนาจรัฐคณะกรรมการฯที่มอบรางวัลระบุว่า “มาเรีย เรสซา” ใช้ เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เปิดโปงการใช้อำนาจที่มิชอบ การใช้ความรุนแรง รวมถึงการใช้อำนาจอย่างเบ็ดเสร็จ มุ่งเน้นวิพากษ์วิจารณ์นโยบายที่อื้อฉาว ภายใต้การบริหารของ นายโรดรีโก ดูแตร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์โดยเฉพาะนโยบายการสังหารเพื่อต่อต้านยาเสพติด ที่มีการใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือเผยแพร่ข่าวปลอม โจมตีฝ่ายตรงข้าม สร้างวาทกรรมปลุกปั่นมวลชนกลุ่มผู้สนับสนุนตนส่วน “ดมิทรี มูราทอฟ” ทำหน้าที่เปิดโปงการคอร์รัปชัน การใช้ความรุนแรงของตำรวจ การโกงเลือกตั้ง ไปจนถึงการใช้กำลังทางทหารของรัสเซีย ทั้งในและนอกประเทศซึ่ง นายมูราทอฟ ประกาศอุทิศรางวัลอันทรงเกียรตินี้ให้แก่นักข่าวที่ถูกปลิดชีพอันเนื่องมาจากการทำงาน รวมทั้งนักข่าวในรัสเซีย ที่กำลังถูกควบคุมบังคับจากอำนาจรัฐต้องแสดงความชื่นชมกับทั้งคู่ที่กล้ายืนหยัดในเส้นทางการต่อสู้อันยาวนานตามอุดมการณ์ของคนข่าว แม้จะเต็มไปด้วยอุปสรรค และอันตรายจากการใช้อำนาจรัฐมาย้อนดูสถานการณ์ของสื่อไทย ก็คงไม่ต่างกันโดนกดด้วยอำนาจรัฐ คสช.มานาน จนจะชาชินแล้ว.“เพลิงสุริยะ”