ตอบโต้ผนง. "อ๋อย"จับตา! กระแสรปห.“สนธิรัตน์” อ้อมแอ้มเปิดสภาฯวิสามัญ ขอหารือใน พปชร.ก่อน ชี้ “ไพบูลย์” ค้านสุดตัวมุมมองส่วนตัว โยนข้อเสนอแก้ รธน.ส่งไปรวมที่ กมธ. ออกแอ็กชันช่วยรัฐบาลเปิดพรรคทำเจลล้างมือแจก แต่ ส.ส.ลูกพรรคคันหัวใจล่อเป้าสวด “ประชาชนโง่เราจะตายกันหมด” โลกโซเชียลแห่คอมเมนต์ด่า “ศาสตรา” รีบกราบขอโทษรับผิดโพสต์ล่อแหลม รองโฆษก พปชร.ตัดไฟแต่ต้นลมชิ่งพรรคไม่เกี่ยว “อนุดิษฐ์” ย้ำฝ่ายค้านตั้งใจดีหาทางช่วย เตือน รบ.เห็นแก่ ปชช.มากกว่าห่วงตัวเอง “เจ๊หน่อย” สอนเชิงยกระดับรับวิกฤติ แนะบอกความจริงตรงไปตรงมา “วิโรจน์” โวก้าวไกลลุยต่อไม่กลัวถูกยุบซ้ำ ซัด รธน.ปี 60 ต้นตอปัญหาต้องสังคายนาจากกรณีรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กำลังเผชิญหน้ากับสารพัดปัญหารุมเร้า โดยเฉพาะประชาชนมองว่ารัฐบาลล้มเหลวในการรับมือการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยพรรคฝ่ายค้านพยายามเสนอขอเปิดการประชุมสภาฯ สมัยวิสามัญร่วมกันหาทางแก้ปัญหาของชาติ ขณะที่ฝ่ายการเมืองทยอยเสนอแนะการแก้ปัญหาให้ทางรัฐบาลพิจารณาอย่างต่อเนื่อง “สนธิรัตน์” ขอหารือเปิดสภาฯวิสามัญเมื่อวันที่ 15 มี.ค. เวลา 11.20 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านยืนยันล่ารายชื่อ ส.ส.และ ส.ว.เพื่อยื่นญัตติขอเปิดประชุมสภาฯสมัยวิสามัญ เพื่อหารือการแก้ไขปัญหาโควิด-19 ว่า เป็นเรื่องของสภาฯพิจารณา หากฝ่ายค้านเสนออย่างไร เป็นเรื่องต้องหารือกันของ ส.ส. เรื่องนี้มีหลายความคิดเห็น ขณะนี้มีสองแนวคิดคืออยากให้เปิดและไม่อยากให้เปิด หากเปิดเพื่อหารือปัญหาโควิด-19 ทำให้เราช่วยกันแก้ไขปัญหาถือเป็นเรื่องที่ดี เมื่อถามว่า เสียงฝ่ายค้านอาจไม่พอเปิดประชุมสภาฯสมัยวิสามัญ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลจะช่วยเพิ่มเสียงให้หรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า คงต้องหารือก่อน เพราะเพิ่งทราบเรื่อง และยังเป็นความเห็นแตกต่างกันอยู่ ส่วนกรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลัง–ประชารัฐ เห็นว่าไม่ควรเปิดประชุมสมัยวิสามัญ ถือเป็นความเห็นแต่ละคน เรื่องนี้จะต้องหารือกันภายในพรรคพลังประชารัฐอีกครั้งแก้ไข รธน.ให้ส่งความเห็นไปที่ กมธ.เมื่อถามถึงการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายสนธิรัตน์กล่าวว่า เรื่องอื่นเก็บไว้ก่อน วันนี้เราต้องร่วมมือกันสู้กับไวรัสโควิด-19 และต้องให้กำลังใจนายกฯในการแก้ปัญหาโควิด-19 ก่อน ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรามีคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษาดูแลเรื่องนี้ มีเวลา 120 วัน ขณะนี้อยู่ในกระบวนการรับฟังความคิดเห็น ขอให้เป็นไปตามกระบวนการก่อน ยอมรับว่ารัฐธรรมนูญที่ใช้มามีทั้งสิ่งที่ดีและสิ่งที่เป็นอุปสรรค ต้องรวบรวมความคิดเห็นส่งไปยัง กมธ. อยากให้ทุกฝ่ายที่มีความเห็นการแก้รัฐธรรมนูญส่งความเห็นไปยัง กมธ.แจงไม่ได้ละเลยนโยบายหาเสียงนายสนธิรัตน์กล่าวอีกว่า สำหรับการเปิดอบรมหลักสูตรโรงเรียนการเมืองของพรรคเห็นควรเลื่อนออกไปก่อน อยากให้บุคลากรพรรคได้ช่วยกันแก้ปัญหาโควิด-19 เต็มที่ก่อน กรณีโซเชียลมีเดียแชร์ข้อมูลจากเพจเฟซบุ๊กพรรคเรื่องนโยบายการหาเสียงก่อนเลือกตั้งที่โพสต์ไว้เมื่อ 1 ปีที่แล้ว เช่น ผลักดันค่าแรงขั้นต่ำ 400-425 บาท ผู้จบปริญญาตรีผลักดันให้มีเงินเดือน 20,000 บาท จบอาชีวะ 18,000 บาท เราเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ตั้งใจทำตามสิ่งที่นำเสนอไว้ แต่เมื่อมาเป็นพรรคร่วมรัฐบาลต้องฟังพรรคร่วมรัฐบาล ต้องเสียสละหลายนโยบายที่อาจไม่ตรงกับนโยบายของพรรคร่วม สิ่งที่เราเสนอระยะสั้นอาจยังทำไม่ได้ ค่าแรงยังผลักดันตามที่พูดไว้ไม่ได้ ด้วยภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ผลักดันยากขึ้น จะพยายามเร่งรัดนโยบายที่ทำได้ ไม่ได้ละทิ้ง บางอย่างต้องใช้เวลาขยับเปิดพรรคทำเจลแจก ปชช.ต่อมานายสนธิรัตน์แถลงภายหลังการประชุมคณะทำงานของพรรคว่า การเตรียมแก้ปัญหาโควิด-19 ที่อาจเข้าสู่ระยะที่ 3 พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะที่มี ส.ส.อยู่มากจะใช้ที่ทำการพรรค ช่วยเหลือประชาชนโดยการผลิตเจลล้างมือ พรรคกำลังขอบริจาควัตถุดิบทำเจลล้างมือจากผู้ประกอบการ ประชาชนท่านใดอยากมีส่วนร่วมช่วยผลิตเจลล้างมือเข้ามาช่วยกันได้ที่พรรค คาดว่าจะเริ่มต้นได้ในสัปดาห์นี้ พร้อมแจกจ่ายให้ประชาชน สำหรับแอลกอฮอล์ส่วนเกินจากโรงงานเอทานอล กระทรวงพลังงานปลดล็อกร่วมกับกรมสรรพสามิตแล้ว นำแอลกอฮอล์มาจำหน่ายเพื่อผลิตเจลล้างมือ โดยติดต่อไปที่กรมสรรพสามิตที่เดียวได้เลย ไม่ต้องส่งเรื่องมาขออนุมัติที่กระทรวงพลังงานเพื่อลดขั้นตอนวอนเชื่อมั่นรัฐบาล-ระบบ สธ.ไทยนายสนธิรัตน์กล่าวอีกว่า พรรคกำลังจะจัดทำโครงการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เกิดความมั่นใจของพี่น้องประชาชน เช่น ที่บ้าน ที่ทำงาน เพื่อลดการแพร่กระจายไวรัสและเป็นการป้องกัน สัปดาห์หน้าพรรคจะจริงจังในการตรวจคัดกรอง ทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะก่อนทำกิจกรรมทุกครั้ง รวมถึงไมโครโฟนต้องใช้แอลกอฮอล์เช็ด จะแถลงรายละเอียดโครงการสัปดาห์หน้า เมื่อถามว่า ขณะนี้ประชาชนวิตกกังวลเรื่องไวรัสและการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล นายสนธิรัตน์กล่าวว่า เราต้องเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน เพราะเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าไม่ร่วมมือกันแก้ปัญหาจะทำให้ควบคุมลำบาก ต้องเชื่อมั่นในรัฐบาลที่กำลังดำเนินการแก้ปัญหาอย่างสุดความสามารถ ขอให้เชื่อมั่นในระบบสาธารณสุขของประเทศที่ดีเป็นอันดับต้นๆของโลก ขอให้ประชาชนอย่าระแวงเรื่องข้อมูลต่างๆ รวมถึงข่าวลือ ยืนยันว่าไม่มีการปกปิดข้อมูลเด็ดขาด เนื่องจากจะทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น แต่รัฐเพียงอย่างเดียวไม่พอ ประชาชนต้องดูแลตัวเองด้วย ขอให้เราจับมือกันพาประเทศผ่านพ้นวิกฤติ ไม่ซ้ำรอยประเทศอื่นที่ควบคุมไม่ได้“สิระ” จี้แจกหน้ากากถึงบ้านแบบยุ่นนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีประชาชนจำนวนมากต้องเดินทางไปต่อแถวตามห้างสรรพสินค้าซื้อหน้ากากอนามัย ที่ถูกจำกัดสิทธิให้ซื้อเพียงคนละ 1 แพ็ก 4 แผ่นว่า รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกำลังซ้ำเติมความเดือดร้อนประชาชน ยังปล่อยให้ประชาชนต้องเสียค่าเดินทาง มาแออัดในการต่อคิว อยากแนะนำให้นำการบริหารจัดการของประเทศญี่ปุ่น ที่ส่งหน้ากากอนามัยไปให้ประชาชนทางไปรษณีย์ มาปรับใช้มั่นใจว่าประเทศ เราทำแบบเขาได้ งบฯ กว่า 1 แสนล้านบาทที่รัฐบาลเคยจะแจกประชาชน หรือจะใช้งบฯ กลางทำได้ในภาวะวิกฤติเช่นนี้ ถ้านำมาเป็นงบฯ กระจายหน้ากากอนามัยน่าจะช่วยเหลือประชาชนได้มากกว่านี้อีกเยอะ การปล่อยให้ประชาชนจำนวนมากไปยืนเบียดกันต่อคิวในห้างสรรพสินค้าเพื่อซื้อหน้ากากอนามัยเสี่ยงต่อการระบาดของไวรัสโควิค-19 อย่างมาก หากใครสักคนในแถวเป็นขึ้นมาคนรอบข้างจะติดกันหมด รัฐบาลและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องต้องตระหนักให้มาก หากรัฐบาลจัดการเรื่องหน้ากากอนามัยให้ประชาชนได้เสร็จสิ้น จะมีเวลาไปแก้ปัญหาด้านอื่นอีกมากส.ส.พปชร.ล่อเป้าด่า “ประชาชนโง่...”ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. นายศาสตรา ศรีปาน ส.ส.สงขลา พรรคพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “ประชาชนโง่เราจะตายกันหมด” พร้อมทั้งมีข้อความตอนหนึ่งว่า เห็นป้ายวลี “ผู้นำโง่เราจะตายกันหมด” แล้วคันหัวใจ ขอล่อเป้าให้เด็กๆรุมด่าสักทีเถอะ ข้อความนี้เป็นของชาวเน็ตท่านหนึ่ง ตนเอามาแชร์เพื่อสะท้อนความคิดของคนคนหนึ่ง ให้เป็นอีกมุมมอง ทุกวันนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นมาแล้วขยายใหญ่โตส่วนหนึ่งเป็นเพราะองคาพยพของการเมืองในประเทศ อันนี้ยอมรับเลย แต่เมื่อมาถึงเรื่องการระบาดของโควิด-19 ยังไม่เห็นเลยว่าสาเหตุส่วนไหนที่เป็นความโง่ของรัฐบาลที่ทำให้เกิดขึ้น ที่เห็นๆมานั่น เป็นความโง่ของประชาชนล้วนๆ ลองมาดูกันทีละเรื่อง ทั้งนี้หลังจากการโพสต์ดังกล่าวมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นและต่อว่านายศาสตราเป็นจำนวนมาก “ศาสตรา” รับผิดขอโทษโพสต์ล่อแหลมนายศาสตรา ศรีปาน ส.ส.สงขลา พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า ตนไม่ได้เขียนขึ้นมาเอง เพียงแค่คัดลอกข้อความและแชร์มาอีกต่อหนึ่ง ในท้ายโพสต์นี้ได้ใส่เครดิตของผู้ที่ไปคัดลอกข้อความมาไว้ด้วย คือคุณ Jake Ati ไม่ได้บอกว่าข้อความดังกล่าวถูกหรือผิด แค่อยากให้ทุกคนได้อ่านและคิดตามเท่านั้น อยากให้อ่านอย่างละเอียด ทุกบรรทัด ยืนยันไม่ได้ต้องการสร้างความแตกแยก แต่ข้อความอาจล่อแหลมเกินไปจนถูกวิจารณ์ในทางลบ “ผมกราบขอโทษประชาชนทุกคน ที่ทำให้ไม่สบายใจ สิ่งที่แชร์เป็นมุมมองของคนคนหนึ่ง ขอน้อมรับในสิ่งที่ทำลงไปและขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว การกระทำดังกล่าวไม่เกี่ยวกับพรรคพลังประชารัฐ จะขอทำหน้าที่ ส.ส.ต่อไปให้ดีที่สุด”ต้นสังกัดชิ่งเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวพรรคน.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐกล่าวว่า ทางพรรคพลังประชารัฐขอเรียนให้ทราบว่า ข้อความดังกล่าวไม่ได้เป็นความคิดเห็นของพรรคพลังประชารัฐแต่อย่างใด ในเบื้องต้นพบว่าเป็นการกระทำส่วนตัวของบนเพจส่วนตัวของ ส.ส. ที่ได้แชร์ข้อความจากผู้ใช้งานเฟซบุ๊กท่านอื่นมา แต่ถึงอย่างไรทางพรรคพลังประชารัฐไม่ได้นิ่งนอนใจกับการกระทำดังกล่าว และขณะนี้ทางพรรคได้ตักเตือนและดำเนินการในเรื่องดังกล่าวอย่างเร่งด่วน ขอย้ำว่าพรรคพลังประชารัฐมีอุดมการณ์เพื่อประชาชนและทุกคำวิจารณ์ของประชาชนพรรคพลังประชารัฐ น้อมรับและดำเนินการปรับเปลี่ยนและปรับปรุงเสมอ “เจ๊หน่อย” สอนเชิงยกระดับรับวิกฤติวันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า มาถึงจุดที่เราต้องยอมรับความจริงว่าการระบาดของโควิด-19 จะมีมากขึ้น ต้องอยู่กับเราไปอีกระยะหนึ่ง จึงต้องพร้อมรับมือด้วยสติ ไม่ประมาทและต้องไม่ตระหนก จะอยู่นานแค่ไหนและระบาดมากแค่ไหน ขึ้นอยู่กับการจัดการที่มีประสิทธิภาพของรัฐบาล และความร่วมแรงร่วมใจของพวกเรา เรื่องเร่งด่วนผู้นำรัฐบาลต้องเร่งระดมทุกสรรพกำลังยกระดับเตรียมความพร้อมรับมือการระบาดและผู้ป่วยที่จะเพิ่มมากขึ้น การค้นหาผู้ติดเชื้อต้องรวดเร็ว จัดงบฯตรวจผ่านบัตรทองหรือบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า ให้ผู้ประกันตนเบิกค่าตรวจจากกองทุนประกันสังคมได้ ข้าราชการเบิกจากสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลได้ การควบคุมการระบาดต้องรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่าปัจจุบัน หัวใจสำคัญคือรัฐต้องบอกความจริงและข้อมูลกับประชาชนอย่างรวดเร็ว ตรงไปตรงมา ถึงเวลาที่รัฐบาลต้องเตรียมมาตรการสนับสนุนให้ภาครัฐและเอกชนทำงานจากบ้านและเรียนออนไลน์เพื่อหลีกเลี่ยงการไปอยู่ร่วมกันมากๆในอาคารปิด “อนุดิษฐ์” ยันฝ่ายค้านตั้งใจช่วยแก้วิกฤติน.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐออกมาคัดค้านการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อหารือแนวทางการแก้วิกฤติของประเทศ โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า ถือเป็นเรื่องธรรมดาที่ฝ่ายรัฐบาลย่อมต้องกลัวการถูกวิพากษ์–วิจารณ์ แต่อยากให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของฝ่ายค้านที่ต้องการใช้เวทีรัฐสภาในการระดมความคิดเห็นร่วมกันเพื่อหาทางออกจากวิกฤติต่างๆ ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ โดยพรรคเพื่อไทยร่างญัตติขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเอาไว้เรียบร้อยแล้ว และจะนำญัตติดังกล่าวไปขอเสียงสนับสนุนจากสมาชิกรัฐสภาหวังว่าจะได้รับความร่วมมือจาก ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลและ ส.ว.ทุกท่าน ในการร่วมแรงร่วมใจกันใช้เวทีสภาฯคลี่คลายวิกฤติของชาติ 4 เรื่อง คือ การหามาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 การแก้ปัญหาภัยแล้ง การแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน รวมทั้งปัญหาการชุมนุมของนักศึกษาที่เรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญสร้างประชาธิปไตย ให้ประเทศเห็นแก่ ปชช.มากกว่าห่วงตัวเองบ้างน.อ.อนุดิษฐ์กล่าวอีกว่า การแพร่ระบาดโควิด-19 มีผู้ป่วยสูงขึ้นทุกวันและแพร่ระบาดในหมู่คนไทยด้วยกันเองแล้ว แต่รัฐบาลยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่าจะเป็นผู้นำฟันฝ่าวิกฤติครั้งนี้ไปได้ พวกเราในฐานะสมาชิกรัฐสภาจากประชาชน จึงจำเป็นต้องหันหน้ามาพูดคุยกันว่าจะ มีส่วนสนับสนุนอย่างไรให้รัฐบาลพาคนไทยรอดจากวิกฤติครั้งนี้ไปได้ โดยใช้รัฐสภาเป็นเวทีเสนอทางออกตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ขอยืนยันด้วยเกียรติของฝ่ายค้านว่าหากมีเสียงสนับสนุนเพียงพอเปิดประชุมสมัยวิสามัญ การอภิปรายของฝ่ายค้านจะมีแต่เนื้อหาสาระเป็นประโยชน์กับประชาชนเท่านั้น วิวาทะหรือการสร้างวาทกรรมจะไม่เกิดขึ้นแน่นอน ขอให้ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลสบายใจได้ว่าจะไม่ใช่เวทีโจมตีรัฐบาลเด็ดขาด ส่วนความกังวลว่าอาจทำให้สมาชิกรัฐสภาเสี่ยงติดโรคและเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อไวรัส ทุกคนอยู่ในวิสัยจะป้องกันตัวเองได้ เชื่อว่าสมาชิกรัฐสภาส่วนใหญ่น่าจะห่วงใยพี่น้องประชาชนมากกว่า จึงไม่ควรนิ่งดูดาย แต่ควรช่วยกันคนละไม้ละมือสวด ส.ส.รัฐบาลควรชงเองด้วยซ้ำนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ คัดค้านเปิดประชุมสภาฯสมัยวิสามัญอ้างเกรงจะเสี่ยงแพร่เชื้อไวรัสโควิดว่า การเปิดประชุมสภาฯระดมความเห็นช่วยกันแก้ปัญหา ระบบการตรวจสอบของรัฐสภาคัดกรองได้อยู่แล้ว สมาชิกที่คิดว่าตัวเองเสี่ยงไม่มาร่วมประชุมได้ ไม่ได้มีมติอะไร เรื่องนี้ต้องระดมความคิดเห็นที่หลากหลายเพื่อปิดช่องโหว่การแก้ปัญหาของรัฐบาล นายไพบูลย์พูดเช่นนี้ทำให้ตกใจ เพราะ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลเสียด้วยซ้ำที่ควรเสนอเปิดประชุมนำความเห็นไปช่วยแก้ปัญหา อ้างเหตุผลกลัวการแพร่เชื้อถ้ารัฐบาลป้องกันแพร่เชื้อได้ดีก็ไม่จำเป็นต้องมาเปิดประชุม แต่ตอนนี้ถึงเวลาควรทำไม่ควรอ้างเรื่องติดเชื้อ ทุกคนป้องกันตัวเองดีอยู่แล้ว รัฐสภาจะได้ทำหน้าที่นำความเห็นเสนอรัฐบาลแก้ปัญหา รัฐบาลปัจจุบันจากหลายพรรคต่างคนต่างทำงาน จึงไม่เกิดความเชื่อมั่นของประชาชน รัฐมนตรีหลายคนไม่ได้อยู่พรรคหลัก อาจคิดว่าไม่ใช่เรื่องของตน จึงทำให้การประสานงานไม่ดีพออย่างที่ตกเป็นข่าว“วิโรจน์” โอ่ก้าวไกลลุยต่อไม่กลัวถูกยุบซ้ำนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า วันที่ 17 มี.ค.จะประชุม ส.ส.ครั้งแรกหารือแนวทางการทำงาน แบ่งงานให้ ส.ส.และจัดลำดับความสำคัญงานแต่ละอย่างให้ลงตัว มีประสิทธิภาพมากที่สุด ส่วนใหญ่สืบสานมาจากพรรคอนาคตใหม่ อุดมการณ์ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่การบริหารจัดการภายในพรรคหลายอย่างต้องรอบคอบขึ้น เช่น งาน เอกสาร งานธุรการต่างๆ เมื่อถามว่าจะยังตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้นเหมือนเดิมไม่กลัวถูกยุบพรรคซ้ำ นายวิโรจน์กล่าวว่า ถ้าเราบอกว่ามีพรรคหนึ่งทำหน้าที่ตามอำนาจนิติบัญญัติอย่างเต็มที่ ทำตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ยึดโยงกับประชาชน แต่ถูกยุบพรรค คนที่น่าจะตอบคำถามคงไม่ใช่เรา แต่ต้องไปถามทางรัฐบาลว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กรอิสระหรือไม่ จริงๆวันนี้รัฐบาลต้องตอบคำถามว่าคุณครอบงำองค์กรอิสระหรือไม่ เพราะที่มาองค์กรอิสระล้วนมาจาก คสช.ทั้งสิ้น คสช.สืบทอดอำนาจมายังรัฐบาลชุดนี้ ประชาชนต้องร่วมกันตั้งคำถาม หากพรรคที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้นถูกยุบพรรคย้ำ รธน.ต้นตอปัญหาต้องตะลุยแก้ไขนายวิโรจน์กล่าวอีกว่า ส่วนจำนวน ส.ส.ที่หายไปหลังอดีตกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 10 ปี นี่คือช่องว่างและสุญญากาศของรัฐธรรมนูญ 2560 เชื่อว่าเมื่อไปถาม กกต.แต่ละท่านอาจได้คำตอบไม่เหมือนกันว่าจะคิดคำนวณอย่างไร เพราะไม่มีกฎหมายระบุไว้ชัดเจน ทำให้ต่างคนต่างตีความ สุดท้ายต้องพึ่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ขอย้ำว่านี่คือปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และเราจะเดินหน้ารณรงค์การแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป ส่วนการที่ ผบ.เหล่าทัพตัดสินใจไม่รับเงินเดือน ส.ว.ขอไม่ให้ความเห็นถึงกรณีนี้ ไม่ได้กระทบอะไรกับประชาชนหรือนโยบายของรัฐบาล “จาตุรนต์” จับตากระแสรัฐประหารนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯและอดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวถึงปัญหาประเทศที่กำลังเผชิญว่า ปัญหาภัยแล้ง ฝุ่น PM 2.5 ไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมอย่างรุนแรง รัฐบาลขาดประสิทธิภาพแก้ปัญหา และจากไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบไปทั่วโลกอยู่แล้ว อาจส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจไทยมากกว่านี้ มาตรการที่จะพยุงไม่ให้ผู้ประกอบการปิดกิจการและไม่เกิดการเลิกจ้างยังเล็กเกินไป ต้องเร่งออกงบฯกลางปีโดยเร็ว จากปัญหาการทำงานรัฐบาลทำให้มีพูดถึงการเปลี่ยนแปลงทางทางการเมือง โยงไปจนถึงข่าวรัฐประหาร แต่รัฐธรรมนูญที่วางไว้ใครๆก็รู้ว่าการเปลี่ยนรัฐบาลทำได้ยาก แต่การรัฐประหารไม่ใช่การแก้ปัญหา ยิ่งทำให้เลวร้ายมากขึ้นหนุนนายกฯคนนอก–ผู้นำขัดตาทัพนายจาตุรนต์กล่าวว่า ทางออกเวลานี้ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ลาออก ต้องมาไล่ดูว่าใครจะเป็นนายกฯแทน จำกัดอยู่ผู้เคยเป็นแคนดิเดตนายกฯมาก่อน พรรคประชาธิปัตย์คงไม่สามารถหันไปที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ ส่วนนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคไม่ได้เป็น แคนดิเดตจะตกไปที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจ แต่พิสูจน์แล้วจากการทำงานที่ผ่านมา ถ้าไม่ใช่วิธีรัฐประหารมีทางเดียวต้องไปก๊อก 2 คือนายกฯคนนอกของรัฐธรรมนูญที่ต้องใช้เสียงสมาชิกสภา 2 ใน 3 ลงมติรับรอง แต่มีจุดอ่อนไม่ได้มาจากประชาชนอย่างแท้จริง ดังนั้น ต้องหาคนเป็นนายกฯขัดตาทัพชั่วคราว ช่วยกันหาทางออก แล้วแก้รัฐธรรมนูญเลือกตั้งใหม่ เพราะสถานการณ์จากนี้ไม่มีใครคาดการณ์ได้ ดังนั้น ควรทำอย่างใดอย่างหนึ่ง