แทรกคิวเบนความสนใจบรรยากาศหาเสียงเลือกตั้ง คดีสินบนทองคำ 246 บาท เขย่ากระบวนการยุติธรรมไทยมัวหมองตั้งแต่ต้นปี 2569 แปดเปื้อนไปทั้งวงการตำรวจ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)เปิดโปงหลักฐานมัดผิด ทั้งคลิปเสียงสนทนาวิ่งเต้นล้มคดี และคลิปวิดีโอส่งมอบทองคำให้บิ๊ก ป.ป.ช.แนวโน้มคงต้องสู้คดีกันยืดเยื้อ บทสรุปสุดท้ายยังไม่รู้จะลงเอยอย่างไร แต่ภาพลักษณ์กระบวนการยุติธรรมไทยเละเป็นโจ๊ก เกิดวิกฤติศรัทธาและความเชื่อมั่นต่อองค์กรช็อตความรู้สึกประชาชน ผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบกลายเป็นผู้ถูกตรวจสอบเสียเองคล้ายคลึงสถานการณ์พรรคประชาชนที่ติดหล่มจุดขาย “มีเรา ไม่มีเทา” กลายเป็นจุดอาย วนเวียนอยู่ในดงกระสุนตกพักใหญ่ สะบัดไม่หลุดภาพลักษณ์แคมเปญไม่ตรงปกติดบ่วงจริยธรรมตั้งแต่ตัวผู้สมัคร สส. ทีมงานผู้สมัคร แคนดิเดตรัฐมนตรี ต้องปากเปียกปากแฉะแก้ต่างเรื่องเก่า เรื่องใหม่อีนุงตุงนัง เบนความสนใจประชาชนให้ติดหูติดตาอยู่กับปมด่างพร้อยมากกว่านโยบายพรรคแคมเปญ “มีเรา ไม่มีเทา” สะดุด ความน่าเชื่อถือลดวูบ ไม่สามารถนำมาข่มคู่แข่งได้ค่ายส้มติดหล่มวาทกรรมตัวเอง แม้กระทั่งวลีเก่าในอดีต “มีทหารไว้ทำไม” ก็ยังตามไล่ล่า ถูกคู่แข่งนำมาตอกย้ำพฤติกรรมด้อยค่ากองทัพ ปั่นกระแสให้ปะทุรุนแรง ในช่วงที่ทหารทำหน้าที่วีรบุรุษชาติ ศึกสู้รบแนวชายแดนไทย-กัมพูชาผลพวงการเป็นเต็งหนึ่งเลือกตั้ง เลยตกเป็นเป้า ระดมยิงกระสุนข้อกฎหมายและจริยธรรมใส่อย่างหนักหน่วง ในช่วงเวลาที่ขยับเข้าใกล้วันกาบัตร 8 ก.พ.2569มะรุมมะตุ้ม ใครๆก็รุมกินโต๊ะพรรคประชาชน ทั้งภูมิใจไทย-เพื่อไทย ร่วมกระหน่ำ หวังลดระยะห่าง ทำแต้มเบียดขึ้นไปหายใจรดต้นคอไม่เว้นแม้กระทั่งอดีต สส.พรรคที่ลาออกไป ก็ร่วมทิ้งบอมบ์เผาบ้านเก่าวิจารณ์อุดมการณ์พรรคเปลี่ยนไปจนเสียตัวตน ซัดกระบวนคัดสรรบุคลากรมีปัญหา วางตัวทีมเทคโนแครตและกลุ่มอีลิท เป็นแคนดิเดตรัฐมนตรี ละเลยคนทำงานเดิม แลกการได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มอนุรักษ์นิยม หวังเข้าสู่อำนาจจอมปลอมคนนอกและอดีตคนในรุมตั้งคำถามซักฟอก ทั้งมาตรฐานจริยธรรม และการบริหารจัดการในพรรคกระแสสีส้มจืดจาง ไม่ข้นคลั่กเหมือนเดิม เข้าโหมดขาลง ลุ้นหนักจะรักษาฐานเดิม 14 ล้านเสียงได้หรือไม่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่เป็นบททดสอบสำคัญของ นายณัฐพงษ์เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน จะต้องประคองฐานเสียงเดิม ขยายฐานเสียงใหม่ พุ่งสู่เป้าหมายเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลสถานการณ์ที่ค่ายประชาชนเจอเส้นทางโหดและหินกว่าเดิมในการป้องกันแชมป์เลือกตั้งสารพัดมรสุมรุมปะทะ ทั้งกระแสสีส้มติดๆดับๆ ถูกรุมกินโต๊ะให้โดดเดี่ยวในสนามเลือกตั้ง แนวโน้มถึงจะชนะเป็นที่หนึ่ง ก็ไม่ถึงขั้นแลนด์สไลด์ตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้เลี่ยงยากจะไม่เกิดรัฐบาลผสมหลังปิดหีบเลือกตั้ง หากพรรคประชาชนจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอาจต้องลดเงื่อนไขมาตรฐานการเมืองที่สูงเกินไปอย่างที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ปฏิเสธข่าวพรรคประชาชนไม่จับมือพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทยหลังการเลือกตั้ง ระบุไม่เคยกล่าวอย่างที่สื่อบางสำนักรายงาน การตั้งรัฐบาลเป็นเรื่องกรรมการบริหารพรรค ขอทำหน้าที่ผู้ช่วยหาเสียงสนับสนุนพรรคประชาชนชนะเลือกตั้งมากที่สุด ให้นายณัฐพงษ์เป็นนายกฯโทนเสียงผู้นำจิตวิญญาณไม่ขึงขังทางจุดยืนที่สะบั้นสัมพันธ์เด็ดขาดพรรคคู่ปรับ ถูกตั้งข้อสังเกตดีเอ็นเอพรรคประชาชนเปลี่ยนไปแบ่งรับแบ่งสู้ ส่งสัญญาณจับมือกับ 2 พรรคใหญ่ตั้งรัฐบาล หากไม่ได้เสียงข้างมากเด็ดขาดในการเลือกตั้งจนสามารถตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ท่าทีค่ายส้มหันมาเปลี่ยนยุทธศาสตร์เปิดประตูหาพันธมิตร แก้เกมถูกโดดเดี่ยว รวมถึงเปิดรับกลุ่มชนชั้นนำต่างๆเข้าสู่ทีมบริหาร ถอดบทเรียนความผิดพลาดการทำงานที่ผ่านมาปรับโหมดเข้าสู่โลกความเป็นจริง ไม่ฝืนธรรมชาติการเมืองไทยที่ใช้สูตรรัฐบาลลูกผสมบริหารประเทศหาทางหนีทีไล่ปูทางเข้าสู่การบริหารอำนาจรัฐ ให้มีโอกาสโชว์ฝีมือบริหารประเทศ ไม่ผูกขาดฝ่ายค้านถาวร ถึงเวลาต้องเลือกจะยืนหยัดในโลกอุดมการณ์ หรือลืมตาอยู่กับความจริงลดเพดานปะทะ เซฟส้มให้อยู่ต่อ เลี่ยงสร้างเงื่อนไขถูกปิดสวิตช์อีกรอบ!!!ทีมข่าวการเมือง รายงานคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม