ถ้าจะว่าไปข้อเขียนของผมวันนี้ก็คือ “ภาค 2” หรือ “ตอนที่ 2” ของข้อเขียนคุณ “ลม เปลี่ยนทิศ” ในคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” ในไทยรัฐฉบับเมื่อวานนั่นแหละครับ เพราะสาระหลักก็คือ “ผลกระทบ” จากฤทธิ์เดชของคุณโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ลงมือสัประยุทธ์กับกลุ่ม EU พันธมิตรของตนเอง ตามที่ “คุณลม” บรรยายรายละเอียดไว้แต่ของผมจะเน้นที่เรื่อง “ราคาทองคำ” กับ “ตลาดหุ้น” ของสหรัฐฯเพิ่มเติมขึ้นอีกเล็กน้อยข้อเขียนของคุณ “ลม เปลี่ยนทิศ” หมายเหตุไว้ว่า ณ เวลา 16.00 น. ของวันอังคารที่ 20 มกราคม ราคาทองคำโลกพุ่งขึ้นไป 140 เหรียญสหรัฐฯ หรือ 3 เปอร์เซ็นต์ ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ราคา 4,735 เหรียญสหรัฐฯ ต่อ 1 ออนซ์ผมซึ่งเขียนต้นฉบับวันนี้ช่วงบ่ายๆวันพุธที่ 21 มกราคม ตามเวลาบ้านเรา ซึ่งสามารถทราบราคาทองคำล่าสุดของวันอังคารที่ 20 ม.ค. ที่สหรัฐฯ เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ช่วงเช้า ปรากฏว่าทั้งวันของวันอังคารดังกล่าวตามเวลาที่อเมริกา ราคาทองคำขึ้นไปถึง 3.70 เปอร์เซ็นต์ หรือ 170.40 ดอลลาร์ครับ ทำให้ราคาสูงสุดใหม่ที่ทำสถิติไว้รอบนี้ กลายเป็น 4,765.80 ดอลลาร์ มากกว่าที่ “คุณลม” รายงานไว้ถึง 30 ดอลลาร์ในขณะที่ตลาดหุ้นของสหรัฐฯ ตามที่คอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” สรุปไว้ว่าตอน 4 โมงเย็นวันอังคารที่ 20 ม.ค. บ้านเรา เฉพาะหุ้นดาวโจนส์ฟิวเจอร์ ร่วงไปถึง 600 จุดนั้นผมก็ขออนุญาตรายงานต่อว่าพอจบวันอังคารตามเวลาสหรัฐฯแล้ว ปรากฏว่า ดาวโจนส์ ร่วงไป 870 จุดครับ ยับเยินพอสมควรสำนักข่าวรอยเตอร์ระบุยํ้าอีกครั้งว่าทั้งราคาทองคำที่พุ่งกระฉูดรอบนี้และหุ้นที่ตกระเนระนาดช่วงนี้เป็นผลโดยตรงจากการที่ประธานาธิบดีทรัมป์เผยว่าจะหันมาเก็บภาษีนำเข้าจาก 8 ประเทศเพื่อนรักในอัตราร้อยละ 10 (ที่เคยระงับไว้ก่อน) ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ และจะเพิ่มเป็น 25 เปอร์เซ็นต์ ในวันที่ 1 มิถุนายน จากนั้นก็จะเดินหน้าต่อไปจนกว่าจะยอมบรรลุ “ข้อตกลง”ในการให้สหรัฐฯเข้าซื้อเกาะกรีนแลนด์ได้ในที่สุดสำหรับบ้านเราขณะผมเขียนต้นฉบับวันนี้ ตรงกับเวลาบ่าย 3 โมง วันพุธที่ 21 มกราคม ปรากฏว่าราคาทองคำมีการเปลี่ยนแปลงไปแล้ว 30 กว่าครั้ง ล่าสุดก่อนส่งต้นฉบับราคา ทองคำแท่ง รับซื้อ 71,300 บาทต่อบาท และขายออก 71,400 บาทต่อบาท ในขณะที่ราคาทองรูปพรรณรับซื้ออยู่ที่ 69,872 บาท และขายออกอยู่ที่ 72,200 บาทมีความหมายว่าคำพูดที่เราได้ยินมาตลอดตั้งแต่ขึ้นปีใหม่มานี้ว่าราคาทองบ้านเราจะขึ้นไปถึงบาทละ 70,000 ไหมหนอ? ก็ปรากฏว่า ณ บัดนาวทะลุเกิน 70,000 บาทเรียบร้อย เกินมาเยอะด้วยสำหรับ “ทองทำแท่ง” ทั้งประเภทรับซื้อ และขายออกถามว่าราคาทองคำจะสูงขึ้นไปอีกหรือไม่? นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่าน่าจะสูงขึ้นอีก--บางรายเชื่อว่าจะขึ้นไปแตะ 5,000 เหรียญต่อออนซ์ ในไม่นานนี้ หากประธานาธิบดีทรัมป์ทำตามคำขู่ของท่าน และฝ่ายยุโรปก็ตอบโต้กลับตามที่ประกาศไว้เหตุการณ์จะดำเนินต่อไปอย่างไรโปรดติดตามอย่ากะพริบตานะครับ...ราคาทองคำโลกจะขึ้นไปถึงเท่าไร และบ้านเราจะเป็นเท่าไร? ยังสรุปไม่ได้ ณ นาทีนี้...แต่ในความเห็นของผมทั้งหมดนี้ไม่ใช่ “ลางดี” ของเศรษฐกิจโลกอย่างแน่นอนอะไรๆที่มาเร็วมาแรงอย่าง “ผิดปกติ” มักนำความ “ผิดปกติ” มาสู่ระบบเศรษฐกิจอยู่เสมอๆตราบใดที่สหรัฐอเมริกายังมีประธานาธิบดีชื่อโดนัลด์ ทรัมป์ ตราบนั้นเศรษฐกิจโลกน่าจะ “ผิดปกติ” ไปเรื่อยๆ...และ “ข่าวร้าย” ที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ...คุณทรัมป์เพิ่งจะเป็นประธานาธิบดีครบปีเมื่อ 2 วันก่อนนี้เอง...ยังเหลืออีกตั้ง 3 ปีเต็มๆ โอ้! พระเจ้า!“ซูม”คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม