เหตุที่ผมชื่นชมและตั้งใจจะเขียนขอบคุณคุณอาลก โลเฮีย เป็นพิเศษนั้น ก็เพราะคำอภิปรายของซีอีโอบริษัทอินโดรามา เวนเจอร์ส (ผู้ผลิตและจำหน่ายเม็ดพลาสติกระดับเบอร์ต้นๆของโลก รวมแล้วกว่า 120 แห่ง ใน 30 กว่าประเทศทั่วโลก) หลายๆช่วง หลายๆตอน ถูกใจกองเชียร์ประเทศไทยอย่างผมเป็นที่สุดหลายประโยค หากพูดโดยคนไทยเราเองอาจจะไม่น่าเชื่อถือ เพราะฟังๆดูแล้วเป็นการโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้แก่ประเทศไทยแบบตรงไปตรงมาแต่เมื่อพูดโดยนักธุรกิจเชื้อสายอินเดียที่มาประสบความสำเร็จ หลังเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยเพียง 30 กว่าปี...ย่อมจะเป็นที่เชื่อถือ และยอมรับโดยผู้ฟังจากประเทศอื่นๆในโลกนี้อย่างมากคำพูดในประโยคข้างล่างนี้ผมคัดลอกมาจาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ รายวัน+ไทยรัฐออนไลน์ และตรวจสอบบางช่วงบางตอนจากคลิปวิดีโอที่บันทึกไว้โดย ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 ใน ยูทูบ แล้ว... เชิญอ่านได้เลยครับ“ผมย้ายเข้ามาในประเทศนี้พร้อมกับครอบครัว คือ ภรรยาและ ลูกสองคน ในขณะนั้น (2531 หรือ 1988) ส่วนลูกคนที่สามเกิดขึ้นที่นี่ ในปี 2536 สิ่งหนึ่งที่ผมต้องยอมรับ และรู้สึกโชคดีมากคือ การได้อยู่ในประเทศไทย ซึ่งที่นี่คือศูนย์รวมหลักของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดของผม...แม้ลูกค้าของเราจะกระจายอยู่ทั่วโลก แต่การได้อยู่ในประเทศไทยทำให้เรามีฐานที่มั่นคงแข็งแกร่งมาก...”“ไทยมีระบบนิเวศทางธุรกิจที่ยอดเยี่ยม ซึ่งได้รับการสั่งสม และพัฒนามาตลอด 3-4 ทศวรรษที่ผ่านมา...ยกตัวอย่างเช่น ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่มาบตาพุดนั้น ถือว่ามีศักยภาพเป็นเลิศ และไม่เป็นรองใคร...มีเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่ง”“ผมเพิ่งอ่านรายงานของธนาคารโลกที่ระบุว่ากรุงเทพฯยังมีศักยภาพที่จะพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไปอีกมาก...ดังนั้นผมจึงมองว่านี่เป็นโอกาสที่เยี่ยมยอดจริงๆ...ก่อนที่เราจะขึ้นมาบนเวทีนี้เราได้คุยกันในห้องพักรับรองและมีการพูดถึงประเด็นที่ว่าบริษัทต่างชาติหลายแห่งควรย้ายฐานดำเนินงานมาที่กรุงเทพฯ แทนที่จะเป็นฮ่องกงหรือสิงคโปร์ เพราะกรุงเทพฯ นั้นดีกว่าปลอดภัยกว่าและน่าอยู่กว่ามากครับ”ย่อหน้าสุดท้ายเนี่ยรายงานโดย ไทยรัฐออนไลน์ ครับ...เรียกว่าเชียร์ประเทศไทยแบบสุดๆเลยท่านซีอีโอ อาลก โลเฮีย อายุ 68 ปี ชาวอินเดียขนานแท้ที่หอบเงินพ่อมาจากอินโดนีเซีย 10 ล้านเหรียญ เพื่อลงทุนในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ.2531 หรือเมื่อ 38 ปีที่แล้วพ.ศ.2531 คือปีเปลี่ยนผ่านจากรัฐบาล “ป๋าเปรม” สู่รัฐบาล “น้าชาติ” และเป็นช่วงที่ประเทศไทยเข้าสู่ยุค “โชติช่วงชัชวาล” เรียบร้อยแล้ว จากโครงการ Eastern Seaboard ที่ริเริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ.2525 ปีแรกของแผนพัฒนาฯฉบับที่ 5 ของประเทศไทยนั่นคือประโยคที่คุณอาลก โลเฮีย กล่าวตอนหนึ่งว่าไทยมีระบบนิเวศทางธุรกิจที่ยอดเยี่ยม ซึ่งได้รับการ “สั่งสม” และ “พัฒนา” มาตลอด 3-4 ทศวรรษ...เท่าที่เขามีโอกาสเข้ามาสัมผัสอาจเจอคลื่นลมทางเศรษฐกิจบ้างทางการเมืองบ้าง แต่ความแข็งแกร่งนั้นยังคงยู่ และเป็นสิ่งที่คุณอาลก โลเฮีย ตัดสินใจปักหลักอยู่ในประเทศไทยและยังรับบท “นายหน้า” ประชาสัมพันธ์ให้แก่ประเทศไทยมาโดยตลอดรวมทั้งใน “ไทยรัฐฟอรัม” ปีนี้มีอีกประโยคหนึ่งที่ผมชอบมาก ขออนุญาตนำลงส่งท้ายคอลัมน์วันนี้ ดังนี้ครับ“เมื่อย้อนกลับไปผมรู้สึกภูมิใจมาก เพราะที่นี่ (ไทย) คือประเทศที่เปิดโอกาสให้บริษัทของเราเติบโต และประสบความสำเร็จ และยังเป็นที่ครอบครัวผมอาศัยอยู่...ที่นี่จึงเปรียบเสมือนบ้านของเราจริงๆ...แม้ทุกอย่างอาจไม่ราบรื่นไปเสียทั้งหมด แต่หากมองภาพรวมแล้ว 8 ใน 10 เรื่องถือว่า ออกมาดีมากทีเดียวครับ”ขอขอบคุณ...คุณอาลก โลเฮีย มหาเศรษฐีอินเดีย ที่มาร่ำรวยในเมืองไทยอีกครั้ง...ขอบคุณที่ไม่ลืมพระคุณแผ่นดินไทย ...ภาษิตอินเดียจะเหมือนภาษิตไทยหรือเปล่าไม่ทราบได้ที่บอกว่า คนไม่ลืมบุญคุณคนจะตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ มีแต่เจริญๆ สถานเดียวครับคุณอาลกครับ!"ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม