ปรับจูนอารมณ์ใหม่เพียงแค่ชั่วข้ามคืนซีนที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เปลี่ยนโหมดเข้าไปทักทายและขอบคุณสมาชิกรัฐสภา ที่ห้องอาหาร อาคารทีโอทีบอกกล่าวกันตรงๆกำลังปรับตัว ไม่ได้ติดใจ วันนี้อารมณ์ดีแล้ว ขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันทำงานหักมุมเป็นหนังคนละม้วนกับเมื่อคืนก่อนที่ออกอาการฟิวส์ขาด ระหว่างการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาที่ตอบโต้กับตัวจี๊ดฝ่ายค้านทุกช็อตแบบหมัดต่อหมัดตั้งแต่การชี้หน้า ส.ส.ฝ่ายค้านกลางห้องประชุม หรือช็อตประกาศตัดพี่ตัดน้องกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ก่อนเดินออกจากห้องประชุมอย่างหัวเสียภายหลังสะสมอารมณ์หงุดหงิด ถูกฝ่ายค้านเรียงหน้าเปิดฟลอร์ถล่มอย่างหมดความเกรงใจ เย้ยหยันนโยบายรัฐบาลเป็นแค่โฆษณาชวนเชื่อ ทำไม่ได้จริง เข้าตามตำรับ “เลื่อนลอย-โลเล-หลอกลวง”ผสมโรงไปกับการล็อกเป้าถล่มคุณสมบัติรัฐมนตรีสีเทากระตุกต่อมขี้โมโหของ “บิ๊กตู่” สำเร็จในสนามทดสอบทางการเมืองด่านแรก ในยูนิฟอร์มผู้นำจากการเลือกตั้งเจอพวกดาวยั่วแหย่จนฟิวส์ขาด แม้ “พี่ใหญ่” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะนั่งประกบเป็นพี่เลี้ยงอยู่ข้างๆ แต่ก็เบรก “น้องเล็ก” ให้ทำใจร่มๆไม่อยู่กว่าจะกลับมาตั้งหลักได้ในวันต่อมาก็เสียรังวัดไปเยอะ โทษฐานพลาดท่าเรื่องการควบคุมอารมณ์ในช็อตที่ “บิ๊กตู่” ปรับโหมดใหม่ หันมาตั้งลำแถลงเนื้อหานโยบายเพียวๆ เน้นชี้แจงนโยบายเร่งด่วนการแก้ปัญหาภัยแล้งแจกแจงแผนบริหารจัดการน้ำ 20 ปี วางแนวทางการแก้ปัญหาระยะยาว และเร่งผลักดันโปรเจกต์ใหญ่ โครงการโขง-ชี-มูล ให้ครอบคลุมการเกษตรในทุกหมู่บ้านควบคู่ไปกับการการันตีความโปร่งใสจาก นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ที่เคยรับผิดชอบเรื่องการใช้งบประมาณโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้กว่า 3 แสนล้านบาทโดยยืนยันไม่ได้เอื้อประโยชน์แก่เจ้าสัว แต่เป็นการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย และพร้อมจะผลักดันนำสินค้าเกษตรชุมชนเข้ามาอยู่ในร้านค้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสำทับด้วย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี แม่ทัพใหญ่ทีมเศรษฐกิจ ที่เปิดใจยอมรับการบริหารเศรษฐกิจประเทศไทยไม่ใช่ของง่าย และแจกแจงความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องกู้ยืมเงิน นำไปส่งเสริมการลงทุน โดยเฉพาะโครงการอีอีซี เพื่อเป็นจุดขายของประเทศในอนาคตตีคู่ไปกับมาตรการช่วยเหลือชาวนาให้มีรายได้เลี้ยงตัว ไม่ต้องแบกหนี้หัวโตเร่งไขลานทั้งตลาดล่างและตลาดบน ขับเคลื่อนโครงสร้างเศรษฐกิจให้เดินต่อไปได้ทีมรัฐบาลเรือเหล็กหันมาโฟกัสเป็นพิเศษนโยบายภัยแล้ง เรื่องปากท้อง ปัญหาเศรษฐกิจ เร่งแก้ความเดือดร้อนเฉพาะหน้า เรียกความมั่นใจจากประชาชนคืนมาส่วนพวกรุ่นใหญ่ที่เป็นเป้าล่ออย่าง “บิ๊กป้อม” และ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ต่างระมัดระวังตัว เลี่ยงต่อปากต่อคำอย่างรุนแรงให้เรื่องเลยเถิดเมื่อถูกจี้ถามถึงความโปร่งใสเรื่องการทุจริตในกระทรวงมหาดไทย และจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ในกระทรวงกลาโหมโดยชี้แจงเพียงแค่หลักการกว้างๆ หรือปล่อยให้ รมช.ทำหน้าที่ชี้แจงแทนไม่เสี่ยงลงไปคลุกโคลนให้เปลืองตัว เพราะต่อให้เถียงกันดุเดือดแค่ไหน สุดท้ายก็จบลงแบบไม่มีการลงคะแนนในขั้นตอนที่เป็นเพียงพิธีกรรม อภิปรายนโยบายรัฐบาล ไม่ได้มีการลงมติ มีผลชี้เป็นชี้ตายต่อเสถียรภาพรัฐบาลเหมือนเวทีการอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างมากก็เป็นแค่เวทีรับน้องใหม่ ให้ฝ่ายค้านได้ระบายแค้น ตีกินสนุกปาก ซ้อมย่อยก่อนถึงอีเวนต์ใหญ่ เวทีงบประมาณรายจ่ายประจำปี และเวทีการอภิปรายซักฟอกรัฐบาลในคิวถัดๆไปขืนโฉ่งฉ่างตบะแตก ชาวบ้านจะหันไปจับจ้องพฤติกรรมนายกฯและ ครม.เป็นไฮไลต์ แทนที่จะโฟกัสไปที่เรื่องนโยบายรัฐบาลหลงเหลี่ยมฝ่ายค้าน เสียการทรงตัวยังไงก็ดูไม่ดีแน่!!!ทีมข่าวการเมือง