มาคุยกันต่อเรื่องระบบการศึกษาของจีนนะครับ ฉบับเมื่อวานผมเขียนถึงประสบการณ์ของคุณณัฐพร วุ่นกลิ่นหอม นายกสมาคมดิจิทัลไทย ที่ไปเรียนหลักสูตรปั้นคนที่ไม่มีวุฒิการศึกษาให้กลายเป็นเศรษฐี ใช้เวลาแค่ 2 ปีครึ่งได้ปริญญาตรีวิชาชีพจากมหาวิทยาลัยเจ้อเจียง ซึ่งเจ้าตัวเรียกว่าปริญญาบราวนี่ เพราะเรียนเฉพาะการทำและขายบราวนี่ล้วนๆ ตอนนี้คนที่เรียนจบปริญญาวิชาชีพลักษณะนี้มีประมาณ 6 หมื่นกว่าคน ทำอาชีพขายปู ขายปลา ขายผัก ปะยาง ซ่อมรถ ทำร้านอาหาร ฯลฯ ทุกคนมีความรู้ ความเชี่ยวชาญในสาขาที่ร่ำเรียน พร้อมเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ วาดฝันทะยานเป็นเศรษฐีใหม่แต่ละปีจีนผลิต นักรบการค้า นักรบไซเบอร์ ออกมาจำนวนมาก ล้วนมุ่งมั่นขยายกิจการเติบใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แล้วเอสเอ็มอีไทยจะไปสู้กับเขาไหวหรือครับ แค่ประคองตัวให้รอดจากภาวะวิกฤติเศรษฐกิจก็หืดขึ้นคอแล้วการวางนโยบายระยะยาวด้านการศึกษาของจีนเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ลงทุนสูง ได้ผลสัมฤทธิ์ตามเป้า ผลิตบุคลากรออกมาพัฒนาประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำได้ผล หลักสูตรการเรียนการสอนของจีนทำให้คนเรียนจบออกมาแล้วเอาไปใช้งานได้จริง ไม่ใช่จบแล้วยังเดินเตะฝุ่นแบบบัณฑิตไทยคุณณัฐพรเล่าให้ฟังด้วยว่า จีนทุ่มเงินจ้าง คนที่มีชื่อเสียงในแวดวงต่างๆทั่วโลก มาสอนนักเรียนนักศึกษาชาวจีน ทุ่มเงินมหาศาลแต่ก็ใช้อย่างคุ้มค่า และมีแผนระยะยาว เช่นจ้าง คุณคริสโตเฟอร์ โธมัส Head of Semiconductor & AI Practice บริษัท McKinsey & Company ซึ่งเป็นผู้มีชื่อเสียงด้านเอไอ ทั้งเป็นผู้ปลุกให้อีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอบริษัท Tesla สนใจด้านเอไอและผลิตรถยนต์ไร้คนขับ ให้มาสอนนักเรียนจีนเป็นเวลา 1 ปีเต็ม ปกติค่าตัวการเป็นวิทยากรของโธมัสอยู่ที่ 4 หมื่นดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1.2 ล้านบาทต่อการบรรยายหลักสูตร 4 ชั่วโมง ลองคูณเลขดูนะครับว่า 1 ปีค่าจ้างเท่าไหร่นักศึกษาที่โธมัสไปสอนไม่ใช่มหาวิทยาลัยชั้นนำ เพราะนักศึกษาเหล่านั้นได้รับการสอนที่ดีอยู่แล้ว แต่จีนจัดให้โธมัสไปสอน โรงเรียนเทคนิค เทคโน อาชีวะ เดินสายไปสอนทั่วประเทศ ถ้าพื้นที่ไหนมีเด็กที่สนใจด้านเอไอจำนวนไม่มากพอ ก็จะรวมตัวเด็กในละแวกนั้นหรือมณฑลนั้นมาเรียนด้วยกันวันสุดท้ายที่โธมัสสอน จีนยังทำ พอดแคสต์ เก็บไว้ให้มหาวิทยาลัยต่างๆได้ศึกษาด้วยในขณะที่กระทรวงศึกษาของจีนจ้างโธมัสมาสอนเรื่องรถยนต์เอไอ แบตเตอรี่เอไอ กระทรวงพลังงานบริสุทธิ์และกระทรวงอุตสาหกรรมก็ชวนอีลอน มัสก์ มาลงทุนตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ในจีน โดยมีเงื่อนไขว่าอีลอน มัสก์ ต้องถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับจีน เข้าแคมป์ 1 เดือนเต็มถูกจีนล้วงวิชาหมดไส้หมดพุงอีลอน มัสก์ คงคิดว่าจีนจะได้แค่เทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ ผลิตตัวถัง แต่ไม่มีเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ซึ่งเป็นส่วนสำคัญเป็นมันสมองของรถไร้คนขับ แต่อีลอน มัสก์ คิดผิดถนัด เพราะจีนได้จ้างโธมัสมาสอนซอฟต์แวร์มาสอนเด็กจีนไว้อยู่แล้ว ซ้ำยังเป็นคนที่จุดประกายให้เทสลาทำรถไร้คนขับด้วยนี่คือการฮุบตลาดแบบจีนอีกไม่นานเราจะได้ยลโฉม รถยนต์ไร้คนขับสัญชาติจีนที่มีกลไกความคิดเอไอแบบเดียวกับเทสลา เพราะนักศึกษาที่โธมัสสอนไว้น่าจะเริ่มทำโมเดลต่างๆได้แล้วเห็นไหมครับว่าระบบการศึกษาของจีนวางฐานไว้สำหรับอนาคตอย่างแท้จริง นี่เป็นตัวอย่างเมื่อ 3-4 ปีก่อน ปัจจุบันจีนยิ่งพัฒนาไปอีกไกล อันที่จริงคนไทยก็คิดอ่านจัดระบบการศึกษาให้ดีได้ แต่พอถึงภาคปฏิบัติยังไม่ทันเริ่มลงมือก็ล้มไม่เป็นท่าทุกที.ลมกรด