แม่น้ำโขงเอ่อท่วมจังหวัดชาย แดน ที่บึงกาฬน้ำโขงหนุน สูงไหลย้อนเข้าลำห้วยผาคางทะลักเข้าสวนหย่อมใต้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว ส่วนที่นครพนม น้ำเอ่อเข้าถนนสวรรค์ชายโขง อันซีนชมธรรมชาติริมฝั่งโขงสูงกว่าครึ่งเมตร ระยะทางกว่า 3 กม. ต้องปิด ใช้ทางชั่วคราว เช่นเดียวกับมุกดาหาร 3 อำเภอยังน่า ห่วง ส่วนภาคเหนือที่พะเยาฝนกระหน่ำหนัก น้ำไหลเข้ากว๊านพะเยา ต้องเปิดประตูน้ำเพิ่ม 2 บาน ส่วน แม่ฮ่องสอนฝนถล่มหลายชั่วโมงน้ำล้นตลิ่งท่วม 2 ชุมชน หนักสุดรอบ 20 ปี ต้องอพยพชาวบ้านหนีน้ำแม่น้ำโขงยังหนุนลำน้ำสาขาเอ่อท่วมหลายจังหวัด สถานการณ์อุทกภัยเมื่อวันที่ 14 ส.ค.แม่น้ำโขงที่ไหลผ่าน จ.บึงกาฬ ที่จุดวัดระดับน้ำบ้านพันลำ ต.วิศิษฐ์ อ.เมืองบึงกาฬ วัดได้ 12.15 ม. ลดลงจากวันที่ 13 ส.ค. 15 ซม. ถึงแม้ระดับน้ำจะลดลง แต่มวลน้ำยังคงไหลย้อนกลับเข้ามาตามลำห้วยสาขาและแม่น้ำโขงล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่มของ อ.ปากคาด อ.เมืองบึงกาฬ อ.บุ่งคล้า และ อ.บึงโขงหลง โดยเฉพาะบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-ปากซัน) ครอบคลุม ต.วิศิษฐ์ และ ต.ไคสี อ.เมืองบึงกาฬ น้ำโขงไหลย้อนกลับเข้าลำห้วยผาคาง ทำให้น้ำเอ่อท่วมสวนหย่อมใต้สะพานมิตรภาพไทย-ลาวและแอ่งรับน้ำรอบบริเวณด่านศุลกากร ส่วนตัวอาคารและพื้นที่ลานจอดรถด่านศุลกากรน้ำยังไม่ท่วมสำหรับห้วยผาคาง เป็นลำห้วยสาขาเชื่อมต่อแม่น้ำโขงมีปัญหาน้ำท่วมมานานหลายสิบปีตั้งแต่ยังไม่มีการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 5 กระทั่งถึงทุกวันนี้น้ำยังคงท่วมเป็นประจำทุกปี เดิมโครงการชลประทานบึงกาฬมีแผนจะก่อสร้างประตูเปิดปิดระบายน้ำห้วยผาคางลงแม่น้ำโขง แต่โครงการก่อสร้างถูกยับยั้งชะลอออกไปเรื่อยๆ ทำให้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข นอกจากนี้แม่น้ำโขงยังไหลย้อนกลับท่วมนาข้าว สวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน สวนผลไม้ และบ่อเลี้ยงปลาของชาวบ้านเสียหายกว่า 700 ไร่ โดยเฉพาะเกษตรกรชาวสวนยางที่เป็นอาชีพหลักของคนพื้นที่ไม่สามารถออกไปกรีดยางได้ สร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้างที่ จ.นครพนม แม่น้ำโขงยังทรงตัวอยู่ที่ 11.90 เมตร ลดลงจากวันที่ 13 ส.ค. 10 ซม. ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากระดับน้ำอยู่ต่ำจากจุดวิกฤติ 12 เมตรเพียง 10 ซม.เท่านั้น อีกทั้งแม่น้ำโขงหนุนสูง น้ำระบายช้าเอ่อท่วมชุมชนเขตเทศบาลเมืองนครพนม นอกจากนี้น้ำเอ่อท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยเฉพาะถนนสวรรค์ชายโขง เส้นทางท่องเที่ยวที่ประชาชนมักมาปั่นจักรยานและเดินออกกำลังกายพักผ่อนจนกลายเป็นอันซีนริมฝั่งโขงตลอดเส้นทาง 5 กม. ล่าสุดน้ำเอ่อท่วมถนนประมาณ 50 ซม. เป็นระยะทางกว่า 3 กม. ต้องปิดใช้ทางชั่วคราวขณะเดียวกัน เทศบาลเมืองนครพนมได้ปิดช่องทางระบายน้ำทุกจุดในตัวเมือง เพื่อป้องกันน้ำโขงไหลย้อนกลับเข้าตัวเมือง พร้อมเสริมเครื่องสูบน้ำมากกว่า 10 จุดเร่งระบายน้ำลงแม่น้ำโขง เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ตลอด 24 ชม. แม้ว่าช่วงนี้ฝนหยุดตกมา 2 วัน แต่ระดับน้ำโขงลดลงช้า หากมีฝนตกหนักลงมาเพิ่มเสี่ยงที่น้ำจะไหลท่วมขยายวงกว้างมากขึ้น ขณะที่นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย เดินทางไปดูน้ำโขงที่ อ.เมืองนครพนม มีว่าที่ พ.ต.อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผวจ.นครพนม พาดูประตูระบายน้ำพร้อมแจ้งเตือนประชาชนพื้นที่เสี่ยงอำเภอชายแดนติดกับน้ำโขง 4 อำเภอ ประกอบด้วย อ.