การเมืองเรื่องใหญ่ ต้นสมัยรัชกาลที่ 5 หลังไฟไหม้วังหลวง วังหน้า ขอลี้ภัยไปอยู่กับกงสุลอังกฤษ ในบรรยากาศที่ฝรั่ง ทั้งอังกฤษ ฝรั่งเศส จ้องเป็นเหตุแบ่งประเทศสยาม...ว่าหนักหนาแล้ว...นั้นเมื่อหม่อมเจ้าฉวีวาด สะใภ้วังหน้า ขนคณะละครหลวงลงเรือใบหนีออกปากอ่าว วังหลวงใช้เรือกลไฟตาม แต่ตามไม่ทัน นี่คือคดีกบฏกฎหมายสมัยนั้น ให้เอามารดามารับโทษแทน นอกจากถูกเฆี่ยน ติดคุก 1 ปีแล้ว ยังถูกริบราชบาตรมีเรื่องเล่า หม่อมเจ้าคำรบ อนุชาท่านหญิงฉวีวาด ชันษา 8 ปี ขาดพระมารดา จึงมีชีวิตลำบาก หม่อมยายเก็บพุทราใส่ถาดให้หลาน แบกไปขายหน้าโรงหวยเมื่อหม่อมเจ้าหญิงฉวีวาดไปถึงเขมร นักองราชาวดี พระสหายในวัยเยาว์เติบโตด้วยกันในกรุงเทพฯ เสวยราชย์เป็นกษัตริย์กัมพูชา สมเด็จพระนโรดมพรหมบริรักษ์ ทรงโปรดละครอยู่แล้ว ทรงต้อนรับด้วยไมตรีคณะละครที่หม่อมเจ้าหญิงฉวีวาดนำลงเรือไป เป็นคณะละครเจ้าจอมอำภา ในรัชกาลที่ 2 พระมารดากรมขุนวรจักรธรานุภาพ จึงเป็นต้นแบบฝึกละครไทยให้ราชสำนักเขมรความชื่นชมในฝีมือละคร...แปรเป็นความเสน่หา มีเรื่องเล่าว่า ต่อมา สมเด็จพระนโรดมพรหมบริรักษ์ได้สถาปนาหม่อมเจ้าหญิงฉวีวาดเป็นพระราชเทวี มีพระโอรส 1 องค์ พระองค์เจ้าพานคุลีเรื่องเล็กๆหม่อมเจ้าหญิงฉวีวาด สะใภ้วังหน้าหนีไปเขมร ซ้ำเติมรอยแปลกแยกวังหลวง วังหน้า ช่วงเวลานี้เอง อังกฤษฝรั่งเศสก็ฉวยโอกาส เสนอแบ่งประเทศสยามออกเป็นสามส่วนตะวันออกเจ้าพระยา ถวายรัชกาลที่ 5 ตะวันตกเจ้าพระยาไปถึง แม่น้ำแม่กลอง ให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ปกครอง ใต้ฝั่งแม่น้ำแม่กลองไปถึงหัวเมืองมลายู ให้กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญแน่นอน สยามเป็นสามส่วนแล้ว เพื่อเป็นหลักประกันไม่ให้พิพาทกัน อังกฤษฝรั่งเศสเสนอตัวเป็นพี่ใหญ่ประเด็นพิพาทวังหลวง วังหน้า เป็นเรื่องใหญ่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ทรงเร่งคลี่คลาย...ทรงส่งเรือเร็วไปรับสมเด็จเจ้าพระยาฯ (ช่วง บุนนาค) ซึ่งขณะนั้นพ้นจากตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแล้ว จากราชบุรี ให้ไปเฝ้ากรมพระราชวังบวรฯ ขอให้กลับวังหน้าสมเด็จกรมพระราชวังบวรฯ บ่ายเบี่ยงว่า ทรงขออารักขากับอังกฤษแล้ว ขอฟังกงสุลอังกฤษว่าประการใดรัชกาลที่ 5 จึงมีพระราชหัตถเลขาไปยืนยัน “การที่เจ้าคุณ มาบอกว่า กลัวฉันจะฆ่าเธอ การนี้ฉันไม่ได้คิดเลย” ทรงย้ำว่า “ฉันเสียใจนัก เธอทำการถึงเพียงนี้ จะพาให้เสียชื่อติดแผ่นดินไปทั้งสองฝ่าย”แผนแบ่งสยามของฝรั่งไม่คืบหน้า กรมพระราชวังบวรฯ และสมเด็จเจ้าพระยาฯ ทรงรู้ทัน ไม่ยอมเล่นด้วย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ทรงยืนยันกับตัวแทนรัฐบาลอังกฤษ ที่เสนอความหวังดี (ประสงค์ร้าย) ว่าเป็นเรื่องความขัดแย้งในราชตระกูล พระองค์สามารถจัดการเองได้โรม บุนนาค เขียนไว้ใน รักในมุมลับของสยาม (สำนักพิมพ์สยามบันทึก) ว่า กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ สิ้นพระชนม์ 28 ส.ค.2428 พระชนมายุ 48 พรรษา เช่นเดียวกับวังหน้าองค์ก่อนๆ ที่สิ้นพระชนม์ไปก่อนวังหลวง4 ก.ย.2428 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการให้เลิกธรรมเนียมตั้งวังหน้าที่ยึดถือมาแต่รัชกาล ที่ 1 กลับไปใช้ตามพระราชกำหนด ที่ตราไว้ในสมัยพระเจ้าอู่ทอง พ.ศ.1903ยกพระราชโอรสองค์โตที่เกิดจากพระมเหสี เป็นองค์รัชทายาทส่วนหม่อมเจ้าหญิงฉวีวาดนั้น ขึ้นสมัยรัชกาลที่ 6 ก็กลับไทย บวชชีอยู่พักหนึ่ง สึกออกมาใช้ชีวิตสงบ สิ้นชีพิตักษัย เมื่อพระชันษา 80ม.ร.ว.คึกฤทธิ์เล่าว่า ท่านเสวยข้าวเช้าราวๆตีสองของวัน ของเสวยก็แปลก เช่น เปลือกส้มเขียวหวานจิ้มน้ำพริก เวลาดึก ท่านก็มักปลุกหม่อมหลานมาเล่าเรื่องอะไรต่อมิอะไรให้ฟังเรื่องแปลกบางเรื่องของท่าน มีคนรุ่นหลังๆติดตามสืบค้นว่า... ไม่จริง.กิเลน ประลองเชิง