กรณีที่ กกร. สำรวจความเห็นของประชาชนต่อ การทุจริตคอร์รัปชันภาครัฐ โดยระบุรายละเอียดเป็นรายกระทรวงและหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาล ซึ่งเป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศกลายเป็นหอกข้างแคร่ของรัฐบาลชุดนี้ไปฉิบ ทั้งนายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ผู้นำประเทศ และรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง รวมทั้งหน่วยงานรัฐที่ถูกพาดพิงถึงออกอาการกินปูนร้อนท้อง รวมทั้งพฤติกรรมของรัฐมนตรีบางคนก็แสดงความไม่พอใจต่อคำถามของสื่อมวลชนถึงขนาดออกลูกนักเลง ไม่มีคำพูด จากปากนายกฯในเรื่องราวที่เกิดขึ้นแม้แต่แอะเดียว และพยายาม อ้างว่าเป็นปัญหาที่เกิดจากการแสดงความรู้สึกของประชาชนส่วนหนึ่งเท่านั้น ไม่มีข้อมูลหรือหลักฐานทางกฎหมาย เท่ากับเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงภาวะผู้นำ เพราะเรื่องเหล่านี้ไม่เคยเอาผิด นักการเมืองตามกระบวนการยุติธรรม เคยแต่มีการเอาผิดนักการเมืองตามกระบวนการนิติสงคราม เป็นการสะท้อนให้รับรู้ถึงความรู้สึกนึกคิดของประชาชนต่อรัฐบาล นักการเมือง และระบบราชการไทย หัวไม่ส่ายหางไม่กระดิก การโยนบาปให้ข้าราชการตัวเล็กๆ หรือการประชุมหน่วยงานต้านคอร์รัปชัน ประกาศสงครามกับคอร์รัปชัน เป็นสมาชิกในองค์กรต้านคอร์รัปชันไม่ใช่การแก้ปัญหาแต่เป็นการแก้ตัวเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าความล้มเหลว ทางด้านสังคมและความมั่นคงของประเทศกรณีคนต่างด้าวเข้ามาถือครองที่ดินและแย่งอาชีพของคนไทยมาใช้เป็นแหล่งสแกมเมอร์ ฟอกเงิน ค้ามนุษย์ ค้าอาวุธสงคราม ก่ออาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวก จนประเทศไทยกลายเป็นสวรรค์ของอาชญากรข้ามชาติ และปล่อยให้คนไทยได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยรัฐบาลแก้ปัญหาด้วยการโยนให้ข้าราชการชั้นผู้น้อยรับบาป ปลัดมหาดไทย อธิบดีกรมการปกครอง สั่งการให้มีการเข้มงวดกวดขันมากขึ้น ผู้นำประเทศลงพื้นที่ไปดูโน่นดูนี่ก็ไม่ใช่การแก้ปัญหาแต่เป็นการสะสมปัญหาการที่ฝ่ายค้านออกมาชี้ถึงข้อบกพร่องของ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ในสองกรณี คือมีความจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่ เป็นปัญหาด้านข้อกฎหมาย และมีความเหมาะสมและเป็นไปตามระเบียบหรือไม่ เป็นปัญหาที่จะกระทบถึงวินัยทางการเงินการคลังของประเทศ รัฐบาลตอบคำถามไม่ได้ ไม่มีรายละเอียดของโครงการ อ้างเป็นภาระที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ที่ยังไม่รู้ว่าจะเกิดหรือไม่เกิด รวมทั้งส่อว่าจะมีการใช้งบประมาณผิดประเภท โทษเป็นอคติของฝ่ายค้านไม่ใช่การแก้ปัญหาแต่พยายามบิดเบือนประเด็นล่าสุดธนาคารโลกจัดให้ไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่แรงงานมีทักษะสูง แต่มีโอกาสในการทำงานน้อยจากเหตุการจ้างงานลดลง จำนวนผู้ใช้แรงงานเพิ่มขึ้น เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์เข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์ในเอเชียแปซิฟิก ถูกระบุในอีก 10 ปี จะมีประชากรวัยทำงานที่ 320 ล้านคน มีตำแหน่งงานรองรับแค่ 110 ล้านตำแหน่ง ขณะที่ สศช.สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พบว่าในไตรมาสแรกปี 2569 มีโรงงานปิดกิจการมากกว่าเปิดใหม่ไหนว่าจะรวยไม่ไหวแล้ว.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th คลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม