ถ้าตั้งสมมติฐานที่ว่า มีพรรคการเมือง 3 พรรค เท่านั้น ที่จะชิงกันเป็นแกนนำรัฐบาลคือพรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย พูดถึงเรื่องนโยบายหนีไม่พ้นประชานิยม ลดแลกแจกแถม ตัดทิ้งไปเลย ทุกพรรคก็ประชานิยมด้วยกันทั้งนั้น ใครมาเป็นรัฐบาลก็ทำได้ พรรคไหนเป็นฝ่ายค้านต่อให้นโยบายดีเลิศประเสริฐศรีแค่ไหนก็ทำอะไรไม่ได้ แคนดิเดตนายกฯ ทั้ง 3 พรรค ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ อนุทิน ชาญวีรกูล หรือยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ก็ไม่มีใครเด่นกว่าใคร ไม่ว่าใครขึ้นมาเป็นนายกฯ ก็ต้องทำตามนโยบายพรรคและนโยบายของตัวจริงเสียงจริงภาวะผู้นำกับความมีบารมี เป็นคนละเรื่องเดียวกัน ภาพจึงไม่มีอะไรแตกต่างจากทุกรัฐบาลที่ผ่านมา ทำไมการเมืองไทยถึงต้องพึ่ง อิทธิพล และบารมี เพราะอิทธิพลและบารมีมีอิทธิพลเหนือกว่า พรรคการเมือง ดังนั้น กลุ่มและก๊วนการเมือง บ้านเล็กบ้านใหญ่จึงมีอำนาจต่อรองทางการเมืองสูง ยิ่งถ้ากุมเสียง สส.เอาไว้ในสังกัดได้มากเท่าไหร่ก็จะมีบารมีมากเท่านั้น เพราะเสียง สส.ส่วนใหญ่คือเสียงที่โหวตเลือกนายกฯและตั้งรัฐบาล ดังนั้น ตราบใดที่กติกาให้มี สส.งูเห่าได้ ถูกกฎหมาย ผู้มีบารมีก็ต้องใหญ่กว่าพรรค ก๊วนการเมืองก็ใหญ่กว่าพรรคการเมืองต่อมา คือ ครม. หรือกลไกในการทำงาน ตอนนี้มีแข่งกันอยู่ 2 พรรค ที่กล้าประกาศก่อนการเลือกตั้ง ว่าใครจะมาเป็น ว่าที่ รมต.กระทรวงไหน ใครจะเป็นมือเศรษฐกิจมือกฎหมาย คือ พรรคประชาชน กับ พรรคภูมิใจไทย เป็นมิติใหม่ แฟร์ๆกับประชาชนที่จะเลือกคนทำงาน ไม่ไปต่อรองซื้อขายเก้าอี้ รมต. สุดท้ายได้แต่นักการเมืองมืออาชีพมาทำงาน มีแต่บรรดามืออาชีพเต็มไปหมด พรรคภูมิใจไทยก็เปิดมือทำงานเหมือนกัน แต่เปิดแบบไม่หมด ส่วน พรรคเพื่อไทย ประชาธิปัตย์ ยังเปิดๆปิดๆอยู่ถ้าจะให้ดี แต่ละพรรคควรจะเปิดตัวว่าที่ รมต.กระทรวงหลักให้เห็นโฉมหน้ากันชัดๆ เลือกไปแล้วจะได้ไม่ผิดหวัง คมนาคม เกษตรฯ พาณิชย์ มหาดไทย กลาโหม สาธารณสุข คลัง ศึกษาฯ ท่องเที่ยวฯ ยุติธรรม ต่างประเทศแล้วก็มาถึง เงื่อนไขพิเศษ ในการตั้งรัฐบาล สีนี้ตั้งได้ สีนั้นตั้งไม่ได้ โดยเฉพาะ พรรคประชาชน ถึงได้เสียงข้างมากก็ไม่ได้เป็นรัฐบาลประมาณนี้ วันนี้พรรคประชาชน ได้ปลดล็อกตัวเองเรียบร้อยแล้ว ไม่มีวลี มีทหารเอาไว้ทำไม อีกต่อไป ไม่แตะต้อง มาตรา 112 อีกต่อไป เอา อดีต สว.ในยุค คสช. มาเป็น ว่าที่ รมต.ของพรรคเป็นตัวประกันพร้อมจับมือกับทุกพรรคที่ไม่มีเทา กินสองเด้ง ไม่มีลุง ไม่มีเทาแต่ด้วยการเมืองไทย อ่อนปวกเปียก ปัญหาใหญ่กว่า คือ อเมริกา-จีน ล้อมประเทศไทยเอาไว้ทุกด้าน การเมืองภายในอ่อนแอ กลายเป็นจุดอ่อน การเมืองภายนอกก็สู้กัมพูชาไม่ได้ เป็นจุดอ่อนอีก ต่อให้การเมืองแข็งในก็อ่อนนอก หนีเสือปะจระเข้ ขนาด ฮุน เซน ยอมให้ตัดเส้นเลือดใหญ่ ส่งเฉิน จื้อ เจ้าพ่อสแกมเมอร์กลับบ้านเก่าแล้วบ้านเราจะเหลืออะไร.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม