“ยูเรเนียม” ทำการเจรจาสันติภาพสะดุด “คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ยืนกรานไม่ส่งออกนอกประเทศตามที่สหรัฐฯเสนอเงื่อนไขยุติสงคราม หวั่นทำอิหร่านอ่อนแอถูกพลิกลิ้นโจมตี “โดนัลด์ ทรัมป์” ประกาศกร้าวห้ามครอบครองยูเรเนียมเสริมสมรรถนะเด็ดขาด พร้อมจะเปิดฉากถล่มครั้งใหญ่หากไม่ยอมตกลงตามเงื่อนไข ขีดเส้นตายให้เวลาตัดสินใจ ฝูงบินรบ F35 เตรียมพร้อมบนเรือบรรทุกเครื่องบินทะเลอาหรับ ด้านเนทันยาฮู นายกฯอิสราเอล ย้ำอิหร่านต้องไม่มียูเรเนียมและต้องทำลายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธทั้งหมด เผยคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะเข้มข้น 60% ของอิหร่านถูกเก็บรักษาไว้ในอุโมงค์ใต้ดินกว่า 200 กิโลกรัมสถานการณ์สงครามและความตึงเครียดระหว่าง สหรัฐอเมริกาและอิหร่านยังอยู่ในช่วงหยุดยิงควบคู่ไปกับการเจรจาสันติภาพที่ยังคงเผชิญภาวะชะงักงัน ดีลสันติภาพที่สองฝ่ายพยายามเจรจา มีสาระสำคัญให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซแลกกับการที่สหรัฐฯ ยอมยกเลิกมาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน แต่ยังมีปมขัดแย้งที่สหรัฐฯเรียกร้องให้อิหร่านส่งมอบยูเรเนียม เสริมสมรรถนะทั้งหมดออกนอกประเทศ แต่ผู้นำสูงสุดของอิหร่านยืนกรานไม่เห็นด้วยเมื่อวันที่ 22 พ.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าการเจรจาไกล่เกลี่ยระหว่างอิหร่าน กับสหรัฐฯว่า ยังคงมีการแลกเปลี่ยนข้อความผ่านตัวกลางอย่างปากีสถานอย่างต่อเนื่อง นายมาร์โค รูบิโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ เผยว่ามีความคืบหน้าเล็กน้อยในการบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี พร้อมย้ำว่าหลักการพื้นฐานของสหรัฐฯ ยังคงเหมือนเดิม อิหร่านไม่สามารถครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้ และสหรัฐฯจะต้องจัดการกับประเด็นยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่านทางด้านอยาตอลเลาะห์ มุจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ได้ออกคำสั่งเด็ดขาดห้ามส่งยูเรเนียมเสริมสมรรถนะที่มีความเข้มข้นสูงเกือบถึงระดับที่ใช้ทำอาวุธออกนอกประเทศ ซึ่งขัดกับข้อเรียกร้องหลักของสหรัฐฯ โดยสื่ออิหร่านระบุว่าผู้นำสูงสุดอิหร่านเชื่อว่าการส่งมอบยูเรเนียมให้ต่างชาติจะทำให้ประเทศอ่อนแอและเสี่ยงต่อการถูกสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีในอนาคต รวมทั้งยังระแวงว่าการหยุดยิงในปัจจุบันเป็นเพียงกลลวงทางยุทธวิธีของสหรัฐฯ เพื่อเตรียมการโจมตีระลอกใหม่เท่านั้นขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ประกาศกร้าวมาว่าจะไม่ยอมให้อิหร่านครอบครองคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงอย่างเด็ดขาด และสหรัฐฯพร้อมที่จะเปิดฉากโจมตีรอบใหม่หากอิหร่านไม่ยอมตกลงตามเงื่อนไข พร้อมขีดเส้นตายให้เวลาตัดสินใจอีกเพียงไม่กี่วัน เช่นเดียวกับนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ยืนยันว่าจะไม่ยุติสงครามจนกว่ายูเรเนียมเสริมสมรรถนะทั้งหมดจะถูกนำออกจากอิหร่าน รวมทั้งอิหร่านต้องหยุดสนับสนุนกลุ่มตัวแทนหรือกลุ่มพันธมิตรต่างๆ และต้องทำลายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธทั้งหมดอย่างไรก็ตาม แม้จุดยืนของอิหร่านและสหรัฐฯ จะแตกต่างกันมาก แต่แหล่งข่าวจากอิหร่านเผยว่ายังมีทางออกที่สามารถทำได้จริง เช่น การเจือจางความเข้มข้นของยูเรเนียมภายในอิหร่าน ภายใต้การดูแลของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) แทนที่จะส่งออกนอกประเทศ ทั้งนี้ ข้อมูลเพิ่มเติมจาก IAEA ประเมินว่าอิหร่านมีคลังยูเรเนียม เสริมสมรรถนะเข้มข้น 60% หลงเหลืออยู่จากการโจมตีเมื่อปี 2568 ราว 200 กว่ากิโลกรัม ซึ่งถูกเก็บรักษาไว้ในอุโมงค์ใต้ดินที่ศูนย์นิวเคลียร์เมืองอิสฟาฮานและเมืองนาทานซ์ โดยอิหร่านอ้างว่ามีความจำเป็นต้องใช้ในทางการแพทย์และงานวิจัยขณะเดียวกัน กองบัญชาการกลางสหรัฐฯประจำภูมิภาคตะวันออกกลาง (CENTCOM) ได้เผยภาพฝูงบินรบ รวมถึงเครื่องบินรบพรางเรดาร์รุ่น F-35 บนเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ในทะเลอาหรับ เพื่อแสดงให้เห็นว่ากองทัพสหรัฐฯ ยังคงเตรียมพร้อมขั้นสูงสุดในการปิดล้อมอิหร่านทางทะเลส่วนความเคลื่อนไหวในช่องแคบฮอร์มุซ หนังสือพิมพ์เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส ของสหรัฐฯ รายงานว่าอิหร่านเริ่มการหารือกับโอมานเกี่ยวกับการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือสินค้าที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยโอมานซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐฯอาจได้รับส่วนแบ่งจากรายได้ดังกล่าวด้วย แม้ทางรัฐบาลสหรัฐฯ ยืนกรานว่าต้องคืนเสรีภาพในการเดินเรือในน่านน้ำดังกล่าวก็ตาม นิวยอร์ก ไทม์ส ระบุว่า การหารือมุ่งเน้นไปที่การเก็บ “ค่าธรรมเนียมการให้บริการ” แก่เรือที่ผ่านช่องแคบ ไม่ใช่การเก็บ “ค่าผ่านทาง” เนื่องจากผิดกฎหมายระหว่างประเทศ รายงานระบุด้วยว่า เดิมทีโอมานปฏิเสธแนวคิดที่จะร่วมมือกับอิหร่าน แต่ระยะหลังเริ่มตระหนักว่าแผนนี้อาจสร้างผลประโยชน์ให้กับกรุงมัสกัต เมืองหลวงของโอมาน จึงแสดงความพร้อมที่จะช่วยผลักดันแผนการนี้ร่วมกับกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซียและสหรัฐฯอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่