จับตาย “ภูมิ ชำแระ” พ่อค้ายานรกเมืองโอ่งร่างพรุนคารถเก๋ง หลังเจ้าตัวเหิมเกริมจ่อยิงทะลวงอกอาสาสมัครตำรวจบ้านบาดเจ็บสาหัส ก่อนเกิดเหตุชุดสืบสวน สภ.บ้านโป่ง สะกดรอยตามคนร้ายขับรถไปบ้านแม่ อ.โพธาราม ขณะจะเข้าค้นบ้านแต่คนเจ็บไปชะโงกดูรถถูกคนร้ายที่นอนซุ่มอยู่ในรถยิงสวนล้มทรุด ชุดสืบสวนระดมยิงใส่รถก่อนช่วยคนเจ็บออกมาส่งโรงพยาบาล พร้อมประสานตำรวจพื้นที่เข้าปิดล้อมนานกว่า 1 ชม.ตัดสินใจบุกทุบรถพบเป็นศพแล้ว ค้นในรถเจอทั้งยาบ้า ยาไอซ์ เงินสด 1.5 แสนบาท แถมแผ่นป้ายทะเบียนรถอีกเพียบ เช็กประวัติผู้ตายเพิ่งพ้นโทษคดียาเสพติดออกจากคุกมาได้ 2 ปียังไม่ยอมเลิกพ่อค้ายาบ้ายิงตำรวจบ้านบาดเจ็บถูกวิสามัญฯ คารถเก๋งรายนี้เปิดเผยเมื่อเวลา 16.30 น. วันที่22 มิ.ย. ร.ต.อ.อุเทน อำนวย รอง สว. (สอบสวน) สภ.โพธาราม จ.ราชบุรี ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายยิงอาสาสมัครตำรวจบ้าน (อตร.) ได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าบ้านเลขที่ 23 หมู่ 2 ต.ชำแระ อ.โพธาราม รายงานให้ พล.ต.ต.ปรัชญา ทองน้ำวน ผบก.ภ.จ.ราชบุรี พ.ต.อ.พัลลภ สุริยะกุล ณ อยุธยา รอง ผบก. พ.ต.อ.ภุชงค์ ณรงค์อินทร์ ผกก.สภ.โพธาราม พ.ต.ท.ศิริสุข คำสุข รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.บุญส่ง พันธ์จินดา รอง ผกก.ป. นำกำลังตำรวจไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี นำรถกระบะมาจอดขวางทางเข้าออกพร้อม กระจายกำลังปิดล้อมบ้าน ส่วนผู้บาดเจ็บถูกช่วยเหลือนำส่ง รพ.โพธาราม ไปก่อนหน้า ทราบชื่อ นายธนากร แพ่งผล อายุ 45 ปี อาสาสมัครตำรวจบ้าน สภ.บ้านโป่ง มีบาดแผลถูกยิงด้วยปืน 9 มม.เข้าหน้าอก 1 นัด อาการสาหัส ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อภายหลังคือ นายกิตติภูมิ แย้มกลัด อายุ 38 ปี พ่อค้ายาเสพติดฉายา “ภูมิ ชำแระ” ยังอยู่ในรถเก๋งฮอนด้าแจ๊ซ สีขาว ทะเบียน กษ 875 พระนครศรีอยุธยา จอดอยู่หน้าบ้าน ตำรวจพยายามเจรจาเกลี้ยกล่อมให้ออกจากรถมามอบตัว ขณะที่ญาติๆที่อยู่ในบ้านก็ช่วยตะโกนเรียก แต่ไม่เป็นผล คนร้ายยังไม่ยอมเปิดประตูรถออกมาช่วงเวลาความตึงเครียดผ่านไปนานกว่า 1 ชม. ตำรวจใช้โดรนบินเข้าไปสำรวจดูความเคลื่อนไหวรอบรถคนร้าย แต่ไม่พบสัญญาณใดๆ ต่อมาตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ บก.สส.ภ.7 หรือชุดปฏิบัติการอินทรี 7 ตัดสินใจนำโล่เหล็กพร้อมค้อนเหล็กค่อยๆ เดินเข้าไปประชิดรถคนร้ายแล้วทุบกระจกทันที ปรากฏว่า พบศพนายกิตติภูมิเสียชีวิตอยู่บนเบาะนั่งคนขับที่ปรับเอนนอน มือขวาถือปืน 9 มม. วางบนอก มีบาดแผลถูกยิงที่แขนขวาและสีข้างขวาหลายนัด ประตูฝั่งคนขับถูกยิงเป็นรูพรุน บนเบาะรถพบแมกกาซีน ปืน 3 อัน และปืนปลอม 1 กระบอก นอกจากนี้ ยังพบ ยาบ้า 177 เม็ด ยาไอซ์น้ำหนัก 14.9 กรัม และเงินสดประมาณ 150,000 บาท เจ้าหน้าที่เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุญาติผู้ตายไป ให้ข้อมูลตำรวจ สภ.บ้านโป่ง ว่า ผู้ตายเกี่ยวข้องกับ ยาเสพติด อยากให้เลิก ประกอบกับมีชื่อเป็นเป้าหมายยาเสพติดที่ตำรวจเฝ้าติดตามพฤติกรรมอยู่ ชุดสืบสวน ไปตามตัวที่บ้านใน อ.บ้านโป่ง แต่ไม่พบ ทราบว่า ขับรถเก๋งไปบ้านแม่ที่ ต.ชำแระ อ.โพธาราม ติดตามไปพบรถผู้ตายจอดอยู่หน้าบ้าน คิดว่าเจ้าตัวอยู่ใน บ้านจะเข้าไปขอตรวจค้น ระหว่างนั้นนายธนากร ตำรวจบ้านที่ได้รับบาดเจ็บ ไปชะโงกหน้าดูที่รถพบ ผู้ตายปรับเบาะเอนนอนระวังตัวอยู่แล้วใช้ปืนยิงสวน ออกมา 1 นัด กระสุนเข้าหน้าอกล้มทรุดได้รับบาดเจ็บ ตำรวจชุดสืบสวนที่อยู่ใกล้ๆใช้ปืนยิงตอบโต้ใส่รถเพื่อป้องกันตัวทันทีแต่ไม่ทราบว่าถูกผู้ตายหรือไม่ ก่อนจะช่วยเหลือคนเจ็บออกมานำส่งโรงพยาบาล พร้อมขอกำลังมาปิดล้อมเกลี้ยกล่อมอยู่นานจนพบว่านายกิตติภูมิถูกยิงเสียชีวิตอยู่ในรถแล้วตรวจสอบประวัตินายกิตติภูมิ ผู้ตาย เคยถูกจับ คดียาเสพติดหลายคดี ล่าสุดเพิ่งพ้นโทษออกมาได้ประมาณ 2 ปี แต่ยังกลับมายุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก กระทั่งก่อเหตุยิงตำรวจบ้านบาดเจ็บจนตัวเองถูกจับ ตายคารถ หลังเกิดเหตุตำรวจประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์ หลักฐาน แพทย์เวร อัยการ และฝ่ายปกครอง ร่วมตรวจ สอบที่เกิดเหตุก่อนนำศพส่งชันสูตรตามขั้นตอนต่อมาช่วงเช้าวันที่ 23 มิ.ย. พ.ต.อ.ธนบูรณ์ ธัชศฤงคารสกุล ผกก.ศพฐ.7 นำทีมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อตรวจร่องรอยวิถีกระสุนปืน รวมทั้งเก็บรวบรวมหัวกระสุนและปลอกกระสุนที่ตกอยู่ในจุดเกิดเหตุเพื่อนำไปคัดแยกว่าเป็นของใครบ้าง ขณะเดียวกันได้ตรวจสอบข้อมูลรถเก๋งผู้ตายพบว่าติดแผ่นป้ายทะเบียนไม่ตรงกับรถ และยังพบแผ่นป้ายทะเบียนอีกหลายป้ายอยู่ในรถ ตำรวจจะต้องขยายผลว่าเป็นของใครและเกี่ยวข้องอะไรกับผู้ตาย ส่วนอาการตำรวจ บ้านที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ล่าสุด พ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังต้องรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูอยู่ในความดูแลของ แพทย์อย่างใกล้ชิด พร้อมมีการเปิดรับบริจาคเลือดกรุ๊ปโอ หรือกรุ๊ปใดก็ได้ สามารถบริจาคได้ที่ รพ.โพธาราม ให้กับนายธนากร แพ่งผล ผู้บาดเจ็บอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่