บ้านแพง อ.ท่าอุเทน อ.เมืองนครพนม และ อ.ธาตุพนม เตรียมรับมือสถานการณ์น้ำที่อาจเพิ่มขึ้นจ.มุกดาหาร แม่น้ำโขงไหลผ่านหน้าศูนย์สำรวจอุทกวิทยาที่ 3 มุกดาหาร วัดได้ 12.30 เมตร ใกล้จุดวิกฤติ 12.50 เมตร บางจุดน้ำไหลท่วมบ้านเรือนประชาชนริมตลิ่งแม่น้ำโขงในพื้นที่ 3 อำเภอ คือ อ.เมืองมุกดาหาร อ.หว้านใหญ่ และ อ.ดอนตาล สถานการณ์น้ำยังน่าห่วง เนื่องจากพื้นที่ด้านบนทางตอนเหนือยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่องไล่ตั้งแต่จ.หนองคาย จ.บึงกาฬ และ จ.นครพนม เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองมุกดาหารลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงจุดที่ล่อแหลมที่สุดคือบริเวณชุมชนใกล้ลำห้วยสาขาของแม่น้ำโขงในซอยสนิทวงค์ ชุมชนร่วมพัฒนาศรีมงคล เนื่องจากอยู่ใกล้กับลำห้วยมุก พร้อมประสานเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 3 จ.อุดรธานี ติดตั้งเครื่องสูบน้ำระบบไฮดรอลิกขนาดใหญ่ขนาด 14 นิ้ว เพื่อสูบน้ำลงลำห้วยมุก ป้องกันน้ำท่วมชุมชน ส่วนตลาดอินโดจีน บริเวณหน้าวัดยอดแก้วศรีวิชัยระดับน้ำยังทรงตัว พ่อค้าแม่ค้าบางส่วนเริ่มเปิดร้านค้าบริการนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนมาถ่ายรูปเช็กอินริมฝั่งน้ำโขงที่มีน้ำปริ่มตลิ่งภาคเหนือ จ.พะเยา ยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำตามแหล่งกักเก็บน้ำต่างๆมีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะกว๊านพะเยา ปัจจุบันมีปริมาณน้ำอยู่ที่ 41.90 ล้าน ลบ.ม. เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มการระบายน้ำประตูน้ำ 1 บาน ในระดับ 50 ซม. เป็นเปิดประตูน้ำ 2 บาน ระดับ 50 ซม. มีอัตราการระบายอยู่ที่ 31.01 ล้าน ลบ.ม./วินาที คิดเป็นวันละ 2.6 ล้าน ลบ.ม.เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนที่จะไหลเข้า ขณะเดียวกันเมื่อคืนที่ผ่านมามีฝนตกหนัก ทำให้น้ำในลำน้ำอิงเพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งมีน้ำจากร่องช้างไหลลงอ่างเก็บน้ำหนองขวาง อ.ดอกคำใต้ ไหลมารวมกัน ทำให้น้ำอิงเอ่อล้นท่วมไร่นาในที่ราบลุ่มเป็นบริเวณกว้างที่ จ.แม่ฮ่องสอน ช่วงค่ำวันที่ 14 ส.ค. เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักในตัวเมืองแม่ฮ่องสอนนานหลายชั่วโมง ส่งผลให้น้ำในลำน้ำแม่ฮ่องสอนล้นตลิ่งทะลักเข้าท่วมถนนและบ้านเรือนราษฎรในชุมชนป๊อกตะวันออกและชุมชนป๊อกหนองจองคำ ภายในเขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน โดยเฉพาะบริเวณถนนบริบาลเมืองสุขถูกน้ำเอ่อท่วมแทบทั้งสายตั้งแต่บริเวณแยกทางเข้าสหกรณ์ออมทรัพย์ครูแม่ฮ่องสอนไปจนถึงหน้าศูนย์ไทใหญ่ศึกษาแม่ฮ่องสอน เจ้าหน้าที่สั่งปิดการจราจร พร้อมอพยพชาวบ้านบางส่วนที่อาศัยอยู่บริเวณติดลำน้ำออกจากบ้านไปหลบอยู่ในที่ปลอดภัยชั่วคราว เนื่องจากกระแสน้ำไหลเชี่ยวและเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆชาวบ้านในเขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าน้ำท่วมครั้งนี้หนักสุดในรอบ 20 ปี ขณะที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอนส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือแจ้งเตือนฝนตกหนักต่อเนื่อง ขอให้ชาว อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ระมัดระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มในพื้นที่ลุ่มต่ำและที่ลาดเชิงเขา โดยเฉพาะในพื้นที่ ต.จองคำ เขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน และ ต.ปางหมู ที่อยู่ใกล้ริมน้ำอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่