ตอนจบของสามก๊ก ทัพจิ้นของพระเจ้าสุมาเอี๋ยน ประชิดเมืองเกี้ยนเงียบเมืองหลวงของง่อก๊ก เปรียบเมืองนี้เหมือนผ่าไม้ไผ่ เมื่อผ่าปล้องบนได้ ปล้องล่างก็ง่ายแค่สามเดือนไผ่ง่อก๊ก ก็แล่งจากกัน พระเจ้าซุนโฮ เอาอย่างพระเจ้าเล่าเสี้ยน (ลูกเล่าปี่) มัดตัวเองเดินนำหน้าโลงศพ ขออ่อนน้อมต่อแม่ทัพจิ้น ง่อก๊กก็ถึงกาลอวสานอาจารย์ถาวร สิกขโกศล เขียนไว้ใน “แลหลังแดนมังกร” เล่ม 4 (นานมีบุ๊กส์ พิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ.2542)แผ่นดินจีนซึ่งแยกเป็นสามก๊ก ก็กลับรวมเข้าด้วยกัน สิ้นศึกเป็นสุขอยู่ชั่วระยะหนึ่งความสุขชั่วระยะหนึ่ง สุขแค่ไหน อย่างไร ต้องอ่านในตอนต่อไป ตอน...สื่อฉงและหวางไข่ แข่งความรวยสมัยราชวงศ์จิ้นตะวันตก ในราชสำนักพระเจ้าสุมาเอี๋ยน มีสนมกว่าหมื่นคน ชนชั้นสูงฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยมากสือฉง เจ้าเมืองจิงโจว ร่ำรวยที่สุด สร้างคฤหาสน์โอ่อ่าโอฬาร เลียนแบบพระราชวัง มีลวดลายวิจิตรงดงาม อบประทิ่นด้วยกลิ่นหอมรวยรื่น มีสาวงามนับร้อย จัดงานรื่นเริงบันเทิงไม่เว้นวันไม่เพียงแต่เศรษฐีด้วยกันจะอิจฉา กระทั่ง หวางไข่ น้าชายฮ่องเต้ ก็อิจฉา เขาพยายามเอาอย่าง แข่งความรวย ให้คนใช้น้ำเชื่อมล้างหม้อไหแทนน้ำ สือฉงรู้ข่าว ก็สั่งคนใช้ ใช้ขี้ผึ้งต่างฟืนหวางไข่ออกจากบ้าน ใช้ผ้าต่วนกั้นเป็นฉากบังคมทั้งสองข้างทางยาวไปถึง 40 ลี้ แต่ขบวนของสือฉงยิ่งใหญ่กว่า เขาใช้แพรไหมอย่างดีกั้นฉากบังลม ยาวถึง 50 ลี้กีฬาแข่งรวยในรัชกาลสิ้นศึกเป็นสุขนี้ หวางไข่ต่ำต้อยน้อยหน้ากว่าสือฉงหลายครั้งคนรวยยุคนั้น เห่อปะการัง ถือเป็นของหายาก ล้ำค่า ราคาแสนแพง แน่นอน จิ้นหวู่ตี้ฮ่องเต้มีมากที่สุด พระน้าหวางไข่ เข้าเฝ้าขอยืมปะการังต้นหนึ่ง ตั้งใจจะเอาไปอวด ข่มรัศมีสือฉง มั่นใจว่า ครั้งนี้ต้องชนะแน่หวางไข่เชิญสือฉงมาถึงบ้าน ก็ยกปะการังต้นนั้นออกมาอวดผิดคาด สือฉงไม่ตื่นเต้น ชำเลืองดูแว่บเดียว แล้วแกล้งยกป้ายทองประจำตัวที่ถือติดมือ ตวัดไปโดนปะการัง ล้มหักเป็นหลายท่อน“ปะการังต้นนี้ ฮ่องเต้พระราชทานมา ประมาณค่ามิได้ ใยท่านจึงบังอาจนัก” หวางไข่โกรธมากสือฉงหัวเราะ พูดอย่างไม่ใส่ใจ อย่าตกใจ ข้าพเจ้าจะชดใช้ให้ทันที” แล้วสั่งคนใช้ไปขนปะการังที่บ้าน มาให้หวางไข่ดูหลายสิบต้นปะการังพระราชทานสูงราวหนึ่งฟุต แต่ปะการังของสือฉง หลายต้นสูงถึง 4 ฟุต ชั้นรองสูง 2 ฟุต“ท่านชอบต้นไหน เลือกเอาไปเลย”หวางไข่อาย นิ่งอึ้งพูดไม่ออก ไม่ยอมรับการชดใช้ เดินหนีไปทันทีผลการแข่งรวยด้วยต้นปะการังครั้งนี้ สือฉงได้รับการยกย่องว่าเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งของแผ่นดิน จนถือเป็นสัญลักษณ์ของฮก หนึ่งในตรีพิธพร ซึ่งประกอบด้วย ฮก (มั่งคั่ง ) ลก (ยศศักดิ์) และซิ่ว (อายุยืน)อาจารย์ถาวร เขียนว่า ฐานะเจ้าเมืองจิงโจวไม่ทำให้สือฉงร่ำรวยเท่าใด แต่เบื้องหลังสือฉงใช้ลูกน้องปลอมเป็นโจรปล้นชิงทรัพย์พวกพ่อค้า จนร่ำรวยมหาศาล ล้ำหน้าเจ้านายขุนนางและเศรษฐีในสมัยนั้นแต่สมัยที่ประวัติศาสตร์นิยามว่า “สิ้นศึกก็เป็นสุข” สุขกันในหมู่คนชั้นสูง แข่งรวยแข่งความยิ่งใหญ่ ก็เป็นเหตุให้เกิดจลาจลอ๋องทั้งแปด รบติดพันนานถึง 16 ปีประเทศชาติเสื่อมทราม ประชาชนเดือดร้อนแสนสาหัสผมฟังนักการเมืองพูดเข้าหู ยุคที่เจ้านายเขายิ่งใหญ่ ผู้คนร่ำรวยกันนัก อยากขอต่อปากต่อคำว่า เพราะยุคที่ร่ำรวยกันมาก ผู้คนเป็นสุขกันมากใช่หรือไม่ จึงเกิดศึก เกิดสงครามกลางเมืองตามมาหลังพญาช้างสารชนกัน ชาวบ้านคือหญ้าแพรกก็แหลกลาญมาจนถึงวันนี้.กิเลน ประลองเชิง