ศาลอาญาพิพากษาจำคุก “ประสิทธิ์ เจียวก๊ก” ประธานเครือบริษัท M GROUP พร้อมพวก 3 บริษัท คดีหลอกขายแพ็กเกจทัวร์ ปั้นผลตอบแทนสูงถึง 83.95-164.25% ต่อปี มีผู้เสียหายหลงเชื่อ 173 ราย เสียหายรวม 102 ล้านบาท ศาลสั่งจำคุกจำเลยที่ 1 รวม 343 ปี พร้อมสั่งปรับและคืนเงินผู้เสียหายทั้งหมด เมื่อรวมกับ 2 คดีเก่าโดนคุกสะสมทะลุ 2,600 ปีศาลสั่งคุก “ประสิทธิ์ เจียวก๊ก” หลอกขายแพ็กเกจทัวร์ 343 ปี เปิดเผยเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 5 ส.ค. ที่ห้องพิจารณาคดี 908 ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 1 เป็นโจทก์ฟ้องนายประสิทธิ์ เจียวก๊ก บริษัท เหนือโลก จำกัด, บริษัท มัณดาวีด์ จำกัด และบริษัท เว็บ สวัสดี จำกัด (มหาชน) ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯโจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจของจำเลย 2-4 ประกอบธุรกิจลักษณะให้ประชาชนสมัครเป็นสมาชิกและหาสมาชิกเพิ่ม เพื่อให้ได้ใช้สิทธิในการซื้อขายสินค้าที่ร้านค้าสหกิจชุมชน ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ลักษณะขายแพ็กเกจทัวร์ทั้งในและต่างประเทศ ผ่านเว็บไซต์ โดยแยกแพ็กเกจตามระดับชั้นของสมาชิกให้จองโดยชำระเงินล่วงหน้า เสนออัตราค่าบริการถูกกว่าทั่วไป หากไม่ใช้บริการในช่วงเวลาที่กำหนดก็มีประกันเงินคืนให้เป็นคูปองไว้ใช้ในแพ็กเกจหรือคืนเป็นเงินสดในอัตรา 1-10% ของราคาแพ็กเกจที่จ่ายเมื่อระหว่างวันที่ 3 ธ.ค.2563-2 พ.ค.2564 ต่อเนื่องกัน จำเลยทั้งสี่ได้บังอาจร่วมกันหลอกลวงและแสดงข้อความอันเป็นเท็จ ด้วยการโฆษณาประกาศ แพร่ข่าว ข้อความ ชักชวนด้วยวาจาแก่ประชาชนและบุคคลตั้งแต่สิบคนขึ้นไปในสื่อสังคมออนไลน์ ได้จัดทำเว็บไซต์ www.crabybrandname.com และกลุ่มแอปพลิเคชันไลน์ (LINE OFFICIAL) ชื่อ “กองทุนส่วนตัวท่านประธาน”, “Sawadee Giftback”, “MBD” เป็นกลุ่มไลน์พนักงาน และกลุ่มลูกค้าในบริการสินค้าและบริการต่างๆในบริษัท M GROUP โดยให้พนักงานของจำเลยทั้งสี่ช่วยกันป่าวประกาศออกโปรโมชันให้ประชาชนศึกษาแผนการลงทุนผ่านทางคลิปวิดีโอจนมีผู้หลงเชื่อ 173 คน นำเงินมาร่วมลงทุนกับจำเลยทั้งสี่ในรูปแบบต่างๆบรรยายฟ้องระบุต่อว่า มีเจตนาร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหายและนำเงินมาร่วมลงทุนในกองทุนชื่อ “กองทุนส่วนตัวท่านประธาน” เสนอว่าจะจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนเป็นเงินกำไรหรือดอกเบี้ยหรือผลประโยชน์ในลักษณะเป็นเงินหรือทรัพย์สินในอัตราที่สูงเกินกว่าร้อยละ 83.95-164.25 บาทต่อปี เพื่อจูงใจให้ประชาชนทั่วไปรวมทั้งผู้เสียหายลงทุน แต่ความจริงแล้วพวกจำเลยไม่อาจที่จะจ่ายเงินต้นรวมทั้งกำไรหรือดอกเบี้ยหรือผลประโยชน์ตอบแทนตามที่กำหนด พวกจำเลยเจตนาร่วมกันต้องการระดมเงินทุนและนำเงินทุนจากผู้เสียหายดังกล่าวมาหมุนเวียนจ่ายคืนให้แก่บุคคลและประชาชนทั่วไป ทำให้จำเลยทั้งสี่ได้รับเงินจากผู้เสียหาย 173 คน จำนวน 102 ล้านบาท จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธขอรับสารภาพในชั้นศาล วันนี้จำเลยถูกคุมตัวมาจากเรือนจำกลางบางขวางศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่ายที่นำสืบ ประกอบคำรับสารภาพจำเลยแล้วเห็นว่า ผู้เสียหายเบิกความเรื่องการลงทุน พยานของโจทก์มีน้ำหนักรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1-4 กระทำผิดหลายบทต่างกัน ให้ลงโทษจำคุกนายประสิทธิ์จำเลยที่ 1 กระทงละ 5 ปี รวมโทษจำคุกทั้งหมด 343 ปี โดยโทษจำคุกฐานฉ้อโกงประชาชนตามกฎหมายกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 20 ปี คงจำคุกจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 20 ปี ปรับ 200,000 บาท และจำเลยที่ 2-4 ปรับ 250,000 บาท และให้จำเลยทั้งหมดชดใช้เงินคืนแก่ผู้เสียหายพร้อมดอกเบี้ยจนกว่าจะชำระให้แก่ผู้เสียหายเสร็จมีรายงานว่า ทั้งนี้นายประสิทธิ์ถูกศาลพิพากษาจำคุกมาแล้วก่อนหน้านี้ 3 คดี คดีแรกพิพากษาในปี 2566 ถูกจำคุกรวมทั้งหมด 1,115 ปี โดยลงโทษจำคุกสูงสุด 20 ปีตามกฎหมาย พร้อมปรับเงินอีก 145 ล้านบาท จากกรณีหลอกเหยื่อ 321 ราย ฉ้อโกงลงทุนซื้อ-ขายกระเป๋าแบรนด์เนม ต่อมาในปี 2568 นายประสิทธิ์ถูกศาลอาญาพิพากษาจำคุกเพิ่มอีก 1,210 ปี ในคดีฉ้อโกงประชาชน ลงโทษจำคุกสูงสุด 20 ปีตามกฎหมาย พร้อมให้คืนเงิน 1,000 ล้านบาท คืนแก่ผู้เสียหาย 267 คน ก่อนที่ในปี 2569 จะถูกศาลพิพากษาจำคุกเพิ่มอีก 4 ปี 12 เดือน ในคดีหลบหนีคดีระหว่างการพิจารณาคดีของศาลอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่