ถอดบทเรียนเหตุรุนแรงกราดยิงในโรงเรียนและชุมชน ที่เกิดขึ้นในสังคม “การเตรียมความพร้อม” ไม่ใช่เรื่องเจ้าหน้าที่ฝ่ายเดียว วินาทีที่เหตุเริ่มต้นกับวินาทีตำรวจเข้าถึง คนตัดสินใจคนแรกเป็นคนอยู่ตรงนั้นจากเหตุการณ์กราดยิงช่วงบุกเบิกสมัย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล เป็น ผบ.ตร.ให้ความสำคัญนำองค์ความรู้ด้านการเอาตัวรอด และรับมือสถานการณ์วิกฤติไปสร้างความพร้อมให้ประชาชนพร้อมรับมือเหตุรุนแรงจากผู้ปฏิบัติออกไปสู่ประชาชนพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ให้ความสำคัญการยกระดับความปลอดภัยและการดูแลประชาชน ควบคู่กับแนวทาง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ให้ความสำคัญกับการฝึก เตรียมความพร้อมพัฒนาขีดความสามารถในการรับมือสถานการณ์วิกฤติของตำรวจทุกหน่วยมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ทิศทางการยกระดับความปลอดภัยและการเตรียมความพร้อมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติบช.ทท. นำองค์ความรู้ CRAT-Civilian Response to Active Threat มาประยุกต์และขยายผลสู่พื้นที่จริง พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ รอง ผบก.ทท.1 ถ่ายทอดการฝึกกับทีมวิทยากร บช.ทท. ประยุกต์กับตำรวจ เยาวชน มหาวิทยาลัย สถานศึกษา ภาคประชาชน มาต่อเนื่องก่อนหน้าเปิดการฝึกให้โรงเรียนเทพศิรินทร์ กรุงเทพฯ คนละสถานศึกษาที่เกิดเหตุ ล่าสุดเกิดเหตุโรงเรียนเทพศิรินทร์ จ.นนทบุรี เพราะไม่มีใครรู้ว่า “ที่ต่อไป” จะเป็นที่ไหน การเตรียมความพร้อมจึงไม่ควรเริ่มต้นหลังความสูญเสียเกิดขึ้นCRAT ไม่ได้ฝึกให้ประชาชนเป็นตำรวจหรือเป็นฮีโร่ และไม่ได้ส่งเสริมให้เข้าเผชิญอันตรายโดยไม่จำเป็น แต่สร้างกระบวนการ “รู้ตัว-ตั้งสติ-ประเมิน-ตัดสินใจ-ลงมือ” เพื่อเพิ่มโอกาสรอด ลดความสูญเสีย และไม่สร้างผู้ประสบภัยเพิ่ม หลัก “หลีก-ปิด-ป้องกัน” เป็นแกนสำคัญในการตัดสินใจเพื่อความอยู่รอดพร้อมรับสถานการณ์เป็นภัยคุกคามชีวิต.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “เลขที่1 วิภาวดีฯ” เพิ่มเติม