เดือนตุลาคมมีความหมายเป็น พิเศษ สำหรับการเมืองไทย บางคนมองว่าเป็นเดือนอาถรรพณ์ เนื่องจากมีเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เกิดขึ้นในเดือนตุลาคม เช่นเหตุการณ์ 6 ตุลาคม ซึ่งมีนักศึกษามหาวิทยาลัยหลายแห่ง จัดการชุมนุม วันครบ 44 ปี และเหตุการณ์ 14 ตุลาคม วันที่ประชาธิปไตยเบ่งบานหลายคนเรียกเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เป็น “วันล้อมปราบ” หรือเป็น “วันสังหารหมู่” บรรดานิสิตนัก-ศึกษาที่ร่วมกันชุมนุมอยู่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อต่อต้านการเดินทางกลับไทย ของอดีตผู้นำรัฐบาลเผด็จการ หลังจากที่กลุ่มผู้มีอำนาจปลุกระดมมวลชนให้เกลียดชังนักศึกษา โดยใช้วิทยุและหนังสือพิมพ์เป็นกระบอกเสียงประวัติศาสตร์ 6 ตุลายังไม่มีการชำระให้ถูกต้อง เกิดอะไรขึ้นแน่แต่ที่แน่ชัดที่สุดคือมีการสังหารหมู่นักศึกษา ที่ชุมนุมอยู่ในธรรมศาสตร์ เหตุการณ์รุนแรงลุกลามออกมาถึงสนามหลวง ยุติลงด้วยการยึดอำนาจ จากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ก่อความแตกแยกในสังคมรุนแรง นักศึกษาเป็นอันมากต้องหนีเข้าป่าส่วนเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เริ่มต้นด้วยผู้นำนักศึกษา 13 คน ออกมารณรงค์เรียกร้องให้รัฐบาลประกาศใช้รัฐธรรมนูญที่ร่างมาหลายปี โดยรัฐบาลคณะรัฐประหาร ที่สืบทอดอำนาจมาเกือบ 20 ปี ถ้าเริ่มต้นนับตั้งแต่รัฐประหาร 16 กันยายน 2500 แต่รัฐบาลกลับจับกุม 13 คน ที่เดินแจกใบปลิวนำไปสู่การลุกฮือครั้งใหญ่เหตุการณ์จบลงด้วยชัยชนะ ของนักศึกษาประชาชน ประชาธิปไตยเบ่งบานแต่อายุสั้นแค่ 3 ปี ก็ต้องปิดฉากลงด้วยรัฐประหาร 6 ตุลาคม 2519 และกำลังจะมีการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มนักศึกษาประชาชนในวันที่ 14 ตุลาคมนี้ มีหลายอย่างที่คล้ายกับ 14 ตุลา 2516 เพราะเป็นการชุมนุมเรียกร้องรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยเช่นกันรัฐบาลปัจจุบันก็คล้ายกับรัฐบาล 2516 เพราะมาจากรัฐประหารและสืบทอดอำนาจ ตามรัฐธรรมนูญที่เขียนขึ้นเอง รัฐบาล 2516 สืบทอดอำนาจยาวนานเกือบ 20 ปี ยอมให้ร่างรัฐธรรมนูญและเลือกตั้ง แต่กลับมายึดอำนาจตนเอง ส่วนรัฐบาลปัจจุบันสืบทอดอำนาจมากว่า 6 ปี และต้องการสืบทอดต่อเพื่อสืบทอดอำนาจคนไทยส่วนใหญ่ผู้รักประชาธิปไตย และต้องการสันติสุข ได้แต่ขอภาวนาให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการชุมนุมใหญ่ 14 ตุลาคมนี้ ได้ถอดบทเรียนจากประวัติศาสตร์ 14 ตุลา 2516 ให้การชุมนุมเป็นไปด้วยความสงบ และปราศจากเหตุรุนแรง เพราะกลุ่มนักศึกษาชุมนุมโดยสงบ และเรียกร้องแต่รัฐธรรมนูญประชาธิปไตย แบบนานาอารยประเทศ.