“อนุทิน” นำคณะถึงฝรั่งเศสจัดคิวพบ ผอ.ใหญ่ยูเนสโก ภาคเอกชนไทย กลุ่มนักลงทุนต่างชาติด้านพลังงานสะอาด-AI-เครื่องมือแพทย์-การบิน และอวกาศ รอพบ “เอมานูว์แอล มาครง” งานเลี้ยงมื้อค่ำ 25พ.ค. “ภราดร” มั่นใจลงทะเบียน “ไทยช่วยไทย” ราบรื่น สภา-ทำเนียบเร่งปะผุ “โสภณ” สั่งทะลวงท่อแก้น้ำท่วมในสภา อุดรอยรั่วตึกไทยฯช่วงนายกฯไม่อยู่ “อภิสิทธิ์” เผยร่างแก้รธน.ปชป. ต่างจากฉบับ ภท. ดักคอรัฐบาลไม่คิดแก้มาตั้งแต่แรก “ณัฐพงษ์” ปลุกฝ่า “ระบอบสีน้ำเงิน” “เฮ้ง” แจ้งความเอาผิด “ไอซ์” คดีที่ 4วุฒิแจงทูตอาเซียน เหตุโละ MOU 43-44 “ชัยชนะ” แฉจีนเทายึดย่านอโคจร รัชดา-เหม่งจ๋าย-อาร์ซีเอ ปูดชื่อ “ร” เป็นนอมินี-เจ้าของคอกม้านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย นำคณะถึงกรุงปารีส ฝรั่งเศส วางคิวพบปะหารือทั้งผู้อำนวยการใหญ่องค์การยูเนสโก ภาคเอกชนไทยที่ไปลงทุนที่นั่น รวมถึงกลุ่มนักลงทุนต่างชาติด้านพลังงานสะอาด และ AI โดยจะพบนายเอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ในงานเลี้ยงอาหารค่ำวันที่ 25 พ.ค.“อนุทิน” บินถึงฝรั่งเศสถกร่วมมือเมื่อเวลา 07.55 น. วันที่ 22 พ.ค. (ตามเวลาท้องถิ่นฝรั่งเศส ช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อมคณะ อาทิ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติปารีส-ออร์ลี กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส วันแรกมีภารกิจพบหารือกับผู้อำนวยการทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ หารือส่งเสริมความมั่นคงทางพลังงาน และหารือกับผู้อำนวยการใหญ่องค์การยูเนสโก เพื่อต่อยอดความร่วมมือ ผลักดันบทบาทวัฒนธรรมไทยในเวทีโลก ส่วนวันที่ 23 พ.ค. นายอนุทินเป็นประธานในพิธีสวดพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี พบปะชุมชนไทย ณ วัดพุทธนานาชาติ จากนั้นพบหารือกับภาคเอกชนไทยที่ลงทุนในฝรั่งเศส ในอุตสาหกรรมการผลิตและแปรรูปอาหาร การรีไซเคิลและการผลิตวัสดุบรรจุภัณฑ์แบบยั่งยืน และธุรกิจร้านอาหารรอพบ “มาครง” ในงานเลี้ยงมื้อค่ำน.ส.รัชดากล่าวว่า วันที่ 24 พ.ค. นายอนุทินมีกำหนดเข้าร่วมการประชุมเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ประจำภูมิภาคยุโรป เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นการขับเคลื่อนคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีในบริบทภูมิภาคยุโรป และช่วงเช้าวันที่ 25 พ.ค. นายอนุทินมีกำหนดการพบหารือกับสมาคมนายจ้างฝรั่งเศส (MEDEF International) ก่อนพบหารือกับภาคเอกชนฝรั่งเศส อาทิ ภาคอุตสาหกรรมวัสดุพื้นฐาน เครื่องมือแพทย์/ออปติคส์ การบินและอวกาศ และช่วงค่ำ นายอนุทินจะเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรอง อาหารค่ำ โดยนายเอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เป็นเจ้าภาพ พร้อมหารือเพื่อขับเคลื่อนความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างไทยกับฝรั่งเศส ณ ทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศส และเดินทางกลับถึงประเทศไทยช่วงเช้าวันที่ 27 พ.ค.นัดคุยนักลงทุนกลุ่มพลังงาน—AIนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวถึงการร่วมคณะนายกฯเยือนฝรั่งเศส ว่า นอกจากกำหนดการเข้าพบนายเอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส สำนักงานคณะ กรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ยังนัดให้พบปะกับนักลงทุนชาวฝรั่งเศส 2-3 ราย เพื่อหารือเรื่องการลงทุนและพัฒนาการใช้พลังงานสะอาด เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการลงทุนด้านอื่นๆร่วมกันในอนาคต การลงทุนถือเป็นเรื่องสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจปีนี้ มีโอกาสจะชักชวนมาลงทุนในไทย จะพยายามทำให้ดีที่สุด พร้อมขจัดปัญหาอุปสรรคต่างๆให้กับนักลงทุนต่างชาติ เร่งรัดการอนุมัติลงทุน ที่ผ่านมาเราขจัดไปหลายส่วนแล้ว ผ่านมาตรการ Thailand FastPass เพื่อเกิดการลงทุนจริงในประเทศไทยลงทะเบียน “ไทยช่วยไทย” ราบรื่นที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ของแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในวันที่ 25 พ.ค.ว่า ไทยช่วยไทยพลัส หรือบัตรคนละครึ่งเดิม เป็นการลงทะเบียนผ่านธนาคารกรุงไทย กระทรวงการคลังเป็นผู้รับผิดชอบ ครั้งที่ผ่านมาการลงทะเบียนเป็นไปด้วยดี และเชื่อว่าธนาคารกรุงไทยเคยผ่านการลงทะเบียนในลักษณะเช่นนี้มาหลายครั้ง ดังนั้น การลงทะเบียนในวันที่ 25 พ.ค. น่าจะราบรื่น โดยจะเปิดให้ลงทะเบียน วันที่ 25-29 พ.ค. ไม่น่ามีปัญหาอะไร“โสภณ” รอศาล รธน.ชี้ผล พ.ร.ก.กู้เงินนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคประชาชนเสนอญัตติด่วน ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบการใช้งบประมาณ หลังรัฐบาลออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทว่า พ.ร.ก.ดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ฝ่ายนิติบัญญัติจะพิจารณาเมื่อศาลรัฐธรรมนูญส่งผลวินิจฉัยกลับมา ต้องรอฟังศาลก่อน เมื่อถามย้ำว่าการตั้ง กมธ.วิสามัญชุดนี้ต้องรอศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดก่อนใช่หรือไม่ นายโสภณตอบว่า ฝ่ายนิติบัญญัติไม่ได้เร่งด่วน เท่าที่ทราบฝ่ายบริหารยังไม่ได้ทำอะไร มีแต่ขบวนการยังไม่ได้ใช้เงิน การเร่งตรวจสอบเป็นเรื่องที่ดีในการใช้ภาษีประชาชนให้ถูกต้อง แต่ต้องอยู่ในโอกาสและจังหวะที่เหมาะสม ไม่ได้ขัดข้อง แต่อยู่ที่ประชุมสภาจะตั้ง กมธ.หรือไม่ ส่วนการพิจารณาบรรจุวาระประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หลังพรรคภูมิใจไทยยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาแล้ว เท่าที่ทราบยังเห็นอีก 2-3 พรรค เตรียมยื่นเพิ่มเติมในสัปดาห์หน้า คาดว่าจะพิจารณาบรรจุไปพร้อมกัน อาจเป็นช่วงเดือน มิ.ย.นี้สั่งทะลวงท่อแก้น้ำท่วมขังในสภานายโสภณยังกล่าวถึงเหตุการณ์น้ำฝนทะลักท่วมขังบริเวณลานจอดรถใต้ดิน ชั้นบี 1 ในพื้นที่ห้องเก็บขยะ ภายในอาคารรัฐสภา จนมีภาพขยะลอยเกลื่อนว่า คนมองว่าการก่อสร้างเป็นปัญหา จึงไปดูด้วยตาพบว่าฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้น้ำฝนไหลลงมาจากทางลงของรถยนต์ชั้น 1 ไหลลงมาชั้นบี 1 ขณะที่ท่อระบายน้ำมีขนาดเล็กทำให้ระบายน้ำไม่ทัน ลงพื้นที่ตรวจสอบทุกชั้น โดยเฉพาะชั้น 9 พื้นที่เปิดรับน้ำ พบว่าท่อน้ำทิ้งมีขนาดเล็ก เมื่อมีฝนตกปริมาณมากท่อน้ำระบายไม่ทัน ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขัง จึงสั่งให้แก้ไขไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้นอีก เพราะบางเรื่องออกแบบไม่เหมาะสม เช่น พื้นที่ทางหนีไฟที่ไม่มีหลังคา ในการประชุมร่วมกับฝ่ายข้าราชการสภา กำชับไปว่าต่อไปจะใช้มาตรการคัดแยกขยะให้เป็นรูปธรรม ทั้งนี้ในวันประชุมสภา และประชุมวุฒิสภา พบว่ามีปริมาณขยะจำนวนมาก จึงขอความร่วมมือคัดแยกขยะด้วย และต่อไปจะเป็นมาตรการที่เข้มงวดทำเนียบเร่งอุดรอยรั่วตึกไทยคู่ฟ้าผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าได้มีคนงานเข้าติดตั้งนั่งร้านที่ตึกไทยคู่ฟ้า ขึ้นทำการอุดซิลิโคนบริเวณหน้าต่างตึกไทยคู่ฟ้าที่เกิดปัญหารั่วซึม จนเกิดความเสียหาย จากฝนที่ตกหนัก ที่ผ่านมา และช่วงนี้กำลังเข้าสู่ฤดูฝน พร้อมปรับปรุง ทาสีที่หน้าต่าง ซ่อมแซมอุดซิลิโคนรอยรั่วที่ตึกสันติไมตรีหลังนอก หลังพบปัญหาเช่นกัน โดยใช้โอกาสช่วงที่นายกฯเดินทางเยือนฝรั่งเศส ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการขัดล้างตะไคร่น้ำที่ผนังอาคารด้านนอก ตึกไทยคู่ฟ้าปชป.เผยร่างแก้ รธน.ต่างจาก ภท.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าการหารือกับพรรค การเมืองอื่นเห็นตรงกันในเชิงหลักการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือ 1.ต้องเป็นการสร้างกระบวนการให้ได้สภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง แตกต่างจากร่างพรรคภูมิใจไทย 2.ต้องไม่มีการแก้ไขหมวด 1 หมวด 2 ต่างจากร่างพรรคประชาชน แม้กระบวนการคัดเลือก ส.ส.ร. รวมถึงการเห็นชอบรัฐธรรมนูญเมื่อจัดทำเสร็จจะมีรายละเอียดแตกต่างกันบ้าง ตอนนี้แต่ละพรรคไปทำข้อเสนอของตัวเอง และมาตกลงกันในสัปดาห์หน้า เท่าที่เห็นร่างของพรรคภูมิใจไทย เห็นได้ชัดว่าแตกต่าง ในเรื่องขั้นตอนการมีส่วนร่วมโดยตรงของประชาชน และการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ยอมเป็นผู้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น รัฐบาลไม่ได้เขียนในนโยบายตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว ไม่ได้แปลกใจอะไร เพราะรัฐบาลไม่ประสงค์จะทำเรื่องนี้ ให้เป็นเรื่องของพรรคการเมืองไป“ณัฐพงษ์” ปลุกฝ่า “ระบอบสีน้ำเงิน”ขณะที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “จากรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 สู่การเมือง “ระบอบสีน้ำเงิน” 12 ปี นับจากการรัฐประหารยึดอำนาจโดยกองทัพแม้เราไม่ได้เห็นภาพรถถังบนท้องถนน แต่ขบวนการยึดอำนาจไปจากมือประชาชนยังไม่หยุดลง มีการดำเนินคดีเพื่อปิดปากประชาชนไม่ต่ำกว่า 200 คดี มีการล้อมปราบประชาชนที่ชุมนุมอย่างสันติอย่างน้อย 74 ครั้ง และมีการยุบพรรคอย่างน้อย 7 พรรค นี่คือหลักฐานบ่งชี้ว่าขบวนการยึดอำนาจไปจากมือประชาชนไม่ได้เบาบางลง แต่กำลังหนักหน่วง และแนบเนียนขึ้น แม้วันนี้ไม่อยู่ภายใต้รัฐบาล คสช. แต่การเมืองไทยยังอยู่ภายใต้ “ระบอบสีน้ำเงิน” ที่ถือกำเนิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญ 60 มรดกของการรัฐประหาร ระบอบนี้กำลังกัดกินอนาคตสังคมไทย แม้วันนี้พวกเขาจะยึดกุมอำนาจรัฐ สถาบันการเมืองในระบบได้แทบทั้งหมด แต่นั่นคือสนามพวกเขา สนามของพวกเราคือสนามการเมืองแห่งความหวัง และสนามการเอาชนะใจประชาชน มีแต่สนามนี้ที่ไม่มีใครเป็นผู้ “ผูกขาด” กติกา เพราะไม่มีระบอบใดห้ามความคิดประชาชนให้หวังถึงอนาคตที่ดีกว่าได้ ถึงเวลาที่เราต้องร่วมกันสร้าง “พลัง ของประชาชน” เพื่อนำพาสังคมไทยออกจาก “ระบอบสีน้ำเงิน” และประตูบานแรกคือการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ยึดโยงกับประชาชนอย่างแท้จริง”วุฒิแจงทูตอาเซียนโละ MOU43—44นายนพดล อินนา สว. ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิก MOU 43 และ MOU 44 เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา วุฒิสภา กล่าวบรรยายสรุปผลการพิจารณาของ กมธ.วิสามัญฯ ต่อคณะเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย จาก 12 ประเทศ อาทิ เอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, เมียนมา, ฟิลิปปินส์, ติมอร์-เลสเต และเวียดนาม รวมถึงผู้แทนเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน, สปป.ลาว, สาธารณรัฐเกาหลี, บรูไนดารุสซาลาม และสาธารณรัฐสิงคโปร์ ว่า สถานการณ์ความขัดแย้งตามแนวชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชาที่ผ่านมา นำไปสู่แนวคิดที่ไทยควรยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 เกิดจากข้อห่วงกังวลจากฝ่ายนิติบัญญัติและประชาชน เกี่ยวกับผลกระทบเชิงความมั่นคง อธิปไตยทางดินแดน และผลประโยชน์ประเทศที่อาจเกิดจากการดำรงอยู่ของ MOU ทั้ง 2 ฉบับ การอ้างว่า MOU 2544 เป็นข้อตกลงชั่วคราวที่ไม่สามารถปฏิบัติได้จริง นำไปสู่กระแสเรียกร้องทางสังคม จนเกิดข้อเสนอให้พิจารณายกเลิก แก้ไข หรือทบทวน MOU ทั้ง 2 ฉบับ เพื่อจัดทำกรอบความร่วมมือใหม่ที่สอดคล้องกับประโยชน์แห่งรัฐ“ชัยชนะ” แฉจีนเทายึดย่านอโคจรวันเดียวกัน นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนเรื่องกลุ่มจีนเทาที่ถือพาสปอร์ตสัญชาติอื่น กลับประเทศจีนไม่ได้ มาประกอบกิจการในไทย และมีความเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ ที่มาฟอกเงินในไทย เปิดทั้งร้านอาหาร ร้านหมาล่า ซุปเปอร์มาร์เกต สถานบันเทิง เช่น ร้าน KTV หรือห้องคาราโอเกะหรู มีการเสพยากันในห้องบนถนนรัชดา ย่านเหม่งจ๋าย และย่านอาร์ซีเอ ว่าจ้างเป็นคนไทยหรือในวงการใช้คำเรียกว่า “ม้า” มาจดทะเบียนธุรกิจการค้าและถือหุ้นแทน โดยไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการตามกฎหมาย และยังเปิดเกินเวลาถึงเช้า กลุ่มจีนเทานี้มีที่พักในหมู่บ้านหรูย่านชานเมือง มีบัญชีม้าที่เป็นเครือข่ายเรียกว่า “คอกม้า” โดยเจ้าของคอกม้าเป็นคนไทยอักษรย่อ “ร” เคยถูกจับฐานลักลอบเข้ากัมพูชาโดยผิดกฎหมายเมื่อปี 2563 เคยมีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพฯ ปัจจุบันอาศัยที่ จ.