เป็นเป้าหมายที่ท้าทายอย่างยิ่ง เมื่อ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรัฐมนตรีคลัง แถลงผลการประชุม “คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.)” นัดแรก มี นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธาน กรอ. ได้ตั้งเป้าหมาย “ยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูงภายใน 12 ปี” ด้วยการ ขับเคลื่อน 7 สาขาเศรษฐกิจหลัก และตั้งเป้าหมาย ให้ประเทศไทยติดอันดับ 1 ใน 20 ของโลกด้านขีดความสามารถในการแข่งขัน (IMD) ภายในปี 2573 จากปีปัจจุบันที่อยู่ในอันดับที่ 26 และเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจให้มากกว่า 3% หรือ 3% plus จากปัจจุบันที่ 2.7%7 สาขาเศรษฐกิจหลัก ประกอบด้วย 1.เกษตรและอาหารคุณภาพสูง 2.ยานยนต์แห่งอนาคต 3.อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและดิจิทัล 4.ยาและสุขภาพ 5.การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ 6.การค้าและการค้าปลีก 7.เศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ กรอ. ได้แบ่งการทำงานผ่าน 4 เครื่องยนต์หลัก โดยให้รองนายกฯ 4 คนรับผิดชอบ ได้แก่ 1.การลงทุนใหม่ รับผิดชอบโดย ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรัฐมนตรีคลัง ตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการลงทุนให้ใกล้เคียง 30% ของจีดีพี จาก 22% ในปัจจุบัน ผลักดันให้ไทยเป็น ศูนย์กลางเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และดิจิทัล, ศูนย์กลางการเงินของภูมิภาค รวมถึง เศรษฐกิจสีเขียว และ ยานยนต์สมัยใหม่2.การค้าการท่องเที่ยวและบริการ รับผิดชอบโดย คุณศุภจี สุธรรมพันธฺุ์ รองนายกฯและรัฐมนตรีพาณิชย์ ตั้งเป้าหมายยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ศูนย์กลางด้านสุขภาพ และความปลอดภัยด้านอาหารมูลค่าสูง3.ทุนมนุษย์ รับผิดชอบโดย คุณยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและรัฐมนตรีการอุดมศึกษาฯ ตั้งเป้าหมาย ยกระดับทักษะ STEM (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์) ให้เป็นวาระแห่งชาติ4.ประสิทธิภาพภาครัฐ รับผิดชอบโดย คุณปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ตั้งเป้าหมายนำ ระบบรัฐบาลดิจิทัล และ การออกใบอนุญาตอิเล็กทรอนิกส์ (e–Licensing) มาใช้ เพื่อลดขั้นตอน ลดการใช้ดุลพินิจ ปรับปรุงกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างให้อัดฉีดเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจเร็วขึ้นดร.เอกนิติ ระบุว่า เครื่องยนต์ทั้ง 4 มีเป้าหมายระยะสั้นคือ ทำ Quick Big Win ให้เห็นผลใน 6 เดือนถึง 1 ปี โดยให้เลือกทำ Quick Big Win ที่ส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจมาเสนอให้เดือนหน้า (ก.ค.) เพื่อปลดล็อกอุปสรรคและเหยียบคันเร่งให้ตรงเป้าหมายฟังแล้วก็ต้องบอกว่า อึ้งทึ่ง พร้อมกับคำถามว่า รัฐบาลจะทำได้จริงหรือ?คุณดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันรายได้เฉลี่ยต่อหัวของคนไทยอยู่ที่ 8,000–9,000 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อปี ราว 264,000–297,000 บาท หากต้องการก้าวขึ้นเป็นประเทศที่มีรายได้สูง 15,000 ดอลลาร์ต่อปี ราว 495,000 บาท ภายใน 12 ปี รัฐบาลจะต้องยกระดับเศรษฐกิจให้ไปอยู่ที่ระดับ 5% ให้ได้ การเติบโตของจีดีพีที่เกิดขึ้นจริงก็ต้องอยู่ในระดับ 5% เช่นเดียวกัน หรือกว่า 2 เท่าจาก 2% ในปัจจุบันประเทศไทยติดอยู่ใน “กับดักประเทศรายได้ปานกลาง” Middle Income Trap มาตั้งแต่ปี 2519 นับถึงปีนี้ก็ 50 ปีเข้าไปแล้ว ก็ยังติดอยู่ในกับดักเดิม ไม่สามารถก้าวพ้นออกมาได้ ยังจมอยู่ในโครงสร้างเศรษฐกิจแบบเดิม ความเหลื่อมล้ำเดิม คุณภาพการศึกษาต่ำ ทักษะแรงงานต่ำ ขณะที่เพื่อนบ้าน สิงคโปร์ มาเลเซีย แซงหน้าไทยไปไม่เห็นฝุ่นแล้วยิ่งเห็นตัวเลขคนจนที่ กระทรวงการคลัง เพิ่งปิดการลงทะเบียน “บัตรคนจน” หรือ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” เมื่อวันอาทิตย์พบว่า มีผู้ลงทะเบียนขอรับบัตรคนจนกว่า 19.17 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 29% ของประชากร 66 ล้านคน เท่ากับว่า คนไทยทุก 3 คน จะเป็นคนจน 1 คน แล้วรัฐบาลจะนำประเทศไทยไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูงภายใน 12 ปีได้อย่างไร จึงเป็นเป้าหมายที่ท้าทายอย่างยิ่ง.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม