“อนุทิน” โชว์หวานควงแขน “พิพัฒน์-นาที” เมินเสียงวิจารณ์รอยร้าวบิ๊ก ภท.ไม่กระทบการทำงาน เล็งจัดทัพ มท.ใหม่ล้างภาพฉาว จับตาโยกย้ายบิ๊กลอต 65 ตำแหน่ง วางตัวรองปลัดกระทรวง-อธิบดี-ผวจ.เสริมแกร่ง ป้อง “ศุภชัย” จี้สอบฮั้ว สว.ส้ม ทำตามหน้าที่ฝ่ายกฎหมายพรรค “นันทนา” โต้ชุมนุมผู้สมัคร สว. 300 คน แค่แนะนำตัวอย่างเปิดเผย ลงขันค่าใช้จ่าย ไล่ส่งไปสอบตั้งอดีตผู้สมัครมาเป็นผู้ช่วย สว. มีเงินทอนตอบแทนโหวตเตอร์ “โรม” สวนลาก ปชน.เอี่ยวเบี่ยงประเด็นไร้ประโยชน์ ท้าเปิดชื่อ สส.ส้มเกี่ยวข้องจัดตั้ง สว. ลั่นเส้นเงินไม่โกหกโยงโกง สว.น้ำเงินแน่ “ทวี” บี้ กกต.ส่งสำนวนร้อนถึงมือศาลฎีกา “ธรรมนัส” ปัดไม่มี “ปฏิญญาโมนาโก” ดับข่าวดีลลับเปลี่ยนตัวนายกฯ “สุทิน” ฉะ “ไทกร” พูดลอยๆ ไม่น่าเชื่อถือ “เสี่ยหนู” เล่นมุกแดง-เขียวผสมกันเป็นน้ำเงินอยู่ดีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ยังคงแสดงท่าทีทางการเมือง ตอกย้ำยืนยันความสัมพันธ์อันดีระหว่าง “2 น 1 พ” เพื่อสยบกระแสข่าวความขัดแย้งภายในพรรค ภท.“อนุทิน” โชว์หวานควง “พิพัฒน์–นาที”เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 30 ก.ค. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายก รัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร 50 วัน เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา มีคณะ รัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม และนางนาที รัชกิจประการ ภรรยานายพิพัฒน์ นายกฯจึงกล่าวทักทายพร้อมแซวว่า “2 น 1 พ” จากนั้นเวลา 08.00 น.นายอนุทินร่วมพิธีตักบาตร มีพระสงฆ์ 10 รูป ออกรับบิณฑบาต ณ บริเวณด้านหน้าตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีทำบุญตักบาตร นายอนุทิน นายพิพัฒน์ นางนาที และนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯยืนพูดคุยกัน จังหวะหนึ่งนายอนุทินหยิบพระที่เหน็บในเสื้อออกมาให้นายพิพัฒน์ดู ก่อนนายอนุทินเดินจูงแขนนางนาที พร้อมหันมากล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “นี่ น.นาทีกับ น.หนู ไง และ 1 พ”เสียงวิจารณ์ไม่กระทบการทำงานนายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงการพูดคุยกับนายพิพัฒน์และยังเดินจูงแขนนางนาที เป็นการสยบข่าวความแตกแยกใช่หรือไม่ว่า “วันนี้วันพระครับ” เมื่อถามว่าการยืนยันความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่กลับมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เช่นนี้รู้สึกอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า ไม่รู้สึกอะไร จะบอกว่าขำก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร เดี๋ยวหาว่าไม่รู้สึกรู้สาอะไรอีก เอาเป็นว่า ครม.ทุกคนตั้งใจผลักดันงานต่างๆให้ประเทศ เสียงวิพากษ์วิจารณ์ไม่เคยกระทบการทำงานเลยแต่ละท่านก็ทำงาน เดี๋ยวจะประชุมกับนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ เรื่องไปยึดคืนที่ดินของหลวงที่อุทยานแห่งชาติที่ถูกบุกรุก จะเชิญนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯมาคุยด้วย สิ่งที่น่าเบื่อที่สุดคือพอจะเข้าไปยึดที่ดินจะบอกว่าต้องให้ศาลพิพากษาให้ถึงที่สุดก่อน ต้องใช้เวลา 20 ปี คนทำผิดถอนทุนไปหมดแล้ว ทุกวันนี้เราใช้หลักว่าถ้ามั่นใจว่าเป็นที่ดินของรัฐ เมื่อพิสูจน์ความเป็นเจ้าของได้ ไม่สามารถมีใครเข้ามาบุกรุก ไม่ต้องพิสูจน์สิทธิอะไรทั้งสิ้น ขับไล่ออกไปก่อนก็ทำได้เป็นอย่างดีในหลายจังหวัดโอ่ รบ.ลุยพัฒนาทุกมิติผลงานเพิ่มทุกวันนายอนุทินกล่าวอีกว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ทำงานด้านการต่างประเทศ จนสร้างความมั่นใจต่อนานาประเทศ ทั้งด้านความมั่นคง ความสัมพันธ์ทางการทูต การค้า ถ้าสังเกตหลังกลับจากประเทศจีน สถานทูตจีนประจำประเทศไทยออกมาย้ำเนื้อหาสาระที่ได้พูดคุยกัน ตอกย้ำว่าความร่วมมือต่างๆจะต้องดำเนินต่อไป นายพิพัฒน์ท่านทำงานอยู่ตลอดเวลา ด้านการคมนาคม การสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานต่างๆของประเทศ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ ช่วยเหลืองานตนในฐานะรองนายกฯกำกับดูแลหลายกระทรวง “ทุกอย่างขับเคลื่อนไปได้ด้วยดี ตรงไหนที่มีคำวิพากษ์วิจารณ์เชิงสร้างสรรค์หวังดีกับประเทศ รัฐบาล ประชาชน พวกเราทุกคนไม่ใช่รับฟังอย่างเดียว ยังนำมาปฏิบัติด้วย สิ่งที่เราได้แก้ไขได้รับฟังมาจากผู้ให้คำแนะนำต่างๆทำประเทศไปในทางสร้างสรรค์แบบนี้ดีกว่า บ้านเมืองเรามีกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว ใครไม่พอใจอะไรใช้กระบวนการยุติธรรมตัดสิน อย่าไปใช้ความรู้สึกส่วนตัว อย่าไปใช้บทวิเคราะห์ของตัวเองหรือตามสื่อต่างๆมาตัดสินว่านี่คือสิ่งที่มันกำลังจะเกิดขึ้น ไม่ใช่ หรอก รัฐบาลตอนนี้กำลังเดินหน้าไปพัฒนาทุกมิติได้ด้วยความก้าวหน้า มีผลงานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกวัน” นายอนุทินกล่าวจัดทัพ มท.ใหม่ล้างภาพอื้อฉาวเมื่อถามถึงกระแสข่าวจะรีเซ็ตกระทรวงมหาดไทย เดือน ส.ค.จะเริ่มด้วยการโยกย้ายใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ทุกอย่างอย่าไปบอกว่ารีเซ็ต รีเซ็ตคือให้มันมีผลการดำเนินการ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับกระทรวงมหาดไทยเป็นสิ่งที่น่าเสียใจ ทำให้เกิดความกังวล ความไม่พอใจของประชาชน อย่างกรณีโกง ข้อสอบราชการ หลักเดียวกับที่นายสุชาติไปยึดที่ดินรัฐที่ถูกบุกรุกหลักการเดียวกัน ไม่ต้องพิสูจน์อะไรมากมายหลักฐานมีชัดเจนอยู่แล้ว ตนตั้งใจจะให้ตรวจสอบคู่ขนานกันไปหลายหน่วยงาน ใช้เวลาเพียง 2 สัปดาห์ เราค้นหาเรื่องทุจริต หาผู้เกี่ยวข้อง ออกหมายเรียกหมายจับ ดำเนินคดีทั้งอาญา แพ่งและวินัยทุกอย่างเดินหน้าไปตามครรลอง ใครทําผิด รัฐบาลเร่งปราบปราม และหาวิธีป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก เมื่อถามว่าก็มีการโยกย้ายใหญ่เดือน ส.ค.หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า คําว่าใหญ่หรือเล็กมันแปลว่าอะไร เราโยกย้ายให้ถูกต้องให้เหมาะสมกับงานกับสถานการณ์ บางช่วง ที่อาจเหมาะกับคนนี้ แต่พอพ้นช่วงเวลามา อาจเหมาะกับอีกคนหนึ่ง ผู้บริหารทุกคนต้องประเมิน เมื่อถามว่ายึดหลักอะไรในการโยกย้าย เป็นเรื่องสิงห์แดงสิงห์ดําหรือความสามารถ นายกฯกล่าวว่า ไม่มี รัฐบาลนี้สีแดง ขาว นํ้าเงิน ไม่มีสีอื่นจับตาโยกย้ายใหญ่บิ๊ก มท.65 ตำแหน่งผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงมหาดไทยว่า หลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย มอบนโยบายให้ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยเมื่อ 28 ก.ค. พร้อมประกาศกดปุ่มรีเซ็ตกระทรวงครั้งใหญ่เดือน ส.ค. เพื่อเร่งเดินหน้านโยบายปราบปรามอาชญากรรม ยาเสพติด สถานบันเทิง สถานบริการ การค้ามนุษย์ นอมินีถือหุ้นหรือประกอบธุรกิจแทนต่างชาติ รวมถึงเร่งสะสางขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่นนั้น ภารกิจแรกโยกย้ายข้าราชการระดับสูงครั้งใหญ่ประจำปี เฉพาะแทนผู้เกษียณอายุ และแทนตำแหน่งที่ว่างรวม 65 ตำแหน่ง ตั้งแต่ตำแหน่งรองปลัดกระทรวง ผู้ตรวจราชการกระทรวง อธิบดี รองอธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด (ผวจ.) และรอง ผวจ. เน้นก้าวข้ามสิงห์ดำ-สิงห์แดง” พร้อมวางหลักยึดอาวุโส ประสบการณ์ มีความรู้ความสามารถ โดยนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงฯ เตรียมคัดเลือกและจัดทำบัญชีรายชื่อเสนอต่อ รมว.มหาดไทย นำเสนอต่อ ครม.เพื่อขออนุมัติต่อไปก่อนสิ้นเดือน ก.ย.นี้วางรองปลัด–อธิบดี–ผวจ.เสริมทัพผู้สื่อข่าวรายงานว่า น่าจับตาจะมีข้าราชการระดับสูงเกษียณอายุ 18 ราย ประกอบด้วย 1.นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวง 2.นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน 3.นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง 4.นายณัฐวัชร์ วิริยานภาพรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง 5.นายสมภพ สมิตะสิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวง 6.นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผวจ.ขอนแก่น 7.นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผวจ.ตาก 8.น.ส.ชุติพร เสชัง ผวจ.นครสวรรค์ 9.นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ 10.นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผวจ.ปราจีนบุรี 11.นางพาตีเมาะ สะดียามู ผวจ.ปัตตานี 12.นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผวจ.แพร่ 13.นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ผวจ.ยโสธร 14.นายก้องสกุล จันทราช ผวจ.ยะลา 15.นายปริญญา โพธิสัตย์ ผวจ.สระแก้ว 16.นายนที มนตรีวัต ผวจ.อ่างทอง 17.นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผวจ.อุดรธานี และ 18.นายสมบัติ ไตรศักดิ์ ผวจ.อุทัยธานี รวมถึงตำแหน่งบริหารระดับต้น 24 ตำแหน่ง ทั้งรองอธิบดีกรมโยธาฯ 1 ตำแหน่ง รอง ผวจ. 23 ตำแหน่ง“บังซุป” บี้สอบฮั้ว สว.ส้มตามหน้าที่อีกเรื่อง ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทํางานด้านกฎหมาย สส. พรรค ภท. เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบกรณีฮั้วสว.สีส้ม นายอนุทินกล่าวว่า นายศุภชัยทําหน้าที่ในฐานะที่รับผิดชอบด้านกฎหมาย เป็นหน้าที่ต้องทําความถูกต้องให้เกิดขึ้น ถ้ามันมีคดีความอะไรต่างๆ ขึ้นมาในพรรคที่ท่านรับผิดชอบ ในฐานะสมาชิกพรรคต้องได้รับการปกป้องและชี้แจงในสิ่งที่เป็นความจริงให้ประชาชนได้ทราบ เราเปิดเผยหมดทุกอย่าง รัฐบาลนี้เปิดเผยหมดทุกอย่างอยู่แล้ว ผู้สื่อข่าวยังบอกเลยตนพูดมากเกินไปด้วยซ้ำ เพราะเปิดเผย เมื่อถามย้ำว่าจุดตัดเรื่องนี้อยู่ที่เส้นทางการเงินใช่หรือไม่ ถ้าสุดท้ายพรรคประชาชน (ปชน.) ไม่สามารถเปิดเส้นทางการเงินได้ นายอนุทินกล่าวว่า เวลาคดีอยู่ในกระบวนการ โดยเฉพาะเมื่อตนถูกกล่าวหามีส่วนเกี่ยวข้องในรูปคดี ผู้สื่อข่าวต้องไม่ถามตน เพราะพูดออกไปอาจเสียรูปคดี ไม่เกิดประโยชน์อะไร ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการ ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการยุติธรรม ผ่านองค์กรไหนก็ตาม กระบวนการทั้งหลายเดินหน้าต่อไป เราเคารพกฎหมายเท่านั้น ไม่ต้องไปใส่ร้ายใคร“โกแพ” เผยพ่อจ่อฟ้องท้าส่งหลักฐานนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ว่า กรณีมีการอ้างมีพยานคดีฮั้ว สว.พาดพิงนายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ บิดา ว่า หากเลือก สว.ตามสูตรนี้สำเร็จ ตนจะได้ตำแหน่งในรัฐบาลว่า ง่ายขนาดนั้นเลยหรือ หลังจากนี้คุณพ่อจะไปแจ้งความ เพราะพูดแบบนี้ไม่ยุติธรรมสำหรับตนและคุณพ่อ จะดิสเครดิตทางการเมืองหรือไม่ ไม่ทราบเหตุผลที่สร้างขึ้นมา เมื่อถามว่าฝ่ายค้านระบุว่าหลักฐานที่เปิดมาเพียง 5% ที่เหลืออีก 95% มีจริงหรือไม่หรือแค่พูดขึ้นมาลอยๆ นายวรศิษฎ์กล่าวว่า ต้องไปถามเขา เรื่องนี้ปีกว่าแล้ว ทุกอย่างทำมาเสร็จแล้ว ถ้าหากมีหลักฐานจริง ไม่ต้องเอามาให้ตนหรือให้สื่อ ให้นำไปมอบให้เจ้าหน้าที่ทำงานอยู่แล้ว เมื่อถามว่าคดีฮั้ว สว.เป็นการสร้างวาทกรรมทางการเมืองใช่หรือไม่ นายวรศิษฎ์กล่าวว่า มีคนทำมาตลอดและเรื่องไม่ได้เป็นแบบนั้น“นันทนา” ลั่นไม่กลัวถูกยื่นตรวจสอบน.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว.ให้สัมภาษณ์กรณีนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท.ระบุจะร้องเรียน กกต.ให้ตรวจสอบกลุ่ม สว.ประชาชน มีพฤติกรรมเข้าข่ายฮั้วเลือก สว.ว่า ขอถามกลับนายศุภชัยว่าหากไม่ได้มีความสัมพันธ์กับ สว.สีน้ำเงิน จะเดือดร้อนทำไมหรือมีความสัมพันธ์ผูกพันกันมาตั้งแต่ต้นตามที่มีหลักฐานปรากฏ หากจะถูกยื่นตรวจสอบไม่กลัว ไม่ได้โกงเข้ามา พร้อมรับการตรวจสอบ ในการเลือก สว.ระดับประเทศ วันที่ 27 มิ.ย.67 มีปรากฏการณ์ผิดปกติพบคะแนนเป็นก้อนใหญ่ 70-80 คะแนนเลือกเลขตรงกัน เรียงลำดับเหมือนกัน ขณะที่ผู้สมัคร คนอื่นๆได้เพียง 20-30 คะแนน จากนั้นมีหลักฐานทยอยออกมา ทั้งโพย การจ้างวาน การนัดหมาย การจัดขบวนรถยนต์ เสื้อสีเดียวกันหรือการถือแฟ้มดำ ขณะนี้เริ่มเห็นการกระทำเหมือนหมาหางด้วน พยายามบอกว่าถ้าฉันชั่ว คนอื่นก็ชั่วเหมือนกัน แต่เชื่อว่าประชาชนมีตา เห็นอยู่ว่าหลักฐานการฮั้ว สว.ชัดเจนโต้จัดประชุมแค่แนะนำตัวเปิดเผยเมื่อถามว่ามีการมองว่าผู้สมัคร สว.ประชาชน 300 คน จัดประชุมที่เมืองทองธานี น.ส.นันทนาตอบว่า ไม่มีอะไรหลบซ่อน เพราะมีเจ้าหน้าที่สำนักงาน กกต. สื่อมวลชนไปสังเกตการณ์ ประชาชนรับรู้มาตั้งแต่ต้นว่าเป็นการเปิดพื้นที่ให้ผู้สมัครมาแนะนำตัว แสดงแนวคิดการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะ กกต.ไม่จัดทำระบบแนะนำตัวกลางให้ ผู้สมัครที่มีอุดมการณ์เรื่องแก้รัฐธรรมนูญจึงนัดหมายมาเจอกัน เพื่อแนะนำตัวอย่างเปิดเผย ค่าใช้จ่ายจัดกิจกรรม ค่าเช่าสถานที่ ลงขันกันจ่าย ไม่มีการแจกอาหาร น้ำดื่ม การตั้งข้อสังเกตการตั้งผู้สมัคร สว.เป็นผู้ช่วย สว. ตนตั้งผู้ช่วยสว.ตามกติกาเลือกคนมีความรู้ ความสามารถ มีคุณวุฒิขั้นต่ำปริญญาตรี ไม่ตั้งอดีตผู้สมัคร สว.มาทำหน้าที่ แต่สิ่งที่ต้องตรวจสอบคือกลุ่มคนที่นำอดีตผู้สมัครมาเป็นผู้ช่วย แล้วพบการโอนเงินเดือนคืนกลับไปให้คนบางกลุ่มคือ กระบวนการเส้นเงินตอบแทนโหวตเตอร์ เป็นการโกงเลือก สว.อีกรูปแบบหนึ่ง“โรม” โต้เบี่ยงประเด็นเปล่าประโยชน์นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชน. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท.ออกมาพูดเรื่องให้สำนักงานกกต.ตรวจสอบพฤติการณ์ฮั้ว สว.สีส้ม จัดกลุ่มโหวตสว.ปี 67ว่า พรรค ภท.คุมอำนาจรัฐทำได้อยู่แล้ว เราไม่มีปัญหาอะไร แต่ไปพูดว่าเราเกี่ยวข้องต่างๆ พูดลักษณะเบี่ยงประเด็น สังคมจับตาการโกง สว.ที่ดูเหมือนว่าคนพรรค ภท.จะเกี่ยวข้อง การพยายามลากพวกเราไปเกี่ยวด้วยเสียเวลาเปล่า ควรเอาเวลาไป ตอบคำถามนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. และนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.ไอลอว์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ไปกินที่ รร.พูลแมน ไปตอบเรื่องนั้นให้เคลียร์ดีกว่า ไม่ใช่เอาวาทกรรมมาพูดไม่มีประโยชน์อะไร สิ่งที่สังคมควรได้รับจากผู้มีอำนาจคือที่มีการฮั้ว สว. กระบวนการตรวจสอบ กระบวนการทำความจริงให้ปรากฏ แล้วดำเนินการตามพยานหลักฐานที่มี เท่าที่ทราบมีทั้งพยานหลักฐาน คลิปวิดีโอ เส้นทางการเงินต่างๆ จะจับใครได้หรือไม่ การโกง สว.มันจะจบที่การ ฮั้วของกระบวนการยุติธรรม หวังว่าจะไม่เป็นแบบนั้นท้าเปิดชื่อ สส.ปชน.คนไหนเอี่ยวจัดตั้ง สว.เมื่อถามว่านายศุภชัยยกชื่อนายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. มาเชื่อมโยงความสัมพันธ์กับพรรคส้ม นายรังสิมันต์กล่าวว่า ไม่มีข้อเท็จจริงใดว่าคนของพรรค ปชน.ไปเกี่ยวข้องกับจัดตั้ง สว.แน่ๆ ถ้านายศุภชัยเชื่อว่ามี เปิดชื่อระบุมาเลย สส.คนไหนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเลือก สว. ต้องแยกให้ชัดว่าการโกง สว.กับการประชุมแนะนำตัวกัน ไม่เหมือนกัน การโกงคือดูผลคะแนน ล่าสุดมีนักวิชาการท่านหนึ่งโพสต์กลุ่มคะแนนที่ทุจริตแน่ๆ มีกระบวนการทำลักษณะเดียวกันเอาชื่อมากางดู ผลคะแนนที่ได้รับตอบได้แล้ว รวมถึงเส้นทางการเงิน นายศุภชัยชอบคิดว่าคนอื่นเหมือนเขา แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ ตรงกันข้ามสิ่งที่นายยิ่งชีพระบุมาการโกง สว.สีน้ำเงิน เขาระบุชื่อ ได้เลย ใครในพรรค ภท. เกี่ยวบ้าง คุณพูดให้ชัดเลย ใครในพรรค ปชน.เกี่ยวข้องทำลักษณะเดียวกัน อะไรตรงไหน มีเส้นทางการเงินหรือไม่ จัดตั้งใส่เสื้อสีอะไรหรือไม่ เอาให้ชัดดีกว่า อย่ามาพูดปรับเรื่องราวแล้วโยนกลับมาให้พรรค ปชน.ลั่นเส้นเงินไม่โกหกโกง สว.น้ำเงินมีแน่เมื่อถามย้ำว่าถ้านายศุภชัยเอ่ยชื่อ สส.ปชน. พร้อมให้ตรวจสอบเต็มที่ใช่หรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ถ้ามีคนบอกว่าเข้าไปเกี่ยวข้องทางนั้นน่าจะทำแบบเต็มคาราเบลแน่นอน แต่วันนี้ไม่มีพยานหลักฐานอะไรเลย คุณถืออำนาจรัฐ เข้าถึงพยานหลักฐานได้อยู่แล้ว แต่บอกมีภาพหนึ่งมี สว.เทวฤทธิ์ไปร่วมประชุมด้วย ก่อนกล่าวหาว่าเขาทำแบบเดียวกับ สว.น้ำเงินหรือไม่ ต้องดูพยานหลักฐานให้ชัดว่าความแตกต่างระหว่างวงนั้นกับวงน้ำเงินแตกต่างกันอย่างไร วงน้ำเงินทำกันขนาดไหน ข้อมูลต่างๆเห็นกันอยู่ เส้นทางการเงินไม่โกหก ข้อมูลที่ออกมาวันนี้โกง สว.น้ำเงินมีแน่ แต่อยากเห็นกระบวนการยุติธรรมทำงาน ไม่ว่าคนนั้นดำรงตำแหน่งใด จะเป็นรัฐมนตรีหรือนายกฯทุกคนต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ที่น่าสนใจโกง สว.กับโกงสอบท้องถิ่นเหมือนกัน จังหวัดไหนที่มีสว.สีน้ำเงินเยอะๆ จังหวัดนั้นมักจะมีการทุจริตสอบท้องถิ่นเยอะเหมือนกันไม่รู้ทำไม เช่น จ.สตูล จ.บุรีรัมย์ การโกงสอบท้องถิ่นกับโกงสว.สัมพันธ์อย่างไร พรรค ปชน.กำลังติดตามตรวจสอบใกล้ชิด เราจะเปิดข้อมูล และใช้ กมธ.ตรวจสอบเต็มที่“ทวี” เตือน กกต.ศรัทธาทรุดฮวบพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ อดีต รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงคดีฮั้ว สว.ว่า สังคมไทยกำลังจับจ้อง กกต.ประชุมชี้ขาดคดีประวัติศาสตร์ จะมีมติตามกฎหมายเลือก สว.เกี่ยวข้องกรรมการบริหารพรรคการเมือง สส.และ สว.มากกว่า 229 คน เป็นบททดสอบหลักนิติธรรม ความน่าเชื่อถือของ กกต.และความศรัทธาของประชาชนต่อหลักนิติธรรมประเทศ สังคมกังวล สว.138 คนที่ถูกไต่ส่วนคดีทุจริตเลือก สว.เป็นผู้ลงมติเห็นชอบกกต. 5 คนใน 7 คน กกต. 4 คน คือนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ นายณรงค์ รักร้อย นายจิรุตม์ วิศาลจิตร ต่างได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาปัจจุบัน วิญญูชนตั้งคำถามการลงมติเห็นชอบ กกต.จะดำเนินไปโดยปราศจากอคติ หรือความผูกพันทางใจได้เพียงใด แม้ไม่มีการกระทำที่ไม่ชอบเกิดขึ้นความเชื่อมั่นของสาธารณะ ย่อมได้รับผลกระทบจากภาพแห่งความขัดแย้งกันของผลประโยชน์ดังกล่าวทางออกส่งสำนวนร้อนถึงศาลฎีกาพ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ส่วนพฤติการณ์ที่เป็นข้อกังขาของสังคมที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อน ตอบแทนบุญคุณมากกว่าความถูกต้อง และการเอื้อประโยชน์เปิดประตูให้ทำการทุจริต อาทิ การแต่งตั้งอนุกรรมการชุดที่ 36 มาพิจารณายกคำร้อง ทั้งที่อนุกรรมการชุดที่ 26 เป็นผู้ไต่สวนโดยตรง การปรับผลการประเมินเลขาธิการ กกต. จากไม่ผ่านเป็นผ่าน การไม่รับสำนวนการสอบสวนจากดีเอสไอ ทั้งที่มีการกล่าวอ้างว่ามีพยานหลักฐานเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน เป็นประเด็นที่สังคมเรียกร้องให้อธิบายชัดเจนและโปร่งใส เพื่อธำรงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้ง ส่วนกรณีมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าเป็นมาตรฐานทางกฎหมายที่ กกต.ต้องยึดถือ หากมีข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานเบื้องต้นที่ทำให้วิญญูชนเห็นได้อย่างมีเหตุผลว่าน่าเชื่อว่ามีการกระทำความผิดเพียงพอจะส่งเรื่องให้ศาลฎีกาไต่สวนและวินิจฉัยต่อไป ประเด็นสำคัญไม่ใช่จะพิสูจน์ความผิดจนสิ้นข้อสงสัยได้หรือไม่ เป็นหน้าที่ศาลฎีกา ภายใต้ข้อเท็จจริงและข้อกังวลที่เกิดขึ้น ทางออกที่สอดคล้องกับหลักนิติธรรมมากที่สุดคือ กกต.ยื่นคำร้องและส่งสำนวนทั้งหมดให้ศาลฎีกาเป็นผู้ไต่สวนและวินิจฉัยคดี เปิดโอกาสให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ สังคมไทยต้องการคือคำวินิจฉัยที่ยุติธรรมตามความเป็นจริงและกฎหมาย ความไม่ยุติธรรมในกระบวนการเลือกตั้ง คือภัยคุกคามต่อระบอบประชาธิปไตย และหลักนิติธรรมที่นำไปสู่การขัดแย้งแตกแยกในสังคมโดยส่วนรวม“ไอติม” ติง กกต.ไม่ติดใจ “สว.ปราณีต”นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ “เปิดคำวินิจฉัย กกต. คุณสมบัติ สว.ปราณีต เกรัมย์ กลุ่ม 16 จ.บุรีรัมย์ ผู้สมัครเซ็นรับรองข้อมูลคลาดเคลื่อนในใบแนะนำตัว (สว.3) แต่ กกต.ไม่ติดใจ” ว่า คำวินิจฉัย กกต.ที่ 251/2567 คุณสมบัติของนายปราณีต การร้องเรียนส่วนหนึ่งเกิดขึ้นเนื่องจากคุณปราณีตใส่ในใบสมัครและเอกสารข้อมูลแนะนำตัวผู้สมัคร (สว.3) ว่าเป็นนักกีฬาฟุตบอลอาวุโส พ.ศ.2527-2547 แต่พอไปคำนวณจากข้อมูลว่าคุณปราณีตอายุ 61 ปี ตอนลงสมัคร พ.ศ.2567 เท่ากับว่าคุณปราณีตมีอายุ 21-41 ปี ช่วง พ.ศ.2527-2547 ขณะที่ข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทยกำหนดว่า “กีฬาอาวุโส” หมายถึงกีฬาที่ผู้เข้าร่วมแข่งขันมีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป หมายความว่า 1.ไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่คุณปราณีตจะเป็นนักกีฬาอาวุโสตลอดห้วง พ.ศ.2527-2547 ตามใบแนะนำตัว 2.หากประสบการณ์เดียวที่คุณปราณีตใช้อ้างอิงลงสมัคร คือประสบการณ์เป็นนักกีฬาอาวุโส เท่ากับว่าคุณปราณีตมีประสบการณ์เป็นนักกีฬาอาวุโสได้มากสุดเพียงแค่ 6 ปี (ช่วงอายุ 35-41 ปี ใน พ.ศ.2541-2547) จะน้อยกว่าประสบการณ์ 10 ปีที่ผู้สมัครต้องมีงง กกต.รับความคลาดเคลื่อนข้อมูลได้นายพริษฐ์โพสต์ว่า นายปราณีตแก้ประเด็นข้อ 2 ชี้แจงว่ามีประสบการณ์เป็นนักกีฬาฟุตบอลเกิน 10 ปี เริ่มแข่งขันระดับตำบลตั้งแต่อายุ 16 ปี ก่อนถูกคัดเลือกปี 2527 ให้เป็นนักฟุตบอลกองพัน ระหว่างรับราชการทหารยังร่วมแข่งขันฟุตบอลต่อระดับตำบลและอำเภอต่อเนื่องจนถึง 2547 คำวินิจฉัยอ้างถึงการไต่สวนพยานบุคคลอื่นที่ร่วมแข่งขันฟุตบอลกับคุณปราณีต การแก้ประเด็นข้อ 1 มีจุดน่าสงสัย โดยสรุปคุณปราณีตให้การว่า 1. เขาไม่ได้เป็นคนเขียนใบสมัคร และข้อมูลแนะนำตัวเขาด้วยตนเอง แต่ใช้วิธีพูดและขอให้เจ้าหน้าที่เขียนให้ 2.เขายืนยันว่าเขาบอกเจ้าหน้าที่เพียงว่าเขาเป็น “นักฟุตบอลตั้งแต่ พ.ศ.2527-2547” แต่เจ้าหน้าที่ไปเติมคำว่า “อาวุโส” เอง 3.ตอนเซ็นรับรองเอกสารข้อมูลแนะนำตัว (มีคำว่า “นักกีฬาฟุตบอลอาวุโส พ.ศ.2527-2547” อยู่) เขาอ้างว่าเขาไม่ได้เอาแว่นตาไปเลยเซ็นรับรองความถูกต้องไป โดยไม่ได้เห็นว่ามีข้อมูลคลาดเคลื่อน แม้จะมีเจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลมาให้การในฐานะพยานว่าตนเป็นคนเติมคำว่า “อาวุโส” เข้าไปเอง จากการพูดคุยกันกับผู้สมัคร แต่น่าสงสัยที่เจ้าหน้าที่จะเติมข้อความใดๆ เข้าไปเอง หากไม่ได้เป็นความประสงค์ของผู้สมัคร ถึงแม้จะเติมเข้าไปเอง เอกสารดังกล่าวต้องถูกตรวจสอบและลงชื่อรับรองความถูกต้องโดยผู้สมัครอยู่ดี กกต. วินิจฉัยว่าไม่มีการกระทำผิดใดๆ เกิดขึ้นกรณีนี้ และยอมรับได้กับความคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้น ย่อมทำให้สังคมเกิดคำถามต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ยิ่งเมื่อนำมาพิจารณาประกอบกับคำวินิจฉัยอื่นๆ ของ กกต.เรื่องคุณสมบัติ“ธรรมนัส” ปัดไม่มีปฏิญญาโมนาโกช่วงค่ำวันที่ 29 ก.ค. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.)โพสต์คลิปช่วงที่ไปเที่ยวพักผ่อนที่ประเทศฝรั่งเศสและโมนาโกกับครอบครัวผ่านเฟซบุ๊กภายหลังมีกระแสข่าวว่าได้มีการเจรจากับพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่ประเทศโมนาโก เพื่อรวบรวมเสียงสนับสนุนในการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี พร้อมโพสต์ข้อความว่า ตนเดินทางไปพักผ่อนที่ฝรั่งเศสและโมนาโกจริงครับ ไปพักผ่อนกับครอบครัว ไม่มีเรื่องการเมืองครับ ตนไม่ชอบเป็นอีแอบครับ และไม่มีความจำเป็นต้องแอบข้ามน้ำข้ามมหาสมุทรไปเจอท่านทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ถึงโมนาโก ตนคงไม่ต้องไปสาบานที่ไหน แค่เช็กการเดินทางของท่านทักษิณก็รู้ว่าท่านไม่ได้เดินทางไปโมนาโกครับ #ไม่มีปฏิญญา Monacoร.อ.ธรรมนัสเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ตนใช้เวลาปิดสมัยประชุมเดินทางไปพักผ่อนกับภรรยาและลูกๆ เป็นแผนการเดินทางที่วางเอาไว้ล่วงหน้ามาสักพักแล้ว โดยไม่มีการพบปะกับท่านทักษิณแต่อย่างใด“หนู” บอก “แดง–เขียว” รวมเป็นน้ำเงินที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกระแสข่าวมีปฏิญญาแดงเขียวโมนาโก ภายหลังจากที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม บินไปโมนาโกเพื่อพบกับนายทักษิณ ชินวัตร ถือเป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองอะไรหรือไม่ นายกกล่าวว่า แดงเขียวผสมไปผสมมาก็เป็นนํ้าเงินอยู่ดี“สุทิน” ซัด “ไทกร” พูดลอยๆไม่น่าเชื่อถือนายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย แกนนำพรรค พท. ให้สัมภาษณ์กรณีนายไทกร พลสุวรรณ โพสต์เฟซบุ๊กว่า มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองเกี่ยวข้องกับ “ดีลลับแดง-เขียว” อ้างว่ามีการพูดคุยกันที่ประเทศโมนาโก รวบรวมเสียงสนับสนุนเปลี่ยนตัวนายกฯว่า ข่าวที่พูดออกมาเช่นนี้ สถานการณ์การเมืองตอนนี้พรรคร่วมรัฐบาลทำงานด้วยกันไปได้ด้วยดี คงไม่ถึงขั้นที่พรรคไหนจะคิดล้มรัฐบาล เท่าที่เห็นการทำงานยังไม่มีการขัดแข้งขัดขากัน ส่วนตัวไม่เชื่อข้อมูลดังกล่าว เพราะถ้าจะคุยกันจริง ระดับนายทักษิณ ไม่จำเป็นต้อง นัดหมายไปถึงโมนาโก อยู่ กทม.ท่านเรียกใครไปพบไปคุยที่บ้านได้ เท่าที่ทราบตอนนี้นายทักษิณลดบทบาททางการเมืองให้คนที่อยู่ในพรรค พท.ดำเนินการ นายไทกรขยันพูดเรื่องทำนองนี้มาตลอด ที่ผ่านมามีจริงบ้างไม่จริงบ้าง ครั้งนี้หากอยากให้ประชาชนเชื่อถือคำพูด นายไทกรต้องพูดให้ละเอียด มีหลักฐานบ่งชี้มากกว่านี้ เพราะการพูดลอยๆทำให้สังคมสับสน สร้างผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทางการเมือง ไม่เป็นผลดีต่อการขับเคลื่อนประเทศ ทางที่ดีนายไทกรควรพูดแสดงหลักฐานข้อบ่งชี้ให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นต่อไปจะไม่มีคนเชื่อถือผลโกงสอบท้องถิ่นเข้า กสถ.สัปดาห์หน้าเมื่อเวลา 07.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทยกล่าวถึงความคืบหน้าคดีทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่นว่า ข้อมูลเสร็จแล้ว ตัวเลขครบ แต่ต้องให้คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานข้าราชการส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ประชุมหลักการปฏิบัติให้เสร็จเรียบร้อยสัปดาห์หน้า เมื่อถามว่ามีประชาชนสงสัยจำนวนตัวเลขผู้ทุจริตสอบไม่ตรงกัน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีตัวเลขอยู่ 5,960 ราย แต่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) มีตัวเลข 5,925 ราย นายวรศิษฎ์ตอบว่า เท่าที่ทราบคือ 5,925 ราย ตัวเลขไม่ตรงกัน น่าจะมีในส่วนอื่นที่ กสถ.ไม่ได้เห็น แต่มั่นใจทุกอย่างพิสูจน์ได้ มีข้อเท็จจริงให้ดูทั้งหมด เมื่อถามว่าประชุม กสถ.สัปดาห์หน้าจะเพิกถอนข้าราชการทุจริตทั้งหมดเลยหรือไม่ นายวรศิษฎ์กล่าวว่า กระบวนการเมื่อเข้า กสถ. แล้วให้คณะกรรมการกลางข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) รับทราบ และเข้าคณะกรรมการจังหวัดต่อไป ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ไปจัดการต่อ เมื่อถามว่าประชาชนสงสัยเหตุใดยังไม่เพิกถอนข้าราชการทุจริต นายวรศิษฎ์กล่าวว่า ทุกอย่างมีกระบวนการ เราไม่สามารถกระโดดข้ามกระบวนการได้การันตีไม่มีมวยล้มต้มคนดูแน่นายวรศิษฎ์กล่าวว่า ทุกอย่างมีกระบวนการของแต่ละคน แต่ละคณะมีอำนาจแตกต่างกัน ทุกคนต้องทำหน้าที่ อยากให้เวลากับการทำงานด้วย อาจเห็นว่าไม่มีความคืบหน้า แต่ถ้าไปดูความเป็นจริงแต่ละวันคืบหน้าโดยตลอด ทั้ง ป.ป.ช.และตำรวจมีการขยายผล เมื่อถามว่าการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง 5 ข้าราชการ สถ.คืบหน้าถึงไหนแล้ว นายวรศิษฎ์กล่าวว่า กำลังทำอยู่ แต่เราไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายให้เขาทำไป ทราบว่าออกหมายเรียกไปแล้ว เมื่อถามว่าจะขึ้นแบล็กลิสต์ มศวหรือไม่ นายวรศิษฎ์กล่าวว่า ต้องให้อธิบดี สถ.ดูว่าทุกอย่างเรียบร้อยตามข้อตกลงสัญญาหรือไม่ ยืนยันไม่มีมวยล้มต้มคนดูแน่นอนย้ายคดี “วิน–ศตพร–จ่าพิชิต” ไปศาลทุจริตผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีตำรวจกองปราบฯ ออกหมายเรียกนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และนายเรืองเดช ศิริกิจ ผอ.สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหา วิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ รวมทั้งผู้ที่แก้ข้อสอบในบ้าน อ.บางใหญ่ นนทบุรี 11 ราย วันที่ 31 ก.ค.พนักงานสอบสวนกองปราบฯจะเข้าไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แจ้งข้อหาสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ประกอบมาตรา 157 ต้องระวางโทษ 2 ใน 3 ส่วนของโทษที่กำหนดไว้ สำหรับความผิดนั้นเพิ่มกับนายวิน ธนพชรโภคิน หรือวิน ที่ปรึกษา ผอ.สำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ น.ส.ศตพร ธนพชรโภคิน น้องสาวนายวินและ จ.ส.ต.พิชิต ทั้งพรม หรือจ่าพิชิต ผอ.กองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ เนื่องจากกระทำความผิดร่วมกับพนักงานของรัฐ หลังแจ้งข้อหาเสร็จสิ้นขั้นตอนต่อไปต้องย้ายผู้ต้องหาทั้ง 3 รายจากอำนาจศาลอาญา มาเป็นการดำเนินคดีที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบแทน จะรวมทั้งนายธรุตม์และนายเรืองเดชที่ถูกแจ้ง 7 ข้อหาหนักกับผู้ต้องหาทั้ง 11 ราย ที่ต้องถูกแจ้งเพิ่มข้อหาสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ต้องถูกแจ้งข้อหาด้วย เมื่อเสร็จสิ้นแล้วพนักงานสอบสวนกองปราบฯต้องนำสำนวนส่งให้ ป.ป.ช.ดำเนินการตามกฎหมายอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่