การจัดอันดับ เมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก World’s Most Liveable City 2018 ของ The Economist Intelligence Unit (EIU) ที่เพิ่งมีการเผยแพร่ตามสื่อทุกสำนักทั่วโลก เป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อย ท่ามกลาง “ความทุกข์ของชาวกรุงเทพมหานคร” ที่ต้องเผชิญกับสภาพ รถติดวินาศสันตะโร แทบทุกวัน ฝุ่นผง มลพิษ ความสกปรกของเมือง และ อาชญากรรมที่ยั่งยืน อีไอยูจัดให้ กรุงเทพมหานคร เป็น เมืองที่น่าอยู่อันดับที่ 98 จาก 140 ประเทศทั่วโลก ถ้าแปลความ กลับกันก็คือ เมืองที่ไม่น่าอยู่นั่นแหละไปดู 10 อันดับเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลกปีนี้ กันก่อนนะครับ ส่วน เมืองที่ไม่น่าอยู่ที่สุดในโลก เขาก็มีการจัดออกมา 10 อันดับ แต่ก็ไม่รู้จะไปพูดถึงทำไม เป็นเมืองอโคจรอยู่แล้วเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลกปีนี้ อันดับ 1 เป็นของ กรุงเวียนนา เมืองหลวงของออสเตรีย เมืองสวยตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำดานูบ มีประชากร 2.6 ล้านคน เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสวนสาธารณะ มีสถาปัตยกรรมที่งดงาม มีระบบรถไฟใต้ดินประสิทธิภาพสูง ได้ไป 99.1 คะแนนจาก 100 เฉือนเอาชนะ เมลเบิร์น ของออสเตรเลียที่ครองอันดับ 1 มาถึง 6 สมัย ปีนี้หล่นไปอยู่ อันดับ 2 ด้วยคะแนน 98.4 อันดับ 3 เป็น นครโอซากา ของญี่ปุ่นอันดับ 4 เมืองแคลการี แคนาดา อันดับ 5 เมืองซิดนีย์ ออสเตรเลีย อันดับ 6 เมืองแวนคูเวอร์ แคนาดา อันดับ 7 กรุงโตเกียว ญี่ปุ่น และ โตรอนโต แคนาดา คะแนนเท่ากัน อันดับ 9 กรุงโคเปนเฮเกน เดนมาร์ก อันดับ 10 เมืองแอดิแลด ออสเตรเลียเมืองน่าอยู่อีไอยูพิจารณาจาก 6 ปัจจัย คือ เสถียรภาพทางการเมือง (แบบประชาธิปไตย) มาตรฐานการดำรงชีวิต มาตรฐานการศึกษา การเข้าถึงสวัสดิการด้านสุขภาพ โครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมขนส่ง ปัญหาอาชญากรรมเห็นหัวข้อการพิจารณาแล้ว ก็ไม่น่าแปลกใจที่ กรุงเทพมหานคร จะอยู่ใน อันดับที่ 98 จาก 140 ประเทศ นักวิจัยของอีไอยู ระบุว่า เมืองที่ได้คะแนนน่าอยู่สูง มักเป็นเมืองที่มีขนาดกลาง อยู่ในประเทศที่ร่ำรวย ประชากรไม่หนาแน่นมากนัก เฉลี่ย 3.2–4 คนต่อตารางกิโลเมตร ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยมีโอกาสทำกิจกรรมสันทนาการต่างๆ ยกเว้น กรุงโตเกียว ที่ติด อันดับที่ 7 แม้จะ มีประชากรหนาแน่นถึง 347 คนต่อตารางกิโลเมตร แต่ก็มีระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพมาตรฐานการครองชีพที่ดี มาเป็นคะแนนชดเชยเมืองหลวงที่เป็นศูนย์กลางการเงินโลก เช่น กรุงปารีส อันดับ 19 กรุงลอนดอน อันดับ 48 นิวยอร์ก อันดับ 57 มักตกเป็นเหยื่อความสำเร็จของตัวเอง ทั้งในด้าน ปัญหาอาชญากรรม สาธารณูปโภคที่ไม่เพียงพอ เหมือน กรุงเทพฯ ของเราเปี๊ยบเลย แม้ กรุงเทพฯ จะเป็นเมืองน่าอยู่อันดับ 98 แต่ถ้าเทียบใน 10 ประเทศอาเซียน ด้วยกัน กรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าอยู่อันดับ 3 รองจาก สิงคโปร์ มาเลเซีย เช่นเคย ไม่ว่าจะจัดอันดับอะไรไทยก็เป็นรองสิงคโปร์มาเลเซีย สองประเทศเพื่อนบ้านที่เล็กกว่าไทยเยอะถ้าหาก EIU มาสำรวจกรุงเทพฯในตอนนี้ อาจจะเปลี่ยนใจ ลดอันดับเมืองน่าอยู่จากอันดับ 98 ลงไปอีกหลายอันดับ ทั้ง ความสกปรกจากขยะ ดินจากการก่อสร้างรถไฟฟ้า 7 สาย ที่ประดังมาก่อสร้างพร้อมกัน มีการปิดถนนลดพื้นที่จราจรครอบคลุมพื้นที่ถึง 9 เขต ปกติไม่ลดผิวถนนการจราจรก็ติดกันวินาศสันตะโรอยู่แล้ว วันศุกร์ก่อนโน้น ทุกคนคงจำได้ วันรถติดมหาวินาศ จากการปิดช่องจราจรบนถนนลาดพร้าวเพื่อสร้างรถไฟฟ้า เป็นการทำงานที่ไม่มีการวางแผน ไม่มีการประสานงานระหว่างหน่วยงาน แล้วก็มาโทษกันเอง ทำให้คนกรุงเดือดร้อนสาหัสกันมากมายหลายล้านคนการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพแบบนี้ ต่อให้ นายกฯ ตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลงไปตรวจอีกร้อยครั้ง ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ถ้าไม่มีการวางแผนการก่อสร้างที่ดี ลดผลกระทบต่อการจราจร เหมือนประเทศที่เจริญเขาทำกัน แถมยังมี รถนำขบวนบิ๊กทหาร บิ๊กรัฐมนตรี บิ๊กคนใหญ่คนโตในรัฐบาล ที่ นายกฯตู่ เพิ่งปราม มาสร้างปัญหาซ้ำเติมอีกเขียนเรื่องจราจรกรุงเทพฯทีไร อารมณ์เตลิดเปิดเปิงทุกที พับผ่าเถอะ.“ลม เปลี่ยนทิศ”