นนทบุรีปูด “ร” วัย 30 นอมินี–เจ้าของคอกม้านายชัยชนะกล่าวต่อว่า คอกม้านี้ยังมีฝ่ายบัญชีดูแลเงินและทรัพย์สิน มีผู้ถือครองทรัพย์สินที่นาย “ร” นำฝากไว้ที่เพื่อน 2 คน ทั้งยานพาหนะ ที่ดิน รวมถึงนาย “ร” มีการจดทะเบียนบริษัทแต่ไม่มีการส่งงบดุลการเงิน พบว่ามีทรัพย์สินจำนวนมาก อาทิ บ้านหรูมูลค่า 20 ล้านบาทย่านนนทบุรี ข้อมูลทั้งหมดจะส่งต่อให้นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ประธานคณะกรรมาธิการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ปปง. สภาฯ) เพื่อเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ บังคับใช้กฎหมายต่อไป นาย “ร” คนนี้เป็นชายอายุราว 30 ปี ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง เมื่อนายกฯมอบนโยบายให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัดปราบปรามอย่างเคร่งครัด ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติจะติดตามตรวจสอบเรื่องนี้เช่นกัน กลุ่มจีนเทาที่เปิดธุรกิจ KTV จะเลือกพื้นที่อาคารพาณิชย์ ปรับปรุงเป็นผับย่อมๆ ดัดแปลงแบ่งเป็นห้องแยกคล้ายผับส่วนตัว มั่วสุมยาเสพติด หลังจากนี้จะส่งเรื่องให้ กมธ.การตำรวจ สภาฯ ร่วมตรวจสอบ เพราะได้หลักฐานเส้นทางการเงิน และตัวละครครบถ้วนแล้ว“เฮ้ง” แจ้งความ “ไอซ์” เป็นคดีที่ 4นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ทีมทนายความรับมอบอำนาจจากนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าพบ พ.ต.ท.สุทธิพงษ์ แป้นจันทร์ สว. (สอบสวน) สน.ทองหล่อ แจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.รักชนก หรือไอซ์ ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เพิ่มเติม กรณีโพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เห็นว่าเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง และทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง นายณัฐวุฒิกล่าวว่า แม้ไม่ได้เอ่ยชื่อนายสุชาติโดยตรง แต่มีถ้อยคำเชิงดูหมิ่น เช่น กล่าวหาว่าเป็น “คนถ่อย” หรือมี “กิริยาทราม” นายสุชาติจำเป็นต้องออกมาปกป้องสิทธิของตัวเอง นอกจากนี้ยังพบว่าบัญชีชื่อ “คุณม๊วฟ Chatter” นำภาพนายสุชาติมาสร้างคลิปด้วยระบบ AI จนทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด และเกิดความเสียหาย มียอดรับชมกว่า 3 ล้านครั้ง อยู่ระหว่างให้พนักงานสอบสวนสืบสวนหาตัวบุคคลที่อยู่เบื้องหลัง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้นายสุชาติแจ้งความเอาผิด น.ส.รักชนก ในข้อหาหมิ่น ประมาท และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์รวม 4 คดีด้วยกัน คือ 1.คดีความเกี่ยวกับตึกสกายไนน์ 2.คดีโพสต์กล่าวหาว่าเป็นรัฐมนตรีที่มาจากการโกงเลือกตั้ง 3.คดีโพสต์กล่าวหานายสุชาติปกป้องคนผิด กรณีกกร.เปิดผลสำรวจหน่วยงานรับสินบน และ 4.คดีโพสต์กล่าวหาเป็นคนถ่อย กิริยาต่ำทราม ล่าสุดนี้“พิจิตต” ร่วมทีม “ดร.โจ” ช่วยก๊วนส้มสำหรับบรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ถนนสายไม้ เขตบางซื่อ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรค ปชน. นายพิจิตต รัตตกุล อดีตผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ช่วย น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ว่าที่ผู้สมัคร สก.บางซื่อ พรรค ปชน.หาเสียง นายชัยวัฒน์กล่าวว่า เรามองเห็นศักยภาพของถนนสายค้าไม้ ทั้งการค้าส่ง และค้าปลีก เพื่อพัฒนาถนนเส้นนี้ให้มีอัตลักษณ์ และแลนด์มาร์ก ให้เป็นย่านธุรกิจและท่องเที่ยว เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ศิลปะ การทำงานคราฟต์เกี่ยวกับไม้ จากนั้นนายชัยวัฒน์ และนายพิจิตต ร่วมเดินหาเสียง มีประชาชนเข้ามาทักทายพร้อมร้องเรียนเรื่องฝาท่อระบายน้ำบนถนน ที่พบรอยแตกร้าวไม่แข็งแรง โดยชาวบ้านบริเวณนี้กังวลว่าเด็กและผู้สูงอายุ หรือผู้สัญจรอาจได้รับอันตราย“อภิสิทธิ์” ชู ปชป.