ครั้งหนึ่งไม่นานเกินไปนัก เสียงฆ้อง “ม้ง” เป็นเสียงบอกเวลากลางวัน ตีกลองห้าครั้ง ก็รู้ว่าห้าโมง ส่วนเสียงกลอง “ตุ้ม” บอกเวลากลางคืน ตีกลองสองครั้งก็สองทุ่มเรื่องของเสียงแล้วแต่หูใคร คนเมืองหนึ่งก็ฟังไปอย่างหนึ่งแต่เสียงกลอง ผมเพิ่งอ่านจากนิทานพม่า (หนังสือในโครงการโลกนิทาน ส.พลายน้อย สำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์ พิมพ์ครั้งที่ 4 พ.ศ.2551) หูคนพม่า ฟังแล้วแปลกแตกต่างกว่าเมืองอื่นๆครั้งหนึ่งท่านผู้นำพม่าชอบปลอมตัวเที่ยวไปในบ้านเมือง มีผู้ติดตามคนเดียว วันหนึ่งท่านผู้นำหยุดดูยายแก่ยืนตำข้าวอย่างสนใจ แล้วก็เดินต่อครู่เดียวท่านผู้นำก็หยุดบอกคนติดตาม ว่าหอมกลิ่นแกลบจากครกตำข้าวยายแก่เหลือเกินจนทนไม่ไหว สั่งให้คนติดตามย้อนกลับไปขอแกลบยายแก่มากินคนติดตามห้ามว่า การที่ผู้นำ “กินแกลบ” เป็นเรื่องไม่สมควร แต่ท่านผู้นำไม่ฟัง เคี้ยวแกลบอย่างเอร็ดอร่อย แล้วกลืนเข้าไปหลายคำกินแกลบอิ่มหนำ ท่านผู้นำกำชับคนติดตาม “ถ้าเรื่องนี้เข้าหูใคร เจ้าหัวขาดแน่”คำสั่งท่านผู้นำมีผลให้คนติดตามอึดอัดใจ เขาพยายามคิดว่า น่าจะต้องระบายออกบ้าง ไม่บอกใครเต็มปากเต็มคำ เอาแค่กระซิบ ก็น่าจะพอสามวันต่อมา เขาทรมานใจมากจนต้องออกจากบ้านไปหาที่ระบายที่ที่แน่ใจว่าไม่มีใครได้ยินเขาลงเรือ พายออกกลางแม่น้ำใหญ่ แต่ก็กลัวว่าคนหาปลาจะได้ยิน ก็จอดเรือ เดินขึ้นบกไปเข้าป่าช้า แต่ก็กลัวว่าจะเข้าหูสัปเหร่อ เดินต่อไปในป่าจนเจอต้นไม้ใหญ่ โคนต้นเป็นโพรงเขาก็เข้าไปในโพรง ตั้งสติ กระซิบเบาๆ “ท่านผู้นำกินแกลบ” ซ้ำสองครั้งรู้สึกว่าความอึดอัดในใจคลายลง ขณะเดินกลับบ้านเขาก็รู้สึกดีขึ้นสี่ห้าเดือนต่อมา กลองใบใหญ่ในทำเนียบที่ใช้ตีบอกเวลา “ตุ้มๆ” เกิดชำรุดเสียหาย ใช้ไม่ได้ นี่ก็เป็นภารกิจเร่งด่วน ท่านผู้นำออกคำสั่ง ให้ทำกลองใหม่ คนทำกลองหลายคน ดั้นด้นเข้าป่าหาไม้คนหนึ่งก็ให้บังเอิญเจอต้นไม้มีโพรงใหญ่...ต้นนั้นพวกเขาตัดมันแล้วก็ช่วยกันหามเข้าเมือง เร่งมือทำกลองจนเสร็จเรียบร้อยเสียงกลองที่เคยตีบอกเวลาเงียบหายไปนาน ชาวเมืองต่างก็รอ เมื่อท่านผู้นำประกาศว่า กลองใบใหม่เสร็จเรียบร้อยก็สั่งให้ยกไปตั้งที่ลานหน้าเมือง ขอให้ประชาชนรอฟังทันทีที่ได้เวลากลองถูกตี มันไม่มีเสียง “ตุ้มๆ” เหมือนที่เคย แต่เสียงกลองใบนั้น ฟังได้เหมือนเสียงคนติดตามท่านผู้นำ กระซิบใส่โพรงไม้ฟังกี่ทีก็ได้ยินชัดเจนว่า ท่านผู้นำกินแกลบๆๆคำบอกเล่าคนโบราณ ความลับไม่มีในโลกก็ได้รับพิสูจน์อีกครั้ง ความลับสุดยอดเรื่องท่านผู้นำกินแกลบก็ระบือลือลั่นออกไปทั่วบ้านทั่วเมืองนิทานพม่าจบแค่นี้แหละครับ แต่เรื่องจริงที่เพิ่งเกิดขึ้นในเมืองจีน เจ้าหน้าที่จีนนับล้านมีงานใหม่ ช่วยกันลบประโยค “วินนี่ เดอะพูห์” ออกจากระบบโซเซียลเน็ตเวิร์กว่ากันว่าท่านผู้นำถูกเปรียบเป็น “หมีพูห์” ท่านไม่สู้พอใจ ผู้ตามทั้งหลาย จึงต้องระดมแรงกำลังกันลบทิ้งบ้านเมืองของเรา เรื่องทำนองนี้ไม่ค่อยมีจะมีแต่เรื่อง “ยืมนาฬิกา” บาดหูบางท่านอยู่บ้างแต่ตอนนี้ เมื่อมีเรื่องตำรวจใหญ่ยืมเงินเพื่อนเจ้าของซ่อง เรื่องเจ้าสัวเข้าป่าล่าเสือดำ...แถมตามด้วย เรื่อง โละ 7 กกต. นิสัยคนไทยลืมง่าย อีกไม่ช้าก็ลืมเรื่องนาฬิกากันหมดแล้ว.กิเลน ประลองเชิง