“พริษฐ์” ตัดหางปรับกล้าธรรมพ้นวิปฝ่ายค้าน เหตุขัดมติโหวตเห็นชอบงบฯปี 70-จุดยืนไม่ชัดเจนญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เหลือ 5 พรรค ลุยซักฟอกต่อ โฆษก กธ.เมินถูกเขี่ย บอกอยู่ไหนก็ทำงานได้ อย่าเล่นเกมเยอะเกิน “พิพัฒน์” ปัดไม่มีสัญญาณดึงสีเขียวร่วม โฆษก ภท.ลั่นพรรคร่วมยังคงเดิม “ภราดร” มอง 300 เสียงทำงานดีอยู่แล้ว “ยศชนัน” ย้ำภารกิจ พท.ดูแล 5 กระทรวงตามเดิม “ประเสริฐ” นิ่งรัฐบาลยังมั่นคง “หมอตุลย์” บุก กกต.จี้ทบทวนมติฮั้ว สว. “อนุทิน” ถึงนิวยอร์กรอประชุมยูเอ็น จัดคิวพบนักลงทุนชั้นนำ PIMCO-กูเกิล ครม.ไฟเขียวต่อไทยช่วยไทยพลัส 4.3 หมื่นล้าน ครม.ฉลุย “ปิยะ รักสกุล” นั่งอธิบดีดีเอสไอ โอน “ยุทธนา” ตบยุง ที่ทำเนียบ “รุทธพล” ยืนกรานไม่เกี่ยวคดีฮั้ว สว.นายพริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ประธานวิปฝ่ายค้าน ยืนยันปรับพรรคกล้าธรรมออกจากองค์ประกอบของวิปฝ่ายค้าน ย้ำเป็นความเห็นชอบหลังจากหารือร่วมกัน ขณะที่แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลทั้งพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย ส่งสัญญาณ ตรงกันย้ำเสถียรภาพรัฐบาลในขณะนี้มั่นคงดีอยู่แล้ว“พริษฐ์” ปรับ กธ.พ้นวิปฝ่ายค้านเมื่อวันที่ 22 ก.ย. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวพรรคกล้าธรรม (กธ.) เตรียมออกจากฝ่ายค้านว่า ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำหน้าที่ประธานวิปฝ่ายค้าน เน้นย้ำเสมอว่าเราต้องทำงานด้วยความเคารพกัน แม้มีจุดยืนอุดมการณ์หรือแนวนโยบายแตกต่างกันบ้าง แต่จุดร่วมที่ต้องมีร่วมกันคือทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ปกป้องประโยชน์ประชาชน เหตุการณ์ล่าสุดพรรคกล้าธรรมมีมติโหวตเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ขัดกับมติวิปฝ่ายค้าน อีกทั้งยังเกิดคำถามถึงสถานะและเจตนารมณ์ของพรรคกล้าธรรม ในการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล และความไม่ชัดเจนในท่าทีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงมีการหารือร่วมกับตัวแทนวิปของพรรคกล้าธรรม ตกลงร่วมกันที่จะปรับพรรคกล้าธรรมออกจากองค์ประกอบของวิปฝ่ายค้าน เพื่อให้กลไกรัฐสภาทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างแท้จริง แต่ สส.พรรคกล้าธรรมกว่า 50 คน ยังคงมีสิทธิในสภาฯ ที่ไม่เกี่ยวกับการทำงานของฝ่ายค้าน เช่น โควตาการปรึกษาหารือหรืออภิปรายวาระทั่วไปเหลืออยู่ 5 พรรคลุยซักฟอกรัฐบาลนายพริษฐ์กล่าวอีกว่า ได้นำเสนอรายชื่อวิปฝ่ายค้านชุดใหม่ไปยังผู้นำฝ่ายค้าน เสนอต่อประธานรัฐสภา วิปฝ่ายค้านชุดใหม่จะประกอบด้วย 5 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทยสร้างไทย พรรคไทยภักดี พรรคเสรีรวมไทย และเพิ่มพรรคไทยรวมพลังเข้ามา เนื่องจากช่วงหลังลงมติไปในทิศทางเดียวกับฝ่ายค้านมาตลอด ภารกิจสำคัญเฉพาะหน้าคือการเดินหน้ายื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อถามว่าจะถูกมองว่าเป็นการไล่พรรคกล้าธรรมออกหรือไม่ นายพริษฐ์ตอบว่า การลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯเป็นเรื่องสำคัญที่สะท้อนเจตนารมณ์ในการทำหน้าที่ เมื่อนำมาประกอบกับท่าทีการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่พรรคกล้าธรรมยังไม่ชัดเจน จึงค่อนข้างชัดเจนว่าไม่ประสงค์ทำหน้าที่ฝ่ายค้าน การปรับออกก็เป็นการตกลงร่วมกันระหว่างทั้งสองฝ่ายปชน.สวนเดือด “หนู” บุญใกล้หมดผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลัง น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ว่า “ขยันเล่นเฟซบุ๊ก อ่านทุกโพสต์ แต่ไม่อ่านกฎหมายก่อนเซ็น ว่างขนาดนี้รบกวนมาตอบกระทู้ที่สภาฯให้เป็นบุญตาหน่อย” แต่ปรากฏนายอนุทินเข้ามาตอบคอมเมนต์โต้ว่า “รอให้บุญถึงก่อนนะครับ” ล่าสุด น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ โฆษกพรรค ปชน.แชร์โพสต์ดังกล่าวพร้อมระบุว่า “แต่บุญท่านใกล้หมดแล้วนะ”ขณะที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “อยากเตือน คุณอนุทินว่าพฤติกรรมต่อปากต่อคำแบบนี้ ไม่เหมาะที่จะประพฤติต่อผู้มีพระคุณ ผู้มีพระคุณเขาเรียกในฐานะผู้ที่เคยรับบุญคุณก็ควรเดินกุมมือมาให้ใช้ เขาเรียกก็ต้องขาน เขาวานก็ต้องมา อยากให้คุณอนุทินคิดถึงวันที่ตัวเองเอาสิบนิ้วประนมไหว้ประหลกๆ พร่ำบอกแต่คำว่าขอบคุณๆ ก้มหัวเสียจนปลายจมูกชนซิปกางเกง นิมิตฺตํ สาธุรูปานํ กตญฺญูกตเวทิตา ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดี คราวหน้าคราวหลังอย่าทำแบบนี้กับผู้มีพระคุณอีก ด้วยความหวังดีจากผู้มีพระคุณต่อพรรค ภท.”กธ.เมินถูกเขี่ยอยู่ไหนก็ทำงานได้นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา โฆษกพรรคกล้าธรรม กล่าวว่า พรรค กธ.เข้าใจอำนาจการตัดสินใจเรื่ององค์ประกอบและการทำงานของวิปฝ่ายค้าน อยู่ที่ประธานวิปฝ่ายค้าน และเคารพกระบวนการดังกล่าว ตลอดเวลาที่ผ่านมาพรรคทำงานร่วมกับวิปฝ่ายค้านตรงไปตรงมา แม้บางเรื่องเห็นไม่ตรงกัน แต่ก็ให้ความร่วมมือมาตลอด จุดยืนพรรค กธ.คือทำงานแก้ไขปัญหาประชาชนผ่านกระบวนการรัฐสภา พรรคมีความเป็นตัวของตัวเอง การลงมติแต่ละครั้งพิจารณาจากเนื้อหาและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประเทศและประชาชนเป็นสำคัญ และการลงมติรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 70 ไม่ได้อยู่ที่ว่าพรรคจะโหวตอย่างไร แต่ต้องมองหากกฎหมายงบฯเกิดปัญหาจนไม่สามารถบังคับใช้ได้ตามกรอบเวลา ย่อมกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดินและการจัดสรรงบฯเพื่อแก้ไขปัญหาประชาชน หลังการโหวตประธานวิปฝ่ายค้านได้มาพูดคุยและแสดงความไม่สบายใจ แต่ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายใด สส.พรรคกล้าธรรมยังคงทำหน้าที่ตัวแทนของพี่น้องประชาชนต่อไปอย่าเล่นเกมการเมืองเยอะเกินนายปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร สส.นครนายก พรรคกล้าธรรม วิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ตลอดการทำงานของพรรคเราค้านแบบมีศักดิ์ศรีมีเหตุมีผล ให้ความร่วมมือกับพรรคฝ่ายค้านมาตลอด แต่หากร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 70 ไม่ผ่านสภา ประชาชนจะอยู่อย่างไร การทำหน้าที่ สส.ไม่ควรถูกมองเพียงว่าใครอยู่ฝ่ายไหน แต่ควรพิจารณาว่ากำลังคิดถึงประชาชนมากแค่ไหน ไม่ใช่ค้านแบบหัวชนฝาแล้วเอาประชาชนมาเป็นตัวประกันแบบนี้ พวกเรากล้าธรรมไม่เอา อย่าเล่นเกมการเมืองเยอะเกินไป“ธรรมนัส” อยู่ที่ญี่ปุ่นดูแลนักกีฬาสำหรับความเคลื่อนไหวของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ทีมงานพรรคได้แจ้งลงกลุ่มไลน์สื่อมวลชนพรรคกล้าธรรม ว่าขณะนี้ ร.อ.ธรรมนัส ในฐานะนายกสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย อยู่ระหว่างดูแลนักกีฬาไทยที่ไปแข่งขันในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่ประเทศญี่ปุ่น“พิพัฒน์” ไม่มีสัญญาณดึงสีเขียวด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม แกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ว่า กรณีพรรคกล้าธรรมถูกปรับออกจากวิปฝ่ายค้าน และมีกระแสข่าวเข้าร่วมรัฐบาล คงต้องไปถามนายกฯเพียงคนเดียว ไม่สามารถตอบอะไรได้ เมื่อถามว่ามีสัญญาณเป็นไปได้หรือไม่ นายพิพัฒน์ตอบว่า ยังไม่มีข้อสั่งการอะไร หรือดำริจากนายกฯ เมื่อถามว่าจำนวนเสียงรัฐบาลที่มีอยู่ขณะนี้ จำเป็นต้องดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมหรือไม่ นายพิพัฒน์ตอบว่า รัฐบาลเพิ่งทำงานมา 6 เดือน เรื่อง ละเอียดอ่อนเช่นนี้ขอให้ผู้บริหารพรรคหรือนายกฯเป็นผู้ตัดสินใจ ในฐานะรัฐบาลเรายังทำงานร่วมกันได้ดีไม่มีข้อขัดแย้ง ทุกอย่างเดินไปได้สบาย ระหว่าง 2 พรรคผู้ใหญ่หารือกันตลอด การมีข่าวร่วมรัฐบาลเป็นเรื่องปกติ มีการคุยกันและหารือกันตลอด“ภราดร” ยัน 300 เสียงทำงานดีแล้วนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนัก นายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรค ภท. กล่าวว่า รัฐบาล ดำเนินงานภายใต้ 300 เสียง ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี เมื่อถามว่ามีโอกาสที่พรรคกล้าธรรมจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายภราดรตอบว่า ไม่ทราบ ยังไม่ทราบหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม มีการเจรจาตกลงหรือพูดคุยใดๆหรือไม่“ท็อป” โยน แล้วแต่นายกฯตัดสินใจนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม แกนนำพรรค ภท. กล่าวว่า เรื่องร่วมรัฐบาลเป็นเรื่องของแกนนำพรรคที่ผู้ใหญ่จะพูดคุยกัน ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นคนตัดสินใจดีกว่า เราคือส่วนหนึ่งของพรรคจะทำอะไรต้องทำในนามพรรค แล้วแต่หัวหน้าพรรค ยังไม่เคยได้ยินผู้ใหญ่ในพรรคคุยกันถึงเรื่องนี้ ต้องให้เกิดเหตุการณ์ก่อนจึงจะบอกได้ การคาดเดาเป็นการตีตนไปก่อนไข้ ข่าวการเมืองก็มีการปล่อยทุกวันเป็นเรื่องปกติ“ยศชนัน” ย้ำภารกิจดูแล 5 กระทรวงนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรค พท.ยังคงทำเต็มที่กับสิ่งที่เคยพูดคุยตอนเข้าร่วมรัฐบาล 5 กระทรวงที่เรารับผิดชอบเกี่ยวกับการพัฒนาทุนมนุษย์ และเกษตร ยังไม่มีสัญญาณอะไร ยังตั้งใจทำงานต้องยึดกับสิ่งที่ได้รับมอบหมาย เมื่อถามว่าถ้าพรรค กธ.เข้ามาร่วมรัฐบาลจริง เก้าอี้รัฐมนตรีต้องถูกหารไปด้วยรับได้หรือไม่ นายยศชนันตอบว่า การจัด ครม.เป็นอำนาจนายกฯโดยตรง ตอนนี้เราก็อยู่ได้มองรัฐบาลยังมีความมั่นคงอยู่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เป็นเรื่องภายในของพรรค กธ.ในการทำงานร่วมกับพรรคฝ่ายค้าน ได้ข่าวว่ามีการพูดคุยกับผู้นำฝ่ายค้านระดับหนึ่งแล้ว ความจริงพรรค กธ.มีบทบาทที่ตัวเองสามารถดำเนินการได้ ในฐานะพรรค พท.เราไม่เข้าไปก้าวก่าย เมื่อถามว่าน่าจะเป็นผลดีกับรัฐบาลหรือไม่ นายประเสริฐตอบว่า รัฐบาลมีความมั่นคงอยู่โฆษก ภท.ลั่นพรรคร่วมยังคงเดิมที่พรรคภูมิใจไทย น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงภายหลังประชุม สส.ประจำสัปดาห์ว่า พูดคุยถึงสถานการณ์การเมือง เช่น วาระประชุมสภาผู้แทนราษฎร ส่วนเรื่องพรรคกล้าธรรมขอไม่ก้าวล่วง เพราะเพิ่งทราบจากข่าว ในที่ประชุมแค่คุยกันว่ากระแสข่าวที่เกิดมาจากไหน เรามองว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาของพรรคร่วมฝ่ายค้านมากกว่า ตอนนี้เรามีพรรคร่วมรัฐบาลเท่าที่เห็น เมื่อถามย้ำว่าพรรคกล้าธรรมไม่ได้อยู่ในฝ่ายค้านแล้ว ภูมิใจไทยจะปิดกั้นการทำงานกับกล้าธรรมหรือไม่ นางสาวแนนตอบว่า ทุกพรรคในสภาทำงานร่วมกัน ทุกวันนี้วิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านพูดคุยกันตลอดอยู่แล้ว จะไปพูดว่าเราปิดประตูคนนั้นปิดประตูคนนี้คงไม่ใช่ ย้ำว่า ณ ตอนนี้ทุกพรรคทำงานด้วยกันเหมือนเดิม เพียงแต่ว่าแต่ละพรรคอยู่ในสถานะใดในสภา ขณะนี้ ยืนยันว่าพรรคร่วมรัฐบาลยังคงเดิมตามที่เคยประกาศไว้“ตุลย์” บุก กกต.จี้ทบทวนมติฮั้ว สว.ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ เข้ายื่นหนังสือเรียกร้องให้กกต.จัดประชุมพิจารณาลงมติสำนวนคดีในการทุจริตเลือก สว.อีกครั้ง ตามข้อเสนอของคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คนต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ให้ครบถ้วนตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.มาตรา 62 และดำเนินคดีต่อพยานเลขที่ 16/26, 21/26 และ 22/26 ที่กลับคำทั้ง 3 คนให้ถูกต้องตามกฎหมาย นพ.ตุลย์กล่าวว่า การที่ กกต.มีมติสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาเพียง 77 คน ถือว่ายังดำเนินการไม่ครบถ้วนมติเอกฉันท์ยกคำร้อง 108 ผู้สมัคร สว.วันเดียวกัน สำนักงาน กกต.ออกเอกสารข่าวเผยแพร่มติที่ประชุม กกต.เมื่อวันที่ 21 ก.ย. สำนวนการไต่สวนการเลือก สว.กรณีผู้มีสิทธิเลือกระดับจังหวัดกรุงเทพฯ กลุ่มที่ 9 จำนวน 108 คน มีมติเอกฉันท์ยกคำร้อง 2 ข้อกล่าวหา คือ ข้อกล่าวหาที่ 1 กรณีไม่เลือกตนเอง ปรากฏจากผลการนับคะแนนว่ามีผู้ได้ 0 คะแนนเป็นจำนวนมาก และข้อกล่าวหาที่ 2 ไม่ได้เป็นผู้ประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม ตามที่ กกต.กำหนดคุณสมบัติไว้ แต่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างมากกว่า ต้องไปสมัครในกลุ่มที่ 7 กลุ่มพนักงานหรือกลุ่มลูกจ้าง หรือกลุ่มที่ 20 กลุ่มอื่น“อนุทิน” ถึงนิวยอร์กรอประชุมยูเอ็น เมื่อเวลา 02.00 น.วันที่ 22 ก.ย. (ตามเวลาประเทศไทย) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กเป็นภาพขณะเดินทางถึงสหรัฐอเมริกา ระบุข้อความภาษาอังกฤษว่า “Arrived safely in New York for a UNGA mission at United Nations and to conduct Thailand Roadshow with SET for potential investors and financial institutions until Friday.” แปลได้ว่า “เดินทางถึงนครนิวยอร์กอย่างปลอดภัยแล้ว เพื่อปฏิบัติภารกิจในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA81) รวมถึงร่วมกับตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในการจัดกิจกรรม Thailand Roadshow เพื่อนำเสนอข้อมูลแก่ผู้ลงทุนศักยภาพและสถาบันการเงินต่างๆ ไปจนถึงวันศุกร์นี้” ต่อมานายอนุทินยังโพสต์เพิ่มเติมเป็นภาษาอังกฤษว่า “If I can make it there, I’ll make it anywhere” เพื่อสื่อความหมายว่า “ถ้าฉันประสบความสำเร็จ (หรือเอาตัวรอด) ในเมืองที่ยากและแข่งขันสูงอย่างนิวยอร์กได้ ฉันก็สามารถประสบความสำเร็จได้ทุกแห่งในโลก” เป็นท่อนหนึ่งจากเพลงชื่อดังระดับโลก “Theme from New York, New York” หรือ New York, New York ขับร้องโดย Frank Sinatraจัดคิวพบนักลงทุนชั้นนำ PIMCO–กูเกิลต่อมาเวลา 14.00 น.วันที่ 21 ก.ย. (ตามเวลา ท้องถิ่น นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ช้ากว่าไทย 11 ชั่วโมง) นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯนำคณะถึงท่าอากาศยานนานาชาติ จอห์น เอฟ เคเนดี้ นครนิวยอร์ก เพื่อเตรียมเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 ในวันที่ 22 ก.ย. จะเป็นพิธีเปิดการประชุมอย่างเป็นทางการ โดยประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาขึ้นกล่าวในพิธีเปิด มีผู้นำประเทศต่างๆ เข้าร่วม ถือเป็นการเข้าร่วมประชุมครั้งแรกของนายอนุทินที่พร้อมจะนำเสนอจุดแข็งของประเทศไทย ทั้งนี้ นายอนุทินยังมีโอกาสหารือกับนาง Rebeca Grynspan ผู้สมัครชิงตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติ จากคอสตาริกา และพบนักลงทุนบริษัทชั้นนำของสหรัฐฯ ได้แก่ Bank of America, Pacific Investment Management Company หรือ PIMCO (พิมโก้) บริษัทด้านการลงทุน รวมถึงมีกำหนดพบผู้บริหารกูเกิล เพื่อขยายโอกาสการลงทุน รวมทั้งถ่ายทอดเทคโนโลยี แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านไปอยู่ยุคเศรษฐกิจใหม่ครม.ไฟเขียวต่อไทยช่วยไทยพลัสเวลา 10.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อมานายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง แถลงว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” และโครงการ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ออกไปอีก 2 เดือน ครอบคลุมเดือน ต.ค.-พ.ย. สาเหตุหลักมาจากการปะทุระลอกใหม่วิกฤติสงครามตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบรุนแรงต่อราคาพลังงานในตลาดโลก รัฐบาลมีความจำเป็นเร่งด่วนต้องออกมาตรการมาพยุงกำลังซื้อของประชาชน ใช้งบประมาณ 4.3 หมื่นล้านบาท ดึงมาจากวงเงินที่เหลืออยู่กว่า 4.4 หมื่นล้านบาท ของโครงการกู้เงิน 2 แสนล้านบาทแรก แบ่งการช่วยเหลือออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้รับการเติมเงินเพิ่มให้อีก 700 บาท จากเดิมที่ได้รับอยู่ 300 บาท รวมเป็น 1,000 บาท และกลุ่มผู้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส ได้รับวงเงินช่วยเหลือ 1,000 บาท เพื่อให้สามารถใช้สิทธิ์ต่อเนื่องได้อีก 2 เดือน“ปิยะ รักสกุล” ฉลุยนั่งอธิบดีดีเอสไอน.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่าที่ประชุม ครม.มีมติอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง ตามที่ รมว.ยุติธรรมเสนอ 6 ราย ได้แก่ 1.นางธารินี แสงสว่าง เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง 2.น.ส.นันทรัศมิ์ เทพดลไชย เป็นรองปลัดกระทรวง 3.พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล รองปลัดกระทรวง 4.นายโกมล พรมเพ็ง ผู้ตรวจราชการ 5.พ.ต.ท.พงษ์ธร ธัญญสิริ เป็นอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และ 6.ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล เป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำหรับ ร.ต.อ.ปิยะเป็นอธิบดีกรมคุมประพฤติ ถือเป็นลูกหม้อดีเอสไอเคยเป็นรองอธิบดีดีเอสไอ และเคยอยู่ในคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 คดีฮั้วเลือก สว.โอน “ยุทธนา” มาตบยุงที่ทำเนียบน.ส.ลลิดาแถลงต่อว่า ครม.ยังมีมติอนุมัติแต่งตั้งตามที่นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯปฏิบัติราชการแทนนายกฯในส่วนของสำนักงานปลัดสำนักนายกฯเสนอรับโอน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกฯ ทั้งนายกฯเห็นชอบด้วยแล้ว พ.ต.ต.ยุทธนาขึ้นมาเป็นอธิบดีดีเอสไอในรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ ในช่วงที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เป็น รมว.ยุติธรรม“รุทธพล” ยืนกรานไม่เกี่ยวคดีฮั้ว สว.พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่าการโยกย้าย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ จากอธิบดีดีเอสไอ ไปเป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ เทียบเท่าซี 11 หรือเทียบเท่าปลัดกระทรวง ถือเป็นระดับที่สูงขึ้น เมื่อถามว่ามีเรื่องเกี่ยวกับการเมืองหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพลตอบว่า ไม่มี เป็นการเลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้น ไม่น่าจะเกี่ยวกับเรื่องฮั้ว สว. เป็นเรื่องของปลัดกระทรวงที่ต้องพิจารณาตามความเหมาะสม การโยกย้ายครั้งนี้ไม่ใช่การล้างบางขั้วเดิมในดีเอสไอขู่ขอตัว 2 สส.พรรคส้มจากสภาฯพล.ต.ท.รุทธพลยังกล่าวถึงความคืบหน้าการออกหมายเรียกครั้งที่ 3 นายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ในฐานะพยานกรณีการถือครองอสังหาริมทรัพย์และการใช้คนไทยเป็นนอมินีให้กับต่างชาติในพื้นที่ภูเก็ตว่า เป็นความประสงค์ของนายสมชาติที่จะเข้าพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 28 ก.ย.นี้ เชื่อว่าคงมา แต่หากไม่มาต้องไปแจ้งความ สน.ทุ่งสองห้อง ในข้อหาขัดหมายเรียก หากมีหลักฐานที่เชื่อได้ว่ากระทำความผิดจริง อาจต้องทำเรื่องถึงสภาผู้แทนราษฎรในการขอตัวเพื่อแจ้งข้อหา เมื่อถามถึงคดี Forex-3D ที่ดีเอสไอเตรียมสรุปฟ้องภายในสัปดาห์นี้ ที่ทางอัยการต้องนำตัวนายภาวุธ พงษ์วิทยาภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ศิลปินชื่อดัง ไปสั่งฟ้องว่าอธิบดีดีเอสไอลงนามส่งสำนวนให้อัยการ และจะนัดนำตัวผู้ต้องหาไปส่งอัยการ อัยการจะรับสำนวนว่าจะได้ประกันตัวหรือปล่อยตัวชั่วคราวหรือไม่ เป็นไปตามระเบียบของอัยการทวงยิกร่างแก้ไข รธน.จากไอลอว์ที่รัฐสภา นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย รองประธานกรรมการกลั่นกรองและยกร่างกฎหมายพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสเรียกร้องให้พรรคภูมิใจไทยเร่งจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ตามผลประชามติว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทยถูกบรรจุเข้าวาระการประชุมรัฐสภาแล้ว แต่ประธานวิปฝ่ายค้านกับประธานวิปรัฐบาลอยากให้รอร่างแก้รัฐธรรมนูญภาคประชาชน ที่กำลังริเริ่มการเข้าชื่อ เพื่อให้ร่างแก้รัฐธรรมนูญทั้งหมดถูกพิจารณาในคราวเดียวกัน ขณะนี้ภาคประชาชนได้ชื่อเกิน 1 แสนเสียงแล้ว แต่ร่างรัฐธรรมนูญภาคประชาชนที่ไอลอว์ดูแลขณะนี้ไปอยู่ไหน ได้รายชื่อครบแล้วให้เสนอรัฐสภาเลย รวมถึงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของฝ่ายค้านด้วย จะรอให้ได้เปรียบแล้วยื่นไม่ได้ อย่าเดินการเมืองซับซ้อนอ้างประชาชน ขอให้นับเวลาด้วย เวลาที่มีล่อแหลมแล้ว ส่วนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจากพรรคอื่น ทั้งพรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ ยังไม่เสนอต่อประธานรัฐสภา เป้าหมายใหญ่พรรคภูมิใจไทยต้องการยกร่างใหม่ทั้งฉบับกต.ฉะเขมรอย่ามาวุ่นวายกับไทยอีกเรื่อง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีกระทรวงวัฒนธรรม แถลงฝ่ายกัมพูชาเรื่องชุดไทยว่า จริงๆแล้วเราไม่เคยไปยุ่งกับเขา ไม่เคยไปยุ่งกับของของเขา ของประเทศ ไทยก็มีรากฐานของเรา มีประวัติมายาวนาน มีเอกลักษณ์ของเรา มองว่าการที่กัมพูชาเอาภาพของไทยไปใช้บนเวทีมิสยูนิเวิร์ส เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม เขาก็มีของเขา เขาไม่น่ามายุ่งกับของของเรา เมื่อถามว่ากระทรวงวัฒนธรรมพยายามไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางความสัมพันธ์ด้านการทูต นายสีหศักดิ์ตอบว่า เราก็ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือทำไมต้องมาสร้างปัญหาเหล่านี้ บางเรื่องไม่ควรต้องมีปัญหากัน เมื่อถามว่าหลังจากนี้หากกัมพูชายังไม่มีการแสดงท่าทีชี้แจงหรือออกมาขอโทษ จะดำเนินการอย่างไร นายสีหศักดิ์ตอบว่า กระทรวงวัฒนธรรมได้ชี้แจงไปแล้วว่าเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง เอารูปของเราไปใช้ หากมีอะไรที่กระทรวงการต่างประเทศช่วยได้ก็พร้อมยึดทรัพย์ “หมอบุญ–ชนนพัฒฐ์” เพิ่มที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีการแถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 8/2569 มีนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. เป็นกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการฯมีมติให้ดำเนินการกับทรัพย์สินในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ การพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความผิดมูลฐานอื่น โดยยึดและอายัดทรัพย์สิน 39 รายคดี ทรัพย์สิน 918 รายการ พร้อมดอกผล มูลค่า ประมาณ 1,902 ล้านบาท มีรายคดีที่น่าสนใจ อาทิ คดี นพ.บุญวนาสิน หรือ“หมอบุญ” กับพวก ความผิดฉ้อโกงประชาชน การพิจารณาครั้งนี้คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สิน (เพิ่มเติม) จำนวน 286 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 1,799 ล้านบาท ขณะที่คดีกลุ่มบุคคลร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว กับพวก) ที่ยึดและอายัดทรัพย์สินไว้แล้ว 2 ครั้ง รวมมูลค่าประมาณ 170 ล้านบาท คณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน (เพิ่มเติม) จำนวน 16 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 13 ล้านบาทอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่