กระทรวงแรงงาน ได้ขอความเห็นชอบการกำหนด หลักเกณฑ์สินค้านำเข้าที่มีความเสี่ยงใช้แรงงานภาคบังคับ เข้าพิจารณาในที่ประชุม ครม. เพื่อรองรับผลการไต่สวนไทยในกรณีที่ สหรัฐฯกำหนดใช้มาตรา 301 พ.ร.บ.การค้า ในการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยแรงงานภาคบังคับ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องให้รัฐบาลไทยกำหนดความชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษรนำไปประกอบการพิจารณาของ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ภายในวันที่ 6 ก.ค.2569 ก่อน ที่สหรัฐฯจะประกาศใช้อัตราภาษีสินค้านำเข้า ภายในวันที่ 24 ก.ค. ที่จะถึงนี้ เป็นไฟลนก้นเรื่องอย่างนี้ คนไทย ไม่ค่อยมีโอกาสที่จะรับทราบข้อมูลข่าวสารจากภาครัฐ ในขณะที่รัฐบาลมัวแต่ยุ่งกับการขี่ช้างจับตั๊กแตน เน้นที่การรักษาภาพลักษณ์และคะแนนนิยม มองข้ามความปลอดภัยเรื่องระดับประเทศวันวาน นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเป็นครั้งแรก ซึ่งกำหนดว่าจะมีการหารือเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันทุก 4-6 สัปดาห์เพื่อกลั่นกรองนโยบายด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม เกษตรกรรม พลังงาน แรงงาน การค้า โดยรัฐบาลมีเป้าหมายที่จะยกระดับประเทศไทยให้เป็นประเทศรายได้สูง ภายใน 12 ปี ด้วยการขับเคลื่อนใน 7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ เกษตรและอาหาร ยานยนต์แห่งอนาคต อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและดิจิทัล ยาและสุขภาพ การท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ การค้า และเศรษฐกิจสร้างสรรค์มีเป้าหมายที่จะให้ประเทศไทย ติดอันดับ 1 ใน 20 ของโลก ในด้านขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยวางแนวทางผ่าน 4 เครื่องยนต์หลัก ได้แก่ การลงทุนใหม่ ตั้งเป้าไว้ที่ 30% ของจีดีพี สัดส่วนการลงทุนในปัจจุบันที่ 20% ของจีดีพี ภายใน 4 ปีนี้ การท่องเที่ยวและการบริการ ที่เน้นเชิงคุณภาพและมูลค่าสูง พร้อมที่จะผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหาร ทุนมนุษย์ ยกระดับทักษะแรงงานเป็นวาระแห่งชาติ เน้นเพิ่มทักษะการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม เทคโนโลยีและคณิตศาสตร์เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง ฉายภาพการทำงานเหมือนกับการแข่งขันฟุตบอลโลก อาศัยความร่วมมือของทีมฟุตบอลเศรษฐกิจ กองหน้า 7 สาขาหลัก กองกลางโครงสร้างพื้นฐานและกองหลังรักษาวินัยการคลัง ในรูปแบบระยะสั้นและระยะยาว Quick Big Win และ Big Win แบ่งงานให้ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ เร่งเจรจา FTA กับประเทศคู่ค้า ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและ รมว.การอุดมศึกษาฯ เตรียมพร้อมกำลังพล ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ แก้กฎหมายโดยจะเปลี่ยนบทบาทภาครัฐจากผู้ควบคุมเป็นผู้สนับสนุนสภาพัฒน์แจ้งรายได้ต่อหัวประชากรไทยยังต่ำอยู่ที่ 8-9 พันดอลลาร์ต่อปี ถ้าจะก้าวผ่านกับดักความยากจนต้องมีรายได้สูงอยู่ที่ 1.5 หมื่นดอลลาร์ขึ้นไป ณ จุดนี้แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่บังคับใช้ตามรัฐธรรมนูญสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เก็บพับไปเรียบร้อย ตราบใดที่ประเทศไทยยังบริหารประเทศด้วยระบบประชานิยม คนจนตามการลงทะเบียนบัตรคนจนเพิ่มขึ้นเป็น 19 ล้านคนจากเดิม 13 ล้านคน ในจำนวนนี้ไม่มาลงทะเบียน 5 แสนคนด้วยซ้ำ นโยบายด้านเศรษฐกิจและการแข่งขันของประเทศเขียนให้สวยหรูเอาไว้ก่อน ส่วนภาคปฏิบัติจะสอบตกไม่มีปัญหา.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม