กองปราบฯลุยค้น 3 จังหวัด เชียงใหม่ สุรินทร์ พัทลุง จับกุม 4 ผู้ต้องหาแก๊งจัดทำบัญชีม้า หลังพบเส้นเงินคดีฉ้อโกงออนไลน์พุ่งตรงเข้าหมู่บ้านแห่งหนึ่งใน อ.ศรีบรรพต จ.พัทลุง ผงะพบผู้สูงวัยในหมู่บ้านนี้กว่า 30 ราย ตกเป็นผู้ต้องหารวมกว่า 70 คดี ความเสียหายรวมกว่า 21 ล้านบาท เผย 1 ใน 4 ผู้ต้องหาที่ถูกจับเป็นหัวโจกรับคำสั่งจาก “อาเหวิน” ชาวมาเลเซีย วางแผนหลอกเหยื่อไปทำงานอ้างรายได้ดี ก่อนพาข้ามฝั่งไปปอยเปต เลยโดนหมายจับถ้วนหน้าป.เปิดปฏิบัติการ “เสียงกระซิบจากศรีบรรพต” ทลายคอกม้าหลอกคนแก่ยกหมู่บ้านไปปอยเปต เปิดเผยเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 9 ม.ค. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.อนุสรณ์ ทองไสย รรท.ผกก.6 บก.ป. พ.ต.ท.ทินกร มณีรัตน์ รอง ผกก.6 บก.ป. นำกำลังตรวจค้น 7 จุด ในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จ.พัทลุง เชียงใหม่ และสุรินทร์ จับผู้ต้องหา 4 ราย คือนายเอกวิทย์ เกลาฉีด อายุ 30 ปี นายวิภพ เอียดหมุน อายุ 36 ปี น.ส.ธนาภา แน่นแผ่น อายุ 35 ปี และ น.ส.พสุดาภา แก้วอัครสิน อายุ 35 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ข้อหาร่วมกันเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่า หรือให้ยืม บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมตรวจยึดโทรศัพท์มือถือหลายเครื่อง สมุดบัญชีธนาคารกว่า 20 เล่ม บัตร ATM เอกสารบัญชีธนาคาร 15 แผ่น คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก และหนังสือเดินทางของผู้ที่ถูกหลอกไปเปิดบัญชีจำนวนมากพล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. เผยว่า ตำรวจ กก.6 บก.ป. สืบสวนขยายผลคดีฉ้อโกงออนไลน์และอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหลายคดีทั่วประเทศ พบเส้นทางการเงินมุ่งสู่กลุ่มบัญชีธนาคารของชาวบ้านใน อ.ศรีบรรพต จ.พัทลุง เหมือนกันทั้งหมด มีชาวบ้านเป็นผู้สูงอายุกว่า 30 รายในหมู่บ้านเดียวกันตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกงรวมกว่า 70 คดี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 21 ล้านบาทพ.ต.ท.ทินกร มณีรัตน์ รอง ผกก.6 บก.ป. กล่าวว่า เครือข่ายนี้ทำงานเป็นระบบภายใต้การสั่งการของนายวี ไค เวิร์น หรือ “อาเหวิน” ตัวการใหญ่ชาวมาเลเซีย จ้างกลุ่มนายเอกวิทย์ นายหน้าอาศัยอยู่ใกล้ อ.ศรีบรรพต หลอกชาวบ้านผู้สูงอายุในพื้นที่ อ้างจะพาไปทำงานเป็นแม่บ้าน และพนักงานกาสิโนในปอยเปต ประเทศกัมพูชา หรือประเทศมาเลเซีย ได้ค่าจ้าง 10,000—20,000 บาทต่อเดือนรอง ผกก.6 บก.ป.กล่าวอีกว่า เหยื่อที่จะไปทำงานจะถูกบังคับให้เปิดบัญชีธนาคารหลายบัญชีพร้อมสมัครบัตร ATM จัดทำหนังสือเดินทางใช้ในการข้ามแดน จากนั้นนายวิภพ และ น.ส.ธนาภา ทำหน้าที่พาชาวบ้านเดินทางไปยังจุดนัดพบชายแดน เช่น สุไหงโก-ลก หรืออรัญประเทศ เพื่อส่งตัวข้ามฝั่งไปหาตัวการใหญ่ฝั่งปอยเปต แหล่งผลิตบัญชีม้า พอถึงที่พักจะถูกยึดหนังสือเดินทาง สมุดบัญชี และโทรศัพท์มือถือ และพาไปสแกนใบหน้ายืนยันตัวตน เมื่อเสร็จสิ้น จะถูกกักขังให้อยู่แต่ในบ้านพักตลอดจนกว่าบัญชีจะถูกอายัดหรือใช้งานไม่ได้ทั้งนี้ บัญชีม้าในกลุ่มนี้จะถูกนำไปใช้ในหลากรูปแบบ ทั้งการหลอกลงทุนแพลตฟอร์มและการหลอกยืมเงิน พบว่าบางกรณีมีการโอนเงินเข้า-ออกบัญชีม้ากลุ่มนี้ถึง 13 ครั้ง ในระยะเวลาเพียง 2 วัน สร้างความเสียหายต่อเหยื่อรายเดียวสูงถึง 3 ล้านบาทสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 4 รายรับสารภาพ ส่วนชาวบ้านสูงอายุที่ถูกหลอกให้การปฏิเสธหรือภาคเสธ อ้างว่าถูกหลอกให้เปิดบัญชี นำตัวทั้งหมดส่งโรงพักในพื้นที่ที่ถูกก่อเหตุ ดำเนินคดี พร้อมขยายผลเครือข่ายผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีต่อไป ทั้งนี้เชื่อว่ายังมีผู้สูงอายุในพื้นที่อื่นที่ถูกหลอกลวงในลักษณะนี้อีกหลายราย เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่