นับเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่อีกคน ที่มีบทบาทโดดเด่นระดับแถวหน้าของเมืองไทยวันนี้บุตรชายคนเดียวของนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ได้จังหวะสวมเสื้อพรรคประชาธิปัตย์ ท่ามกลางความหวังของสังคม ต้องการเห็นนักการเมืองคลื่นลูกใหม่เข้ามาพลิกประเทศไทยบทบาททางการเมืองนับจากนี้ไปในสไตล์ “ปลื้ม” นายสุรบถ หลีกภัย บอกว่า อยู่ในช่วงที่พร้อมเป็นนักการเมืองที่สุด ไม่ได้เข้ามาเพื่อพรรคประชาธิปัตย์อย่างเดียว เมื่อเก่งทางด้านการสื่อสาร ก็อยากจะช่วยสื่อสารกับทุกฝ่ายให้มีผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเพื่อให้ประเทศเดินต่อไปและบ้านเมืองดียิ่งขึ้นไปกว่านี้ไม่ได้บอกว่าตัวเองเก่ง ไม่มีใครทำงานคนเดียวแล้วเก่ง ต้องทำเป็นทีม ผมมีกลุ่มเพื่อน ซึ่งแต่ละคนเก่งเฉพาะด้าน และเข้าใจว่าอนาคตของประเทศต้องการอะไรหมายความว่าจะมีเพื่อนๆเข้าสู่วงการเมืองด้วย นายสุรบถ บอกว่า มีหลายคน แต่ไม่จำเป็นต้องสังกัดพรรคประชาธิปัตย์หรืออยู่พรรคเดียวกัน การเมืองยุคต่อไปควรเป็นยุคของตัวจริง คนเก่งเฉพาะด้านสามารถคุยกันได้ ณ จุดตรงกลาง ไม่จำเป็นว่าจะอยู่พรรคไหน จะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านก็คุยกันได้เพราะการเมืองไม่ใช่แค่ให้กลุ่มตัวเองหรือพรรคของตัวเองชนะแต่หัวใจของการเมืองคือประชาชนและประเทศชาติ เทรนด์ของนักการเมืองรุ่นใหม่ต้องมองข้ามความขัดแย้ง นายสุรบถ บอกว่า คนรุ่นใหม่เบื่อความขัดแย้งแทบกระอักการทะเลาะกันทางการเมืองไม่มีประโยชน์ใดๆคนรุ่นใหม่ไม่อยากฟังว่าอดีตเป็นอย่างไร ไม่เข้าใจด้วยว่าทะเลาะกันเรื่องอะไรไม่อยากฟังข่าวการเมืองที่มีแต่ทะเลาะกัน ไม่เห็นรูปธรรมชัดเจนว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรหลังจากนี้จะเป็นยุคที่เราจับมือกัน ไม่ใช่เรื่องของโลกสวย แต่ต้องเป็นรูปธรรมว่ามันทำได้สังคมคาดหวังกับนักการเมืองรุ่นใหม่ แล้วนักการเมืองรุ่นใหม่จะโน้มน้าวคนรุ่นเก่าที่อยู่ในอำนาจเปลี่ยนแปลงเพื่อประเทศได้อย่างไร นายสุรบถ บอกว่า ทุกเจเนอเรชันต้องลดกำแพง ลดอัตตา ลดอีโก้แล้วหยิบยกเหตุผลมาคุยว่า เหตุผลของแต่ละเจเนอเรชันเป็นอย่างไรเพราะสังคมเป็นของคนทุกรุ่น ไม่ใช่เฉพาะสังคมของคนรุ่นใหม่ ไม่ได้บอกว่าสิ่งที่ผู้ใหญ่ทำเป็นสิ่งที่แย่ไปหมด สิ่งที่ผู้ใหญ่ทำก็เป็นประสบการณ์ เป็นประวัติศาสตร์ มีหลายๆสิ่งที่เจ็บและกรุยทางแทนเรามาเรามีหน้าที่เรียนรู้และจำประวัติศาสตร์อันนั้นๆ แล้วหยิบยกเรื่องใหม่ๆมาคุยกับเรื่องอดีต ณ จุดตรงกลางพอดีและหาจุดเชื่อมโยงแค่เรามีเหตุผล เปิดรับฟังทั้งคู่ เชื่อว่าทำได้ระหว่างที่นักการเมืองรุ่นใหม่รวมพลังเดินหน้าประเทศ แต่การแสดงความคิดเห็นบนโลกโซเชียลมีเดียผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ยังแสดงให้เห็นมีความขัดแย้ง เลือกตั้งคราวนี้จะเกิดเฟกนิวส์หรือข่าวปลอมซ้ำเติมสถานการณ์ ในฐานะนักการเมืองรุ่นใหม่จะมีส่วนช่วยชี้ทางออกอย่างไร นายสุรบถ บอกว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาของโลก ทุกประเทศล้วนเกิดเหตุใช้สื่อโซเชียลมีเดียทำร้ายคนอื่นเมื่อเจอข่าวลวงมีวิธีการแก้ไขง่ายที่สุด ต้องตั้งสติในการอ่านข่าวให้มากก่อนกดแชร์ข่าวจะต้องดูแหล่งที่มาจากไหนเพราะการกดแชร์ข่าวลวง จะเป็นปรากฏการณ์ลูกโซ่ กลายเป็นปัญหาให้ทะเลาะกัน ช่วงหาเสียงเลือกตั้งสมมติ “ปลื้ม” ถูกข่าวปลอมใส่ร้าย จะหาทางรับมืออย่างไร นายสุรบถ บอกว่า ต้องชี้แจงความจริง ความถูกต้องก็จบ อย่าไปให้ความสำคัญมากนัก ยิ่งให้ความสำคัญ เท่ากับเทน้ำมันใส่ไฟมันยิ่งโหมกระพือในมุมมองผ่านอุดมการณ์การเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ ผ่านการต่อสู้มาแล้ว 5 ยุค ตั้งแต่ยุคแห่งการสร้างพรรค สร้างประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ ยุคแห่งการฟื้นฟูพรรค เชิดชูประชาธิปไตย ยุคการปรับปรุงนโยบายและเข้ามามีส่วนร่วมบริหารบ้านเมือง ยุคการเป็นรัฐบาลของประชาชนและฝ่ายค้านที่มีประสิทธิภาพ ยุคการต่อสู้เผด็จการรัฐสภาและต่อต้านการใช้อำนาจรัฐอย่างไม่เป็นธรรม ขณะนี้กำลังก้าวเข้ายุคที่ 6 ต้องการให้ประวัติศาสตร์จารึกว่าเป็นยุคแห่งอะไร นายสุรบถ บอกว่า ในฐานะเป็นผู้น้อย ไม่อาจจะบอกได้ว่าผู้ใหญ่ต้องทำอะไรแต่ขณะนี้หัวใจแห่งอนาคตคือเด็ก เยาวชน วัยรุ่น เป็นหัวใจของทุกประเทศ ซึ่งจะต้องให้ความสำคัญที่สุด ฉะนั้นจึงอยากทำอะไรที่ไม่ทอดทิ้งเด็ก ผมรู้สึกว่าผู้ใหญ่ยุคนี้บางท่านบางกลุ่ม พยายามบอกให้เด็กออกนอกกรอบ คิดนั่นคิดนี่ที่สร้างสรรค์เด็กยุคนี้รู้อะไรมากกว่าที่คุณรู้เยอะ ทุกคนมีความพิเศษเป็นของตัวเอง มีจุดเด่น มีเอกลักษณ์ ควรจะสนับสนุนเพื่อให้รู้ว่าสิ่งนั้นเขาตามหาหรือเปล่าพอเด็กออกจากกรอบจริงๆก็รับไม่ได้ ผู้ใหญ่ควรเอาประสบการณ์ไปแนะนำว่าอะไรดีหรือไม่ดี เป็นยุคที่ผู้ใหญ่ควรเข้าใจว่าเด็กไปถึงไหนแล้ว ทุกอย่างที่มากเกินไปก็ไม่ดี ทุกอย่างดีได้ถ้าอยู่ ณ จุดตรงกลาง และขณะนี้เรายังไม่มีกระบวนการที่เข้าใจเด็กอย่างเป็นรูปธรรมและมีนโยบายที่ชัดเจนทีมการเมือง ถามว่า กติกาการเลือก รัฐธรรมนูญ และไฟแห่งความขัดแย้งล้วนซ้ำเติมสถานการณ์ ความตั้งใจไฟแรงจะมอดดับลงไหม นายสุรบถ บอกว่า ผมไฟแรง พูดว่าพร้อมขนาดนี้แสดงว่าพร้อมสู้ไปด้วยกันเพื่อให้ประเทศชาติเดินไปต่อได้และไม่ให้จมอยู่กับความขัดแย้งแต่ตราบใดที่ลูกเรือยังทะเลาะกันไม่หยุด ไม่มีใครไปขับเรือ เรือจะจอดเคว้งในท้องทะเล ไม่เข้าฝั่งสักที ต้องหยุดทะเลาะกันก่อน แตกต่างทางความคิดได้แต่ต้องไม่แตกแยกควรเกิดขึ้นเร็วที่สุด เพื่อร่วมมือกันต่อไปไอดอลทางการเมืองนอกจากคุณพ่อชวน หลีกภัย แล้ว ยังมีใครเป็นไอดอลอีก นายสุรบถ บอกว่า มีหลายท่าน นักการเมืองที่รู้จักทุกท่านเป็นคนเก่งผมไม่รู้ว่าหลายๆท่านจะเกลียดหรือชอบใคร เราต้องหยุดความแตกแยกทางความคิดอย่างหนึ่ง คือพื้นฐานของนักการเมืองมีส่วนสร้างประเทศ มีความดีอยู่ในตัวของทุกท่าน อย่ามองว่าคนนั้นเข้ามาทำอย่างนี้ คนนี้เข้ามาทำอย่างนั้น เชื่อว่าทุกพรรค ทุกฝ่าย มีความดีอยู่ในนั้นแล้วนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีข้อดีตรงไหนบ้างในทางการเมือง นายสุรบถ บอกว่า ท่านเป็นคนเก่ง เพราะการเป็นนักการเมืองแล้วทำตัวเองให้เป็นที่รู้จักของประชาชนและมีคนรัก ส่วนคนอื่นๆจะมองอย่างไรเป็นเรื่องส่วนบุคคลพบเจอ “โอ๊ค” นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณบ้างไหม นายสุรบถ บอกว่า เจอพี่โอ๊คผ่านๆ ผมก็ยกมือสวัสดี แต่ที่คุยกันจริงๆ คือ “พี่อุ๊งอิ๊ง” น.ส.แพทองธาร ชินวัตร (บุตรสาวนายทักษิณ) คุยกันปกติ พี่เขาน่ารักดีส่วนใหญ่เจอตอนไปเรียนหรืองานสังสรรค์อย่างที่ผมบอกรุ่นเราไม่มีปัญหา รุ่นใหญ่ไม่ชอบกันแล้วรุ่นเราจะไม่ชอบกันลูกหลานของนักการเมืองทุกพรรคพูดคุยกันปกติ เพราะเจเนอเรชันนี้เบื่อความขัดแย้งหวังว่าเข้ามาจะช่วยเชื่อมในจุดนี้ได้บ้าง สุดท้ายจะเชื่อมได้กี่คนก็ขอให้เริ่มต้นที่ตัวเราโดยเปลี่ยนกรอบความคิดของตัวเองก่อนว่า เปิดใจได้แค่ไหน ผมเป็นลูกนักการเมืองเปิดใจมากเลย ไม่มีอคติกับใคร ต่อให้หลังจากวันนี้ใครโจมตีก็ไม่เป็นอะไร เพราะทุกคนมีเหตุผล มีความหวังดีการเมืองต้องหยุดความขัดแย้งโดยเริ่มต้นจากตัวเอง เปลี่ยนกรอบความคิดของตัวเองให้ได้ เชื่อว่าจะเกิดพลังและเป็นพลังของคนหมู่มาก กลายเป็นว่าทุกคนพร้อมใจโดยไม่ต้องวางแผนให้ยากเย็นผมพูดดูเหมือนโลกสวย จะต้องขอความร่วมมือทุกคน ทิ้งความขัดแย้งในอดีตแล้วมองไปข้างหน้า เปิดใจนั่งคุยกันให้มากขึ้น เพราะขณะนี้ความขัดแย้งทอดเวลายาวนานไปแล้วโดยเฉพาะความขัดแย้งที่น่ากลัวอันดับหนึ่ง คือ ความขัดแย้งซึ่งเราไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าเราโกรธกันเรื่องอะไรเหมือนความขัดแย้งมายาวนานของสองตระกูล กีดขวางความรักของ “โรมิโอและจูเลียต” โดยที่ทั้งคู่ไม่รู้ว่าสองตระกูลบาดหมางกันเรื่องอะไรฉะนั้นต้องหยุดความขัดแย้ง ก่อนจะถึงจุดที่น่ากลัวที่สุด.ทีมการเมือง