เมื่อเทรนด์โลกเปลี่ยน ธุรกิจพลังงานก็ต้องปรับ ไม่ใช่น้ำมันหรือก๊าซหมดความสำคัญ แต่เพราะไฟฟ้ากำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจใหม่ โดยเฉพาะเมื่อดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) และเอไอ (AI) เข้ามาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของโลกยุคดิจิทัล ภาพนี้ปรากฏชัดบนเวที Gastech 2026 มหกรรมแสดงสินค้าและการประชุมระดับโลกด้านก๊าซธรรมชาติ LNG เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ ระบบการผลิตไฟฟ้า และ AI เพื่อภาคพลังงาน มีผู้กำหนดนโยบายด้านพลังงานจากทั่วโลกเข้าร่วมคุณสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ได้สะท้อนมุมมองความเชื่อมโยงของระบบพลังงานกับโครงสร้างเศรษฐกิจยุคใหม่ ว่า การที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดงาน Gastech คือบทพิสูจน์ความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อประเทศไทย ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ก๊าซธรรมชาติยังคงเป็นหัวใจของความมั่นคงระบบไฟฟ้า ยิ่งเมื่อความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงขึ้นจากการขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ GULF จึงอยากเห็นภาครัฐมีนโยบายที่ชัดเจนทั้งเรื่องโซนนิ่งและการส่งเสริมพลังงานสะอาด เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริงในช่วงเปลี่ยนผ่านจากพลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานสะอาด โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติยังมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการผลิตไฟฟ้าเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับระบบ พลังงานสีเขียวเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นได้ตลอดเวลา เพราะแสงแดดกับลมไม่ได้มีตลอด จึงจำเป็นต้องหาจุดสมดุลคุณสารัชถ์มองว่า ปัจจุบันเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากการขายไฟฟ้าให้ภาครัฐ ไปสู่การเปิดเสรีมากขึ้นด้วยการขายไฟฟ้าให้ผู้ใช้ไฟรายใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มพลังงานหมุนเวียน ขณะที่แผน PDP ฉบับใหม่ต้องสะท้อนความต้องการไฟฟ้าจริงจากทั้งพลังงานหมุนเวียน ก๊าซธรรมชาติ และกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ การวางแผนจึงต้องทำอย่างรอบคอบ ป้องกันไม่ให้เกิดภาวะสะดุด เนื่องจากห่วงโซ่อุปทานของโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติทั่วโลกตึงตัวมาก จากเดิมสั่งซื้อเครื่องจักรใช้เวลา 1–2 ปี แต่ปัจจุบันต้องใช้เวลาถึง 4–5 ปี และราคาก็ปรับตัวสูงขึ้นมากผมฟังแล้วรู้สึกว่า เกมพลังงานยุคใหม่ไม่ได้แข่งกันแค่ใครมีโครงการมากกว่า แต่แข่งกันว่าใครเตรียมโครงสร้างพื้นฐานได้ทันความต้องการคุณสารัชถ์ยังเผยถึงการต่อยอดธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ว่า GULF ได้ร่วมทุนกับ Singtel ของสิงคโปร์ ศึกษาการทำสายเคเบิลใต้น้ำ (Submarine Cable) เชื่อมระหว่างเวียดนาม-ไทย-สิงคโปร์ ซึ่งสายเคเบิลใต้น้ำมีความสำคัญต่อความเร็วและค่าความหน่วงของข้อมูล เป็นต้นทุนสำคัญในการประมวลผลเอไอ (AI Computing) การที่ไทยมีสายเชื่อมโยงระหว่างประเทศที่รวดเร็ว จะช่วยลดต้นทุนการทำเอไอ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศส่วนประเทศไทยจะได้ประโยชน์จากการลงทุนเหล่านี้มากแค่ไหน ขึ้นอยู่กับเรื่องต้นทุนพลังงานด้วย ซึ่งคุณสารัชถ์ระบุว่า การกำหนดค่าไฟสำหรับ Data Center ต้องเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน หากแพงเกินไปจะสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน ส่งผลให้ต้นทุนการประมวลผลเอไอสูงขึ้น กระทบต่อระบบเศรษฐกิจดิจิทัลรวมถึงผู้บริโภคในท้ายที่สุดสำหรับการโซนนิ่งจัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ แม้ในอดีตไม่มีนิยามคำว่าดาต้าเซ็นเตอร์ ทำให้มีการนำตึก คอนโด หรือโกดังมาใช้ แต่คุณสารัชถ์ยืนยันว่า GULF ไม่มีดาต้าเซ็นเตอร์ในกรุงเทพฯแน่นอน พร้อมเรียกร้องให้ผู้ประกอบการต้องมี สามัญสำนึกและความรับผิดชอบต่อสังคม ในการเลือกพื้นที่สร้าง เราไม่ควรมอบพลังงานให้แก่ดาต้าเซ็นเตอร์ที่เข้ามาใช้ทรัพยากรไฟฟ้าปริมาณมาก แต่ไม่ได้สร้างประโยชน์ต่อยอดให้เศรษฐกิจดิจิทัลในระยะยาววิสัยทัศน์ของเจ้าสัว GULF สะท้อนว่าการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการรับมือคลื่นเทคโนโลยีเอไอและเศรษฐกิจยุคใหม่ ไม่อาจแยกขาดจากความมั่นคงทางพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลได้ หากภาครัฐและเอกชนร่วมวางยุทธศาสตร์ได้อย่างถูกทิศทาง ไทยก็สามารถเป็นศูนย์กลางพลังงานและดิจิทัลของอาเซียนได้อย่างมั่นคง.ลมกรดคลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม