หนังสือ ศาลไทยในอดีต (ประยุทธ สิทธิพันธ์ เขียน สร้างสรรค์บุ๊คส์ พิมพ์ ครั้งที่ 2 พ.ศ.2551) หนึ่งในหนังสือดี 100 เล่ม สกว.ยกย่องให้คนไทยควรอ่านตอนปลายแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าตากสิน เจ้าชีวิตทรงฝักใฝ่ในวิชาปัสสนา พลอยมีผลให้ทหารเสือคู่พระทัยได้รับเคราะห์กรรมตาม มีเรื่องกล่าวไว้ต้องกันในหลายแห่งว่า ครั้งหนึ่งสมเด็จพระเจ้าตากสินทรงนั่งกัมมัฏฐานที่พระตำหนักแพ สมเด็จพระวันรัต (ทองอยู่) นั่งกำกับเป็นประธาน ขณะนั้นเป็นเวลายามเศษเจ้าพระยาสุรสีห์ (สมเด็จกรมพระราชวังบวร ในรัชกาลที่ 1) ข้ามฟากมาจากบ้าน จอดเรือเข้าที่ท้ายตำหนักแพ เดินขึ้นไป ครั้นมองเข้าไปตามช่องลูกกรงฝาพระตำหนัก เห็นข้าราชบริพารล้อมวงอยู่มาก เข้าใจว่าพระเจ้าแผ่นดินประทับอยู่ จึงเดินตรงเข้าไปหมายจะเข้าเฝ้าเจ้าพนักงานที่ล้อมวงร้องห้ามว่าอย่าเข้ามา พระยาพิทักษ์ภูบาล จางวางรักษาพระองค์หมอบอยู่ ณ ที่นั้น โบกมือให้ออกไปเสีย แต่เจ้าพระยาสุรสีห์สำคัญว่า กวักมือให้เข้าไปจึงค่อยๆย่องเข้าไปขณะนั้น สมเด็จพระวันรัตแลเห็นจึงถวายพระพรว่า เจ้าพระยาสุรสีห์ย่องเข้ามา ท่วงท่าจะทำร้ายพระองค์ สมเด็จพระเจ้าตากสิน กระโดดขึ้นจับตัวเจ้าพระยาสุรสีห์ไว้โดยฉับไว แลทรงค้นหาอาวุธที่จะเหน็บซ่อนมาในตัว ก็หาพบสิ่งใดไม่แล้วจึงมีพระราชกระทู้ถาม “เหตุใดจึงย่องเข้ามาที่ห้าม จะเป็นขบถหรือ?”เจ้าพระยาสุรสีห์กราบทูลว่า “พระยาพิทักษ์ภูบาลกวักมือให้เข้ามา กระหม่อมฉันสำคัญว่าจะมีธุระด้วยราชการสิ่งใด” พระยาพิทักษ์ภูบาลกราบทูลว่าไม่ได้กวักมือเรียก เป็นแต่โบกมือให้ออกสมเด็จพระเจ้าตากสินดำรัสถามว่า ตัวเจ้าเล่าก็เป็นเสนาบดีผู้ใหญ่ ย่อมเข้าใจในกฎหมายและธรรมเนียม ข้าจะให้เจ้าปรับโทษตัวเจ้าเอง ซึ่งเจ้าเข้ามาในที่ล้อมวงเช่นนี้ จะผิดชอบดีร้ายประการใด ว่าไปเถิดเจ้าพระยาสุรสีห์กราบทูลว่า โทษข้าพระพุทธเจ้าต้องริบพระราชบาตร แล้วลงพระอาญาเฆี่ยน 90 ที ประหารชีวิตเลย อย่าให้คนทั้งปวงดูเยี่่ยงอย่างต่อไปทรงสังเวชพระทัย กลั้นน้ำพระเนตรไว้ ตรัสว่า เจ้าปรับโทษของเจ้าหนักเกินไป ข้าได้สัญญาไว้กับเจ้า เมื่อเจ้ารับแม่ของข้า (นางนกเอี้ยง จากบ้านแหลม) ว่าข้าจะไม่ฆ่าเจ้า เจ้าต้องปรับโทษใหม่ ให้เบาลงอีก“ถ้าไม่ประหารชีวิตต้องลงพระอาญาเฆี่ยน 60 ที แล้วส่งตัวไปจำคุกไว้จนตาย”ดำรัสว่ายังมากนัก ถ้าส่งตัวไปจำคุกจนตาย ข้าจะใช้ใครเล่า พี่เจ้าคนเดียวไม่พอใช้ ให้ปรับมาใหม่ให้เบาลงอีก เจ้าพระยาสุรสีห์กราบทูล “ถอดจากขุนนางผู้ใหญ่ให้เป็นไพร่” ดำรัสว่าเป็นไพร่เข้าใกล้พระเจ้าแผ่นดินไม่ได้ ข้าจะปรึกษาหารือกับใครเล่า ให้ปรับมาใหม่อีกทีเจ้าพระยาสุรสีห์กราบทูลว่า ต้องลงพระอาญาเฆี่ยน 60 ที แล้วโปรดเกล้าให้เป็นขุนนางผู้ใหญ่ตามเดิมรับโทษโบย 60 ทีด้วยหวายแล้ว เจ้าพระยาสุรสีห์กราบถวายบังคม คลานถอยหลังออกมาพ้นหน้าพระที่นั่ง แล้วจึงลงอาบน้ำที่หน้าพระตำหนักแพ แก้เอาแพรหนังไก่ย่นที่คาดพุง ออกมาถูหลังจนหนังกำพร้าถลอกมีโลหิตไหลแผลพืดเสมอไป เพื่อให้แผลหายจะได้ไม่เป็นรอยหวายหลังผลัดแผ่นดิน เจ้าพระยาสุรสีห์เป็นกรมพระราชวังบวร ทรงพยาบาทขัดเคืองมานาน ครั้นทรงมีโอกาส รับสั่งให้สึกสมเด็จพระวันรัต (ทองอยู่) ลงพระราชอาญาเฆี่ยน 100 ที และให้ประหารแต่รัชกาลที่ 1 ทรงขอชีวิตไว้ด้วยว่า เป็นพระอาจารย์ รัชกาลที่ 2 มาแต่กาลก่อนราชวงศ์จักรี ปกครองบ้านเมืองมาด้วยหลักกฎหมายเป็นแม่แบบ...ไม่ตึงไม่หย่อนเกินไป ด้วยบุญคุณความแค้นจึงยืนยงมั่นคงมาถึงวันนี้.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม