พรรคประชาชน และเครือข่ายไอลอว์ ลุยปลุกกระแสตรวจสอบคดีฮั้วเลือก สว.อย่างต่อเนื่องและเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ มีการเปิดเวทีแฉหลักฐานเชิงลึก ภาค 2 แฉรายละเอียด 5 ขั้นตอน ขบวนการทุจริตจัดตั้ง จัดจ้างคนมาลงสมัคร การโหวตลงคะแนน พร้อมโชว์หลักฐานเส้นทางโอนเงิน และตั๋วเครื่องบิน มัดผิดผู้ร่วมขบวนการมีนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.กลุ่มไอลอว์ เป็นหัวหอกเปิดโปงหลักฐานเส้นทางการเงินเชื่อมโยงสว.ชุดปัจจุบัน ขยายผลไปถึงพฤติการณ์ต้องสงสัยของนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สส. และแกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่อาจเกี่ยวข้องกระบวนการเลือก สว.ที่ไม่โปร่งใสขณะที่ฝ่าย สว. นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ โฆษกกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา มองว่าการจัดกิจกรรมของฝ่ายค้านที่ไล่บี้ตรวจสอบ สว. 2 สัปดาห์ติดต่อกัน ต้องการชี้นำสังคม มีการทุจริตเลือก สว. ปี 2567 ถือเป็นการกดดัน แทรกแซงการทำงานของ กกต.ใช้หลักฐานที่อาจได้มาโดยมิชอบ หวังสร้างความเสื่อมเสียให้วุฒิสภานายอนุทิน ชาญวีรกูล นายก รัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ตอบโต้อย่างดุเดือดว่า ไม่กังวลที่ถูกพาดพิงเกี่ยวข้องคดีฮั้ว สว. แต่สมเพชและรำคาญ ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องการฮั้วเลือก สว. ขณะที่รัฐมนตรี และ สส.พรรคภูมิใจไทยหลายคน เดินสายยื่นฟ้องดำเนินคดีกลุ่มไอลอว์เป็นรายจังหวัดสิ่งที่ต้องจับตาหลังจากนี้ คือ ผลการพิจารณาคดีของ กกต.จะชี้ขาดคดีฮั้ว สว.ในแนวทางใด หากมีมติยกคำร้อง จะต้องตอบข้อกังขาและแสดงหลักฐานเชิงประจักษ์หักล้างข้อพิพาทให้สิ้นข้อสงสัยหรือหากมีมติส่งศาลฎีกาเอาผิด ก็ต้องชี้แจงพยานหลักฐานให้ชัดเจน โดยมีมาตรฐานที่เท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติเฉพาะบางกลุ่มหรือหากพิสูจน์ได้ว่ามีกรรมการบริหารพรรคการเมืองใด มีความเชื่อมโยงในการสั่งการ ควบคุม หรือแทรกแซง ทำให้กระบวนการเลือก สว.ไม่สุจริต ก็ต้องขยายผลส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยยุบพรรค การเมืองดังกล่าว เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการไปอย่างถูกต้อง ตรงตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญสังคมไทยคาดหวังให้ กกต.ทำคดีฮั้ว สว.อย่างเต็มความสามารถ ตรงไปตรงมา ปราศจากการแทรกแซงจากการเมือง ใช้ดุลพินิจชี้ขาดอย่างกล้าหาญบนพื้นฐานความถูกต้องของพยานหลักฐานและหลักนิติธรรม ถือเป็นบทพิสูจน์ กกต.จะเป็นเสาหลักที่อิสระเที่ยงธรรมในระบบนิติรัฐ หรือเป็นไม้หลักปักขี้เลน ที่เอียงไปตามกระแสลมการเมือง.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม