ช็อกแล้วช็อกอีก ไทยแลนด์กลายเป็นแดนอันตราย ในรอบห่างกันไม่ถึงสัปดาห์ ผู้คนในบ้านเมืองต้องขวัญผวากับเหตุการณ์ร้ายแรงแบบไม่ได้พัก ไล่ตั้งแต่ “ไอ้ป๋อง 5 ศพ” ฆาตกรทมิฬฆ่าเด็กรัสเซีย และพ่อแม่ลูกคนไทย ไม่ทันซาก็ซ้ำด้วยเหตุกราดยิงโรงเรียนดังเมืองนนท์“ไอ้หนู ม.ต้น” สังหารหมู่เพื่อน ครู ไม่เว้นปู่ ย่า นับรวม 9 ศพกลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก บีบีซี รอยเตอร์ พาดหัวยักษ์ แล้วก็ตามติดด้วยคดีโหดของคนดังในวงการเมืองระดับประเทศ “ฉลอง เรี่ยวแรง” อดีต สส.นนทบุรี “เจ้าตำนานงูเห่าคนดัง” รัวปืนสังหาร พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.เมืองนนท์ กลางศูนย์ราชการ อย่างอุกอาจเหี้ยมเกรียมไม่ต้องถามว่าเกิดอะไรขึ้นในประเทศไทย เพราะไม่มีใครตอบได้อันดับแรกเลยคือ “ทูตมรณะ” อาวุธปืนที่ใช้ก่อคดีสะเทือนขวัญ เหตุร้ายที่สังเวยเหยื่อคมกระสุนนับศพไม่ทัน มันประจานประเทศไทยที่มีสถิติการครอบครองอาวุธปืนในมือพลเรือนสูงที่สุดในภูมิภาคอาเซียนนับรวมแล้วประมาณ 10.4 ล้านกระบอกสภาพเหมือนหนังคาวบอยยุคบ้านป่าเมืองเถื่อน ปืนเต็มบ้านเต็มเมืองอารมณ์ที่ผู้นำรัฐบาลฉายภาพประกอบแอ็กชันยุทธการ “ล้อมคอก” ครั้งมโหฬาร “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ต้องรีบปฏิบัติการจิตวิทยา ประกาศมาตรการเด็ดขาด สั่งคุมเข้มห้ามพกพาอาวุธปืนออกนอกบ้าน 100 เปอร์เซ็นต์ในทุกกรณี ยกเว้นเจ้าหน้าที่รัฐขณะปฏิบัติหน้าที่เท่านั้นยกระดับด่านตรวจ ไม่เว้นการตรวจสอบอาวุธของผู้ติดตามนักการเมืองและข้าราชการในทำเนียบรัฐบาลหากพบผู้ฝ่าฝืนพกพาปืนนอกเคหสถาน จะถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด โดยคัดค้านการประกันตัวในชั้นสืบสวนสอบสวนต้องโดนล็อกเข้าห้องขัง นอนคุกสถานเดียวทันทีพร้อมระงับการออกใบอนุญาตซื้อปืน (ป.3) ปรับระเบียบการต่อใบอนุญาตให้มีและการใช้อาวุธปืน (ป.4) ทุกๆ 3 ปี และให้ทีมกฎหมายของรัฐบาลเร่งยกร่างแก้ไข พ.ร.บ.อาวุธปืนฯฉบับใหม่ ให้เสร็จภายใน 60 วันผู้นำต้องโชว์แอ็กชันกระตุกมาตรฐานความปลอดภัยในชีวิตของพลเมืองแต่ก็ไม่วายกลายเป็นเรื่องดราม่าจนได้ด้วยสไตล์ “นายกฯหนู” ที่ติดมุกทีเล่นทีจริง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด”ตามบท “กลอนพาไป” อาการผู้นำตั้งอกตั้งใจแสดงให้เห็นมาตรการเข้มๆทางกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน ทั้งๆที่มันฝืนความรู้สึกในทางปฏิบัติ ขัดกับโลกแห่งความเป็นจริงเต็มๆจากเรื่อง “ปืนอาชญากรรม” เพี้ยนเป็น “ปืนการเมือง”ตามฟอร์มลูกตำรวจใหญ่ อย่าง ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ นำแห่เสียงโห่ฮามาตรการคุมเข้มอาวุธปืนครั้งมโหฬาร เบิ้ลบลัฟผู้นำรัฐบาล “เกาไม่ถูกที่คัน”เกรียนโซเชียลฯรุมกระหน่ำ ล้ออำมุก “ยิงโจรในบ้านก็ผิด”กูรู กูรู้ ทนายความคนดัง กางกฎหมาย ดัก “ตบปาก” ผู้นำรัฐบาล ด่านายกฯส่งสัญญาณผิดๆให้ประชาชนที่มีสิทธิขั้นพื้นฐานในการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของตัวเองคดีพลิกจากอันตรายของปืน เพี้ยนเป็นดราม่า“นายกฯหนู” ต้องออกมากู้สถานการณ์ ยอมรับสื่อสารพลาด พูดสั้นและเร็วไป ความจริงคือตั้งใจให้รู้โทษของปืน ไม่อยากให้ประชาชนมีคดีความเรื่องปืน เพราะไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผิดหรือฝ่ายถูกก็หนีไม่พ้นต้องเหนื่อยในการขึ้นโรงขึ้นศาล เสียเวลา เสียเงินเรื่องของเรื่อง จากเรื่องปืน “ทูตมรณะ” ทั้งไอ้โหดฆ่าเด็กรัสเซีย กราดยิงในโรงเรียน รัวยิงนายก อบจ. คดีอาชญากรรมสะเทือนขวัญติดๆกัน กลับกลายเป็น “ปืนการเมือง” ลั่นใส่ “นายกฯอนุทิน” ซะงั้นมันสะท้อน “ความเปราะบาง” ในเชิงกระแสชัดเจนมากๆสภาพของผู้นำรัฐบาลภูมิใจไทย ทีมงานพะยี่ห้อเซราะกราว ต้องตกเป็นฝ่ายตั้งรับในแนวรบอารมณ์สังคม สถานะ “คนที่ไม่ใช่ ทำอะไรก็ผิด”ลูกติดพันโยงทุกเรื่องทุกประเด็น ขมวดปมจ้องถล่มกันท่าเดียวและนั่นก็ดูจะกลายเป็นเรื่องชาชิน ในฟอร์มเชี่ยวเชิงตั้งรับกระแส “นายกฯอนุทิน” แยกโสตประสาทได้ แบบที่เครียดกับเหตุการณ์ร้ายๆติดต่อกัน แต่ก็ใช้เวลาในวันหยุดเดินสายขึ้นเวทีร้องรำทำเพลงในงานมหกรรมขายสินค้าโอทอปผู้นำที่มีดนตรีในหัวใจ ทั้งเต้น ทั้งร้อง เสียงแหบเสียงแห้งไหนจะช็อตผาดโผน ขับเจ็ตส่วนตัว ตรวจเยี่ยมกองบิน 1 ฐานทัพอากาศโคราช ท่ามกลางฝูงบินรบ F-16 บินประกบภารกิจอารักขาบุคคลสำคัญ เป็นปลื้มกับ “Patch F-16” สัญลักษณ์นักบินรบนามเรียกขาน “มิกกี้” ล้อชื่อ “นายกฯหนู”ผู้นำไม่ได้แสดงอาการเครียด วิตกกับสถานะทางการเมืองที่ตกอยู่ในโซนตั้งรับสงครามชิงกระแสแต่อย่างใดหักมุมกับสภาพนายกฯที่กำลังโดนรุกไล่หนัก ทั้งประเด็นโกงสอบข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ยังปิดกล่องไม่ลง ไหนจะปม “ฮั้ว สว.” ที่กองทัพส้มกับไอลอว์ตีปี๊บประจานหลักฐานกันถี่ๆ“นายกฯหนู” ต้องลุยถั่ว สไตล์โฉ่งฉ่าง แฝงลูกมั่ว รับแรงปะทะฉากหน้าแบบไม่พักแต่ละม้ือแต่ละเดย์บางจังหวะซีเรียส ต้องชักน้ำเสียงดุใส่นักข่าวบ้างแต่โดยภาพรวมผู้นำก็ยังยิ้มตาหยี บ่งบอกลึกๆ ภายในมั่นอกมั่นใจ “เอาอยู่”และเมื่อดูกันตามปรากฏการณ์ตรงหน้า ถ้าแยกกระแสออกจากภาพจริงในทางปฏิบัติ จะเห็นว่ารัฐบาล “อนุทิน 2 พลัส” เริ่มปักหมุด ตั้งหลักปักฐานในเชิงบริหารได้แล้วแนวโน้มสถานการณ์ที่ “ดร.เอก” เอกนิติ นิติทัณฑ์ ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง นำขบวน “เดอะท็อป” วราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม เดินหน้าโครงการสร้างรายได้แบบเห็นเนื้อเห็นหนังโดยการหงายไพ่ทุ่มแทงจีนเป็นหลัก รัฐบาลเดินหน้ายุทธศาสตร์เศรษฐกิจรองรับ “วันเบลต์วันโรด” เชื่อมไทยเป็นศูนย์กลางจีนแผ่นดินใหญ่กับภูมิภาคอาเซียนนักลงทุนนานาชาติมั่นใจสถานภาพรัฐบาล “อนุทิน” ที่ตีตั๋วยาวตามข่าวหน้าเศรษฐกิจ ทุนยักษ์กลุ่มรถอีวี อุตสาหกรรมเอไอ เซมิคอนดักเตอร์ ซัพพลายเชน วิ่งเข้าขอลงทุนกับ บีโอไอกันคึกคัก ปักหมุดลงทุนมูลค่ามหาศาล โอกาสสร้างงาน สร้างรายได้ เห็นกันตามเนื้อผ้าไม่ใช่หวังลมๆแล้งๆ แต่ถึงจุดที่แสดงให้เห็นเลยว่า “อนุทิน” ไม่ได้มาเล่นๆและนั่นก็ยังสอดรับกับยุทธศาสตร์รองรับเกมบริหารในทางยาวๆ ตามคิวที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้งบิ๊กข้าราชการรุ่นใหม่ไฟแรง สดๆ ร้อนๆเลยก็คือนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล นั่งแท่นปลัดกระทรวงคมนาคม ป้ายแดง ในวัย 50 ปี น้อยสุดในประวัติศาสตร์กระทรวงหูกวางก่อนหน้านี้ก็เป็นคิวของการไฟเขียวตั้งนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ นั่งแท่นปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด้วยวัยแค่ 53 ปี เท่ากับ “บิ๊กราญ” พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ขึ้นแป้น ผบ.ตร.คนใหม่เน้นมืองาน อายุราชการยังเหลืออีกยาวๆกว่าจะเกษียณอายุ 60 ปีตามยุทธ ศาสตร์ที่เห็นได้เลยว่า รัฐบาลภูมิใจไทยทำการต่อแขนต่อขา วางตัวบิ๊กข้าราชการไว้ใช้งาน รองรับเกมยาวๆในการถืออำนาจรัฐแน่นอน มันจะทำไม่ได้เลย ถ้าไม่มีภาพชัดๆรองรับฐานอำนาจทางการเมืองที่เด่นชัดเป็นรูปธรรมตามจังหวะเชื่อมโยงกับการขยับโชว์แต้มยุทธศาสตร์ทางการเมืองของ “ปรมาจารย์ใหญ่” เนวิน ชิดชอบ ที่เคลื่อนไหวเป็นข่าวต่อเนื่อง ตามท้องเรื่องไล่จากถ่ายรูปโชว์กอดคอโอบเอวกับ “นายกฯหนู” ในฐานะน้องรัก กอดบ่า “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม หุ้นส่วนอำนาจคนสำคัญฉาบครีมหวาน “Crème Brûlée” กลบรอยร้าว 2 น. 1 พ.ต่อด้วยช็อตฮอตๆ “ลมมันเย็น” ครูใหญ่ใส่กางเกงขาสั้น ร่วมทำพิธีบวงสรวงองค์จตุคามรามเทพที่ศาล หลักเมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยมี “โกเกี๊ยะ” นั่งประกบเป็นเงาไม่ห่างก่อนกลับมานำทีมฟุตบอลเซราะกราว บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เตะอุ่นเครื่องกับ “ราชันมังกร” ราชบุรี เอฟซี ของตระกูล “นิติกาญจนา” บ้านใหญ่เมืองโอ่งพร้อมๆกับกระแส “งูเขียว” เลื้อยลงรูเขากระโดงข่าววงในกระฉ่อนวงนอก “เจ๊บุญยิ่ง นิติกาญจนา” สส.ราชบุรี พรรคกล้าธรรม เตรียมยกครอบครัวชิ่ง “ผู้กองยอดรัก” เข้าก๊วนเซราะกราว เลือกตั้งรอบหน้าจะถอยให้ลูกชายใส่เสื้อค่ายภูมิใจไทย ลงสมัคร สส.ราชบุรี เขต 2 แทนตามแผนซ่องสุมกำลังหนาแน่น จากโค่นเสาไฟฟ้ายึดปักษ์ใต้แน่นๆไล่มาถึงภาคกลาง“เนวิน” โชว์พลังยุทธโคตรเซียนเหยียบเมฆ ฟอร์มขุนศึกผู้เชี่ยวเชิง “รบประชิด” ในสนามเลือกตั้ง เน้นแต้ม สส.จริงๆในสภาเป็นหลักมากกว่าเกมตีฟูคะแนนนิยมลอยๆเหลี่ยมเขี้ยวยากที่ใครจะประกบทัน เดินหมากตีโอบเบื้องหลัง คุ้มกัน “อนุทิน” ที่ลุยถั่วฉากหน้าของจริงไม่อิงกระแส 2 น. “พิงกำแพงสู้” ดูท่าเอายังไงก็โค่นไม่ลงจริงๆ.“ทีมการเมือง”คลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม