พระสงฆ์ในพุทธศาสนาแบบไทย มีคำสอนสำหรับคนที่ใกล้ตาย หรือกำลังจะตาย...ทำจิตให้ดี เพราะจิตที่ดีจะนำไปสู่ สุคติ หรือภพภูมิที่ดี ก็ดูจะแค่นี้ แต่ถ้าเป็นพระลามะในพุทธมหายาน ท่านมีหลักการเป็นขั้นเป็นตอน เขียนไว้เป็นหนังสือหลายเล่มใครที่เคยดูหนังฝรั่ง เรื่องลิตเติลบุดด้า ที่คีนู รีฟส์ แสดงเป็นพระสิทธัตถะ คงจำฉากท้ายๆ ตอนลามะ องค์พระเอกของเรื่อง นั่งตายได้ท่านห่มจีวรเรียบร้อย ดึงชายจีวรคลุมศีรษะ แล้วนั่งสมาธิ นิ่งแน่ว นานหลายวันหลายคืน จนผ้าจีวรที่คลุมศีรษะหลุดมาที่บ่า...นั่นแสดงว่าท่านดับจิตของท่านแล้วพูดง่ายๆ ท่านตายแล้วตามธรรมเนียม ศพของท่านจะถูกนำไปฝังไว้ในสถูปก่อเป็นทรงสูง เป็นสัญลักษณ์หลวงพ่อองค์นี้ท่านนั่งตาย ขณะที่ลามะองค์ไหน ที่เขาสร้างสถูปเป็นรูปนอน ก็แสดงว่าองค์นี้นอนตายเรื่องของลามะขลังมากท่านหนึ่ง...ตอนบำเพ็ญสมาธิ ท่านมีกติกา ถ้าจิตตก คิดอะไรที่ไม่ดี ตอนไหน ท่านก็จะหยิบก้อนหินสีดำที่เตรียมไว้ก่อนวางไว้ ถ้าคิดไม่ดีอีกก็วางไว้อีก เหมือนเป็นคะแนนแต่อีกด้าน ถ้าจิตคิดเรื่องดี เรื่องที่เป็นกุศล ท่านก็ให้คะแนนเป็นก้อนหินสีขาวครบกำหนด หลวงพ่อองค์นี้วางก้อนหินสีขาวไว้กองโตกว่า ก็นับถือกัน เรียกท่านว่า “ลามะหินขาว”พระที่ “นั่งตาย” ในพุทธเถรวาทแบบไทย ก็น่าจะมีมานาน แต่ที่พอมีหลักฐาน จดจำกันได้ในช่วงอายุพ่อแม่เรา เท่าที่ผมเคยอ่าน มีอยู่สององค์หลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน (วัดบพิตรภิมุข) องค์หนึ่งวันที่ท่านรู้ตัวว่าจะตาย ท่านห่มจีวรเรียบร้อย ขอธูปเทียนดอกไม้จากลูกศิษย์ บูชาพระแล้ว สวดมนต์จนจบ แล้วท่านก็นั่งสมาธิต่อนาน...นานมาก จนศีรษะท่านเอียงซบบ่า ศิษย์จึงรู้ว่าท่านหมดลมหายใจแล้วอีกองค์ หลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม อัมพวา วันนั้นท่านไปดูงานวัดที่ท่านช่วยสร้าง พระอุโบสถเสร็จ พระประธานเสร็จ ท่าน ยังมีกำลังปีนนั่งร้าน ดูว่าทุกอย่างเรียบร้อย ท่านนั่งสวดมนต์แล้วท่านก็หมดลมหายใจ ในท่านั่งสวดมนต์นั้น นี่คือพระ “นั่งตาย” อีกองค์ ทั้งหลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน ทั้งหลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม เหรียญรูปท่าน เป็นเหรียญนิยมอันดับต้นๆ ราคาว่ากันตั้งแต่หลักล้าน เหรียญหลวงปู่ไข่ อันงามสุด คุณบอย ท่าพระจันทร์ เคยประกาศราคา 30 ล้านราคาเหรียญที่หายากและแพงถึงใจระดับที่ว่า ก็มาจากความเชื่อที่ว่าพลังสมาธิของท่านเข้มขลัง คุ้มชีวิตได้พูดภาษาบ้านๆ ทั้งลามะพุทธมหายาน ทั้งหลวงพ่อพุทธเถรวาทไทย...เหตุที่มีคนนับถือศรัทธาต่อๆกันมาเนิ่นนาน เพราะท่าน “ตายดี” ลองคิดดู พระนั่งตายงามสง่า น่าศรัทธากว่าพระนอนตายคุณสมพงษ์ ชัยยะ คนบ้านห้วยกะปิ ชลบุรี เขียนกลอนได้รางวัลชนะเลิศตั้งแต่เป็นหนุ่ม ส่งมาให้อ่านความเอ๋ย ความตาย เป็นบั้นปลายกฎกรรมนำลิขิต เกิดแล้วตายเช่นนี้ทุกชีวิต ไม่มีสิทธิฎีกาขออย่าตายให้ละโลภโกรธหลงลงเสียบ้าง ตามแนวทางแสงธรรมนำส่องฉาย จงละชั่วทำดีหนีอบาย แม้ชีพวายก็สู่สุขทุกชาติเอยเป็นบทดอกสร้อยที่ลีลางดงามความหมายแหลมคม ยิ่งในยามนี้ยามที่มีคนตาย วันจะเฉียดพัน ก็ยิ่งต้องอ่านคำกลอนที่ว่า “เกิดแล้วตายเช่นนี้ทุกชีวิต ไม่มีสิทธิฎีกาขออย่าตาย” ผมอ่านแล้วคิดว่าจะจำได้ไม่ลืม.กิเลน ประลองเชิง