องคาพยพพร้อมด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเปิดตัวนายอนุชา บูรพชัยศรี ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ว่า นอกจากการเปิดตัวนายอนุชาแล้ว พรรคยังมีนโยบายการเตรียมการทำงานร่วมกับ สก.เขตต่างๆ หลังจากนี้น่าจะมีความชัดเจนในการนำเสนอนโยบาย ที่พรรคมองว่าคนกรุงเทพฯควรมีทางเลือก และเป็นได้มากกว่าที่เป็นอยู่ เรื่องการเปิดตัวทีมผู้บริหาร กทม.รอดูจังหวะเวลาอีกที ส่วนผลสำรวจความคิดเห็นชาว กทม.ที่อยากได้ สก.ที่รู้พื้นที่จริง ประสานงานเก่ง แก้ปัญหาในพื้นที่ได้ พรรคยืนยันว่าเรามีผู้มีประสบการณ์ และเป็น สก.จำนวนหนึ่ง มีระบบพรรคที่มีความพร้อมมาก ทั้งองคาพยพให้ความสำคัญกับเรื่อง กทม.มาตลอดปธ.สภาขึงขังสั่งตรวจฉี่ตำรวจสภาที่ห้องประชุมสัมมนา B1-2 อาคารรัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานกล่าวมอบนโยบายแก่ข้าราชการตำรวจรัฐสภา สำนักรักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่กลุ่มงานยานพาหนะ สำนักการคลัง และงบประมาณ เน้นย้ำให้ยึดมั่นในเกียรติและศักดิ์ศรีข้าราชการสภา และต้องอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่มาใช้บริการ เหตุการณ์ที่เจอตั้งแต่เป็น สส.จนทุกวันนี้ เมื่อประธานสภาเชิญ สส.ออกจากห้องประชุม กลับไม่มีตำรวจสภาคนไหนกล้าอุ้ม ตำรวจสภาจึงต้องทำตัวให้น่าเกรงขาม ต้องเป็นสภาตัวอย่างไม่ปล่อยปละละเลยในเรื่องของยาเสพติดด้วย ทั้งนี้ หลังมอบนโยบาย ได้มีการตรวจปัสสาวะข้าราชการตำรวจรัฐสภาทุกคน โดยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ปรากฏว่าพบปัสสาวะมีผลบวก ขึ้น 2 ขีด จำนวน 1 คน เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวชี้แจงว่าไม่สบายจึงทานยาลดไข้ และยาแก้ไอ รวม 4 อย่าง นายโสภณจึงให้นำตัวเข้าโครงการบำบัดรักษาตามขั้นตอนต่อไปผลพบสารมอร์ฟีน 2 รายเช็กให้ชัวร์ต่อมานายเจษ อนุกูลโภคารัตน์ ผอ.สำนักรักษาความปลอดภัย อาคารรัฐสภา ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ข้อเท็จจริงผลการตรวจไม่ได้มีฉี่ม่วง ที่เป็นการบ่งบอกถึงยาเสพติดให้โทษประเภทยาบ้า แต่ ป.ป.ส.ยืนยันว่าเป็นการตรวจพบสารมอร์ฟีน (Morphine) ในร่างกาย 2 คน โดย 1 คน มีใบรับรองแพทย์การใช้ยาระงับปวด ประเภทมอร์ฟีนชัดเจน ส่วนอีก 1 คนไม่มีหลักฐานยืนยัน แต่มีโรคประจำตัวที่กินยารักษาหลายขนาน เบื้องต้นได้ส่งยาที่เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวทานรักษาตัวประจำให้ทาง ป.ป.ส.ตรวจแล้ว พร้อมประสานสำนักการแพทย์ สภาฯ เพื่อวางแนวทางว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ต้องส่งตรวจสอบเชิงลึกหรือไม่ ขณะนี้ยังคงให้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวปฏิบัติงานตามปกติ เพราะสอบสวนเบื้องต้นแล้ว ยังไม่ส่งบำบัดจนกว่าจะได้ข้อสรุปที่แน่ชัด ขอย้ำว่ากรณีนี้ไม่ใช่ฉี่ม่วงอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่