การแต่งตั้ง ผบ.ตร.ดูราบรื่นเหมือนสายน้ำที่เงียบสงบแต่ใครจะรู้ว่า คลื่นใต้น้ำมันเกรี้ยวกราดขนาดไหน? แม้ว่าการลงมติออกมาเหมือนฉลุย ด้วยคะแนน 12-0 ตามการเสนอชื่อของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ฐานะประธาน ก.ตร. แถมประกาศในราชกิจจาฯรวดเร็วทันใจในวันรุ่งขึ้น?ทำให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา มั่นใจได้ว่าจะขึ้นดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.คนที่ 16 ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.เป็นต้นไป แต่อะไรที่คนเห็นว่า ราบรื่น มันอาจไม่จริง?เพราะอยู่ดีๆ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. แคนดิเดต ผบ.ตร.อาวุโสอันดับ 1 ที่พ่ายแพ้ให้ นรต.รุ่นน้องถึง 7 ปี ทำบันทึกข้อความด่วนที่สุดถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ลงวันที่ 27 ก.ค. เรื่องไม่สมัครใจโอนไปรับราชการยังส่วนราชการอื่นอ้างถึงมาตรา 93 แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ 2565 ประเด็นการโอนข้าราชการตำรวจไปรับราชการในส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่น จะกระทำได้เมื่อเจ้าตัวสมัครใจ...เหมือนไปได้ข่าววงในอะไรมาว่า ตัวเองจะถูกเตะโด่งออกจาก ตร. ทั้งที่เหลืออายุราชการถึง 2 ปี!“บิ๊กต่าย” ถึงกับรีบจะออกมาตอบโต้ว่า ไม่มีความคิดจะย้ายรองไมค์ตามที่วิตก และนายกฯหนูก็ไม่เคยเอ่ยปาก ถึงจะรู้กันว่า ถ้าย้ายจริง หน่วยงานแรกที่ทุกคนนึกออกคือส่งไปนั่งตบยุงที่สำนักนายกฯ!แต่เอาเป็นว่า ไม่มีมูล หมาไม่ขี้?ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา การหักดิบย้ายข้าราชการชั้นผู้ใหญ่แต่ละหน่วยงาน มันก็ไม่เห็นมีใครมาขอความเห็นคนถูกย้ายเลยสักครั้ง!ถ้าวิเคราะห์ข่าวการโยก “รองไมค์” อย่างตรงไปตรงมา เพื่อทำให้การบริหารงานของ “บิ๊กราญ” ในฐานะ ผบ.ตร.ราบรื่นขึ้น อีกประเด็นคือ ต้องการเปิดตำแหน่งให้ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ขยับขึ้นเป็น รอง ผบ.ตร.เร็วขึ้นแต่อย่าดีใจได้ปลื้มไป เพราะถึงมาจ่อเป็นรอง ผบ.ตร. ก็อย่าลืมว่า “พิทักษ์ 1” ท่านนี้ จะอยู่ยาวไปอีก 7 ปี!"สหบาท"คลิกอ่านคอลัมน์ “ส่องตำรวจ” เพิ่มเติม