ดอยอินทนนท์วิกฤติฝนถล่มหนัก สั่งปิด “ผาดอกเสี้ยว-น้ำตกแม่ยะ” แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังสภาพพื้นที่เสี่ยงอันตราย น้ำป่าทะลัก 2 หมู่บ้าน ขนของหนีอลหม่าน เพชรบูรณ์อ่วมแม่น้ำป่าสักทะลักท่วมบ้านเรือนประชาชนเสียหายกว่า 300 หลัง “อุทัยธานี” อ่วมฝนถล่มน้ำทะลักท่วมนาข้าวเสียหายหนักกว่า 1,000 ไร่ “พังงา” แม่น้ำตะกั่วป่าล้นตลิ่งท่วมสูง 1 เมตร พระสงฆ์ต้องใช้เรือออกบิณฑบาต “สุราษฎร์ฯ” เร่งอพยพนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 40 ชีวิตสู่พื้นที่ปลอดภัยหลายพื้นที่ยังคงเผชิญฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลาก เมื่อวันที่ 19 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ทำให้เกิดน้ำป่าไหลทะลักลงสู่น้ำตกหลายแห่งในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง โดยเฉพาะน้ำตกวชิรธาร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่และมีชื่อเสียง ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นและไหลแรง ต่อมานายจิรนิติ เชิงสะอาด หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ได้ประกาศปิดเส้นทางและแหล่งท่องเที่ยวเป็นการชั่วคราว เนื่องจากสภาพพื้นที่เสี่ยงอันตรายจากน้ำป่าไหลหลาก โดยประกาศปิดให้บริการเส้นทางศึกษาธรรมชาติผาดอกเสี้ยวและน้ำตกแม่ยะ จะปิดให้บริการจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติและมีความปลอดภัยวันเดียวกัน มวลน้ำป่าจากดอยอินทนนท์ไหลหลากลงสู่แม่น้ำแม่กลาง เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนอย่างกะทันหัน ส่งผลกระทบในพื้นที่บ้านน้ำลัด หมู่ 13 และบ้านเมืองกลาง หมู่ 11 ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ปริมาณน้ำไหลมาอย่างรวดเร็วทำให้ชาวบ้านเก็บข้าวของหนีน้ำกันแทบไม่ทัน เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลบ้านหลวงระดมกำลังลงพื้นที่ช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต มีเพียงข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านที่จมน้ำได้รับความเสียหายส่วนที่ ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ เกิดเหตุน้ำป่าไหลทะลักลงลำน้ำวาง กระแสน้ำซัดช้างชื่อ “พัง แอ้ม” เพศเมีย อายุ 13 ปี ลอยไปกับกระแสน้ำหลังเกิดเหตุควานช้างและชาวบ้านในพื้นที่เร่งออกค้นหา กระทั่งช่วงเย็นพบ “พังแอ้ม” ขึ้นฝั่งได้เองบริเวณอีกด้านหนึ่งของลำน้ำ เบื้องต้นพบว่ารู้สึกตัวดียืนได้ตามปกติ สอบถามควาญช้างเปิดเผยว่า ช่วงเช้า นำพังแอ้มไปอาบน้ำบริเวณลำน้ำวาง แต่ระหว่างนั้นระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับกระแสน้ำไหลแรงช้างไม่สามารถกลับขึ้นฝั่งได้ก่อนจะถูกกระแสน้ำพัดไปจ.เพชรบูรณ์ ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่ ส่งผลให้เกิดน้ำป่าจากเทือกเขาปากช่องไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ ต.ปากช่อง อ.หล่มสัก สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนประชาชนประมาณ 300 หลังคาเรือน กระแสน้ำเชี่ยวกรากซัดเสาไฟฟ้าเอนลงมาเกือบถึงพื้นโชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ อาสาสมัครกู้ภัยหลายหน่วยระดมกำลังนำเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือผู้สูงอายุและผู้พิการออกจากที่พักอาศัยมายังพื้นที่ปลอดภัย ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักเพิ่มสูงขึ้นอยู่ที่ 8.56 เมตร สูงกว่าตลิ่ง 26 ซม. ส่งผลให้มวลน้ำไหลเข้าท่วมชุมชนในเขตเทศบาลเมืองหล่มสัก ประชาชนต้องเร่งขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูงจ.อุทัยธานี เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำจากเทือกเขาไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่นาข้าว 3 หมู่บ้าน ต.ทุ่งสาลี อ.ห้วยคต เสียหายหนักกว่า 1,000 ไร่ สร้างความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง เนื่องจากนาข้าวส่วนใหญ่อยู่ในช่วงกำลังออกรวงและใกล้เก็บเกี่ยวในอีก 15 วันข้างหน้า ชาวนาหวั่นหากฝนไม่หยุดและน้ำท่วมขังเกิน 1 สัปดาห์ ผลผลิตอาจเสียหายทั้งหมด ขณะที่สถานการณ์ปัจจุบันเกษตรกรทำได้เพียงช่วยกันเร่งกำจัดวัชพืชและเศษซากที่ลอยมากับกระแสน้ำ เพื่อบรรเทาความเสียหาย เบื้องต้นอย่างเร่งด่วนขณะที่ ปภ.สุพรรณบุรี ออกประกาศด่วนเตือนประชาชนริมแม่น้ำท่าจีนและพื้นที่ลุ่มต่ำ อ.ศรีประจันต์, อ.เมืองสุพรรณบุรี, อ.อู่ทอง, อ.บางปลาม้า และ อ.สองพี่น้อง ให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำเพิ่มสูงขึ้นหลังเขื่อนเจ้าพระยาและประตูระบายน้ำโพธิ์พระยามีแนวโน้มระบายน้ำเพิ่มขึ้น พร้อมประสานส่ง SMS ผ่านระบบ Cell Broadcast แจ้งเตือนภัยล่วงหน้าแล้ว ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงนอกคันกั้นน้ำและกลุ่มเปราะบางขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถยนต์ไปที่ปลอดภัย รวมถึงติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยสูงสุดจ.พังงา มวลน้ำในแม่น้ำตะกั่วป่าล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนพื้นที่ ต.บางไทร อ.ตะกั่วป่า อย่างรวดเร็ว ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 1 เมตร ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายทรัพย์สินขึ้นสู่ที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหาย ขณะที่พระสงฆ์วัดศรีนิคม (วัดหัวสะพาน) ต.บางไทร ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสูง ต้องใช้เรือท้องแบนพายออกไปบิณฑบาต ขณะที่ชาวบ้านบางพื้นที่ไม่สามารถสัญจรออกจากบ้านได้ตามปกตินายดำรง ฉิมทับ นอภ.ตะกั่วป่า พร้อมด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์ใน ต.บางไทร, ต.คำตัว และ ต.โคกเคียน นำเรือท้องแบนอพยพผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางไปยังที่ปลอดภัย พร้อมจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแต่ละตำบล เพื่อเป็นจุดประสานงานกำชับให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่ลุ่มต่ำอย่างใกล้ชิด และขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดตามประกาศจากทางราชการอย่างต่อเนื่องจ.สุราษฎร์ธานี ฝนตกหนักต่อเนื่องส่งผลให้มวลน้ำไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนพื้นที่ บ้านช่องลม หมู่ 4 ต.คลองศก อ.พนม ได้รับผลกระทบรวม 141 ครัวเรือน เบื้องต้นยังไม่มีรายงานบ้านเรือนได้รับความเสียหายอย่างหนัก แต่เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเนื่องจากยังมีกลุ่มฝนในพื้นที่ มวลน้ำยังไหลเอ่อเข้าท่วมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 401 บริเวณ กม.85 และ กม.88 ทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นถึง 1—1.50 เมตร รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ส่งผลให้การจราจรติดขัดและต้องปิดเส้นทางชั่วคราวในจุดที่มีน้ำท่วมสูง ปภ.สุราษฎร์ธานี นำรถยกสูงและเรือท้องแบนช่วยเหลือประชาชนพร้อมลำเลียงผู้ที่มีความจำเป็นต้องเดินทางผ่านจุดน้ำท่วมอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้เข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกว่า 40 รายที่ติดค้างอยู่ตามรีสอร์ตต่างๆ ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสกออกจาก พื้นที่ได้อย่างปลอดภัยจ.สระบุรี เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ ต.มวกเหล็ก อ.มวกเหล็ก วัดปริมาณน้ำฝนได้ 85 มิลลิเมตร ส่งผลให้เกิดน้ำหลากและน้ำท่วมสูง โดยเฉพาะหมู่ 13 บ้านท่าเสา กระแสน้ำไหลแรงท่วมขังเป็นบริเวณกว้างทำให้บ้านเรือนได้รับความเสียหาย 25 หลัง และมีประชาชนติดอยู่ภายในบ้าน 6 หลัง นอกจากนี้น้ำท่วมถนน 2 เส้นทางคือถนนทางเข้าบ้านซับประดู่ หมู่ 6 และถนนแก่งคอย—แสลงพัน หมู่ 13 ระดับน้ำท่วมสูงไม่สามารถสัญจรได้ ขณะที่ น.ส.อ้อยทิพย์ ปานสอาด นอภ.มวกเหล็ก ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือ พร้อมอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ไปยังจุดปลอดภัยแล้วอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่