วิกฤติคอร์รัปชันไทยที่เคยดิ่งเหว รั้งอันดับ 116 ของโลก กำลังถูกท้าทายด้วยปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในวันต่อต้านคอร์รัปชันประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “โกงได้...แก้ได้” หลักปฏิบัติ “ไม่รับ ไม่จ่าย ไม่โกง ไม่เงียบ” เป็นแนวคิด สำคัญที่ ดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เสนอไว้เพื่อเชิญชวนให้คนไทยทุกคนร่วมกันทำให้การโกงเกิดขึ้นได้ยากขึ้นในสังคม เริ่มจาก...ไม่รับ (สำหรับเจ้าหน้าที่รัฐและผู้มีอำนาจ)มุ่งเน้นไปที่ข้าราชการ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่มีอำนาจในการอนุญาต ตรวจสอบ หรืออนุมัติงบประมาณ ต้องไม่รับสินบน ค่าน้ำร้อนน้ำชา หรือผลประโยชน์ทับซ้อนทุกรูปแบบตัวอย่างการป้องกันการรับสินบน เช่น กทม. กำหนดให้เจ้าหน้าที่เทศกิจรับชำระค่าปรับผ่าน QR Code เข้าบัญชีคลังโดยตรง ห้ามรับเงินสดจากประชาชนเด็ดขาด เพื่อตัดช่องทางไม่ให้เกิดการเรียกรับเงินสอง...ไม่จ่าย (สำหรับภาคเอกชนและประชาชน) ภาคธุรกิจเอกชนกว่า 2,000 บริษัท นำโดย กกร.ประกาศจุดยืนร่วมกันว่าจะ “หยุดจ่าย/ไม่จ่าย” สินบน เพราะตราบใดที่ภาคเอกชนปฏิเสธการจ่าย วงจรการรับสินบนของเจ้าหน้าที่ก็จะจบลงทั้งยัง...มีการขับเคลื่อนขนานไปกับการเร่งปรับปรุงกฎหมายรอง (กฎกระทรวงและประกาศกรม) และใช้ระบบดิจิทัล เปิดเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐ ปิดช่องโหว่การเรียกรับสินบน และสร้างความชอบธรรมให้แก่ผู้ประกอบการที่ทำถูกต้องสาม...ไม่โกง (สำหรับทุกคนในสังคม) ละเว้นและปฏิเสธ พฤติกรรมการทุจริตในทุกระดับ ตั้งแต่การโกงเชิงนโยบาย การซื้อขายตำแหน่งข้าราชการ และการซื้อเสียงเลือกตั้งปฏิเสธการโกงในกระบวนการทำงาน เช่น การตั้งสเปกกระดาษเทพเพื่อฮั้วประมูลจัดพิมพ์หนังสือเรียน หรือการสวมสิทธิ์รวมหัวกันนำยาหลวงไปเวียนเทียนขายต่อ...มุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจและการทำงานด้วยการแข่งขันที่สุจริตและกติกาที่เป็นธรรม ไม่ใช้วิธีวิ่งเต้นหรือเส้นสายสี่...ไม่เงียบ (สำหรับ Active Citizen และพลังสังคม) เมื่อพบเห็นสิ่งผิดปกติ ความไม่ชอบมาพากล หรือการทุจริต จะต้อง “ไม่เงียบ ไม่เฉย” เพราะการเพิกเฉยเท่ากับการยินยอมและกลายเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมโกง...มีเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ช่วยให้ประชาชนส่งเสียงและแจ้งเบาะแสได้อย่างปลอดภัยเช่น Traffy Fondue (เมนูกรุงเทพโปร่งใส) รับแจ้งเรื่องทุจริตใน กทม. แบบปกปิดตัวตน, ACT AI/แชทฟ้องโกงทันใจ/ เครือข่ายหมาเฝ้าบ้าน เครื่องมือช่วยวิเคราะห์สัญญาจัดซื้อจัดจ้าง สอดส่องพื้นที่ และส่งต่อเบาะแสให้หน่วยงานรัฐเอาผิดคนโกงปักหมุดตอกย้ำ “โกงได้...แก้ได้” เมื่อทุกภาคส่วนและประชาชนตัวเล็กๆออกมารวมพลังส่งสัญญาณเด็ดขาดว่า ประเทศไทยจะไม่ยอมศิโรราบต่อการทุจริตในทุกรูปแบบอีกต่อไปวันต่อต้านคอร์รัปชัน 2569 (6 ก.ย.2569) ปลุกพลังต้านโกง “โกงได้...แก้ได้” ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธาน กกร. เสริมว่า คอร์รัปชันคือ “มะเร็งร้าย” ที่ฉุดให้ดัชนีรับรู้การทุจริต (CPI) ของไทยตกต่ำลงมาอยู่ที่อันดับ 116 และมีเพียง 33 คะแนนซึ่งเอกชนได้ร่วมมือกับกลุ่ม “เพื่อนไม่ทน” และเสนอต่อรัฐบาลจนมีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมรัฐ...เอกชน “ต่อต้านคอร์รัปชัน” ขึ้นหัวใจสำคัญคือการเร่งรัดแก้กฎหมายรอง ทั้งกฎกระทรวงและประกาศกรม ใน 7 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก (7 Thailand) เพื่อลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ พร้อมเชื่อมโยงระบบจัดซื้อจัดจ้างดิจิทัลเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ และรณรงค์ภาคธุรกิจกว่า 2,000 บริษัทร่วมใจ “ไม่จ่ายสินบน” เพื่อตัดวงจรการโกงตั้งแต่ต้นตอขณะที่ รศ.ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปรียบการโกงเป็นเหมือน “ช้างในห้อง” ที่ทุกคนเห็นแต่มักมองข้าม พร้อมระบุว่าต้นตอการทุจริตที่ร้ายแรงที่สุดเริ่มมาจากการแต่งตั้ง การซื้อขายตำแหน่งข้าราชการ และการซื้อเสียงเลือกตั้ง“โกงได้แก้ได้แน่นอน หัวใจคือ ทุกคนต้องมีส่วนร่วม แต่ปัญหาคือประชาชนยังขาดความไว้ใจและศรัทธาในระบบจึงต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้ประชาชนเชื่อและมีความหวัง และก่อนจะแก้ปัญหาได้ต้องเข้าใจถึงระบบนิเวศของการโกงว่ามักอยู่ที่การใช้งบประมาณของหน่วยงาน”โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่มีส่วนในการโกงทุกระดับ ต้นตอของการโกงมาจากการแต่งตั้งโยกย้ายหรือซื้อขายตำแหน่ง รวมถึงการซื้อเสียงเลือกตั้งทำให้ได้คนไม่ดีเข้ามาในระบบ แนวทางการแก้ไขของ กทม.จึงเน้นระบบราชการที่มีประสิทธิภาพ ปรับปรุงระบบลดช่องโหว่ด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้“เราต้องไม่โอนอ่อน ไม่ทนต่อการโกง ห้ามลดโทษ” ชัชชาติกล่าวทิ้งท้ายปลุกพลังต้านโกง “โกงได้...แก้ได้” ทำได้จริงหรือ? เทียบเคียงบทเรียนร้อนระลอกล่า “คดีฮั้ว สว.” ที่พลังประชาชนตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ชอบมาพากลอย่างลงลึกถึงกึ๋นและมีปุจฉาข้อสงสัยตามมาอีกมาก?เสียงระฆังเตือนภัยดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อภาพฝันของการเมืองใสสะอาดถูกท้าทายด้วยความจริงอันเจ็บปวดหรือไม่ คำถามสำคัญมีว่า...ท่ามกลางบรรยากาศการขับเคลื่อนสังคมไทยในช่วงวันต่อต้านคอร์รัปชัน คำขวัญที่ว่า “โกงได้...แก้ได้” ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นธงรบนำใจ ปลุกให้สังคมเลิกพับ “ความสิ้นหวัง” เก็บใส่ลิ้นชัก...แล้วลุกขึ้นมาทวงคืนความถูกต้อง จะต้องเริ่มนับหนึ่งกันใหม่...หรือดูสิ้นหวังอีกหรือเปล่า?บทสรุปสุดท้ายจึงนำไปสู่คำถามคลาสสิกที่สังคมคาใจคือ “โกง”... “แก้ได้จริง” หรือเป็นเพียงวาทกรรมปลอบใจคนไทยให้ตายใจไปวันๆ.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม