พายุคลื่นลมแรงซัดเรือประมงแสมสารล่มกลางทะเลอ่าวไทย ลูกเรือตายหมู่ 6 ศพจมหายไปกับเรือ รอด 16 ชีวิตลอยคอในทะเลมีเรือประมงลำอื่นมาช่วยไว้ได้ กองทัพเรือส่งเรือตรวจการณ์ เฮลิคอปเตอร์ พร้อมทีมกู้ภัยไปงมศพไต๋เรือขึ้นมาได้ ส่วนอีก 5 ศพยังติดอยู่ในเรือ ขณะที่หลายพื้นที่ทั่วไทยยังเผชิญสถานการณ์ฝนตกน้ำท่วม ระทึกน้ำป่าเขาใหญ่ซัดถล่มเช้ามืดกวาดเรียบทั้งลานกางเต็นท์ บ้านริมคลองระเนนระนาด ปราจีนบุรีถนนสาย 304 จมบาดาล น้ำทะลักท่วม รพ.สต.ต้องปิดให้บริการ เขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มระบายน้ำเป็น 1,500 ลบ.ม./วินาที แจ้งเตือน 11 จังหวัดพร้อมรับมือ อุตุฯเตือนทั่วทุกภาคยังเผชิญมรสุมฝนตกหนักต่อเนื่องยาวไปถึง 27 ก.ย.นี้ทุกภาคทั่วไทยยังเผชิญมรสุมฝนตกหนักเกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ เช่นเดียวกับในทะเลก็มีคลื่นลมแรงจนเกิดเหตุสลดเรือประมงถูกคลื่นซัดอับปางสังเวยชีวิตลูกเรือ 6 ศพ เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 22 ก.ย. ศูนย์ปฏิบัติการ ศรชล.ภาค 1 ได้รับการประสานจากกำนัน ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจากเรือหนุมานชัยวารี 998 ว่า เรือประมงอวนดำชื่อ “ส.กาญจนาวารี 888” ถูกพายุซัดจมลงกลางทะเลมีผู้สูญหายจำนวนมาก บริเวณพิกัดละติจูด 11 องศา 56.93 ลิปดาเหนือ ลองจิจูด 100 องศา 50.30 ลิปดาตะวันออก แบริ่ง 194 ระยะทาง 40 ไมล์ทะเลจากยอดเขาแหลมปู่เจ้า ต.สัตหีบ ตั้งแต่ช่วงเวลา 22.00 น.เมื่อคืนที่ผ่านมา ท่ามกลางมรสุมคลื่นลมแรงหลังได้รับแจ้งทัพเรือภาคที่ 1 สั่งการให้เรือ ต.112 ออกไปสนับสนุนการค้นหาผู้สูญหาย พร้อมจัดเฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำแบบที่ 1 (ฮ.ปด.1) ขึ้นบินสนับสนุนการค้นหาทางอากาศ มีเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษและอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลร่วมปฏิบัติภารกิจที่เกิดเหตุพบเรือพลิกคว่ำลอยปริ่มน้ำเห็นหัวเรือโผล่ขึ้นมาพ้นผิวน้ำ จากการสอบถามนายชัชวาล มะเอียง อายุ 45 ปี เจ้าของเรือ เผยว่า เรือประมงอวนดำ ส.กาญจนาวารี 888 มีทั้งหมด 22 คน เป็นคนไทย 2 คนคือนายวิชาญ มะเอียง อายุ 46 ปี ไต๋เรือ และนายจักรกฤษณ์ สุขพงษ์ ช่างเครื่อง ส่วนที่เหลือ 20 คนเป็นลูกเรือชาวเมียนมา เดินทางออกจากท่าเทียบเรือแสมสารไปพร้อมกับเรือประมงลำอื่นรวม 4 ลำ ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 21 ก.ย. พิกัดทําประมงออกจากชายฝั่งแสมสารไปราว 50 ไมล์ทะเล เมื่อถึงจุดเกิดเหตุได้กระจายกันออกไปทําประมงในรัศมีโดยรอบ กระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมาเกิดพายุคลื่นลมแรงซัดจนอับปางลงขณะเรือกำลังทอดสมอฝ่าสู้คลื่นลมหลังเกิดเหตุมีเรือประมงใกล้เคียงเร่งเข้ามาช่วยเหลือ สามารถช่วยชีวิตลูกเรือขึ้นจากทะเลได้ปลอดภัยแล้ว 15 คน ในจำนวนนี้มีนายจักรกฤษณ์ ช่างเครื่องชาวไทยรวมอยู่ด้วย นำทั้งหมดกลับเข้าฝั่งช่องแสมสาร ต่อมามีเรือประมงพบลูกเรือรอดชีวิตลอยคออยู่ในทะเลอีก 1 คน ช่วยขึ้นมาได้ ส่วนที่เหลือ 6 คนคาดว่าเสียชีวิตติดอยู่ในเรือที่จมน้ำ ทีมกู้ภัยนักประดาน้ำลงไปกู้ศพขึ้นมาได้ 1 ศพคือ นายวิชาญ ไต๋เรือชาวไทย นำกลับขึ้นฝั่งท่าเทียบเรือภิรมย์ ต.แสมสาร มอบให้ญาตินํากลับไปประกอบพิธีทางศาสนา ส่วนอีก 5 ศพยังไม่สามารถนำออกมาจากเรือได้เนื่องจากคลื่นลมแรง เจ้าหน้าที่เตรียมแผนการกู้ศพที่ติดอยู่ในเรือขึ้นมาในวันที่ 23 ก.ย.ส่วนสถานการณ์ฝนตกน้ำท่วมหลายพื้นที่ยังน่าเป็นห่วง จ.นครราชสีมา ว่าที่ พ.ต.ณัฐพงศ์ ทองดี รรท.นายอำเภอปากช่อง รับแจ้งจากนายทนงศักดิ์ สินแสนสุข กำนันตำบลหมูสี ว่า มีฝนตกหนักตั้งแต่ ช่วงกลางดึกจนถึงเช้ามืด ทำให้มีน้ำป่าไหลบ่าตามคลองลงมาจากหน่วยพิทักษ์ผากระดาษ ขญ.2 อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เอ่อเข้าท่วมถนนและบ้านเรือนริมคลองหลายหลัง บางจุดเป็นแคมป์คนงาน รวมทั้งในโครงการวนาสวรรค์ ถูกน้ำพัดดินโคลนเข้าไปในบ้าน 5-6 หลัง ส่วนอีกจุดน้ำไหลท่วมถนนและสะพานบริเวณหลังวัดหมูสี ว่าที่ พ.ต.ณัฐพงศ์นำกำลังลงตรวจพื้นที่พร้อมกล่าวว่า ต.หมูสี ฤดูฝนนี้มีปริมาณฝนน้อยมาก ทำให้เขื่อนลำตะคองที่รับน้ำจากอุทยานฯเขาใหญ่ระดับน้ำลดลง 10-20% สู่ขั้นวิกฤติ คืนที่ผ่านมามีฝนตกลงมาอย่างหนักถือเป็นครั้งแรกในรอบปีก็ว่าได้ น้ำป่าถ้าฝนไม่ตกต่อเนื่องน้ำก็จะลดลง สั่งการให้กำนันผู้ใหญ่บ้านเฝ้าตรวจสอบแจ้งเตือนลูกบ้านคอยระวังและเตรียมพร้อมหากเกิดฝนตกหนักขณะที่ลานกางเต็นท์ชื่อดัง Next story cafe & camp khaoyai โพสต์ภาพและข้อความประกาศปิดให้บริการชั่วคราว เนื่องจากขณะนี้พื้นที่เขาใหญ่มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและมีน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ของที่พัก จำเป็นต้องปิดให้บริการชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์น้ำจะคลี่คลายและพื้นที่กลับเข้าสู่สภาวะปลอดภัยสถานการณ์น้ำเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท นายธเนศ ดิษฐปัญญา รรท.รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน ออกประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา ฉบับที่ 4 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด 11 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา ประกอบด้วย จ.อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานครฯ คาดการณ์ว่าในช่วงวันที่ 23-27 ก.ย. จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ อาจส่งผลให้ปริมาณน้ำท่าเพิ่มสูงขึ้นและไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่างเพิ่มเติม กรมชลประทานจำเป็นต้องบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำที่จะเพิ่มขึ้น ในวันนี้ตั้งแต่เวลา 07.00-15.00 น.จะทยอยระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาจาก 1,300 เป็น 1,500 ลบ.ม./ วินาที จะส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 0.75-1.25 เมตร โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่นอกคันกั้นน้ำริมแม่น้ำบริเวณ อ.เสนา อ.ผักไห่ อ.บางบาล อ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางปะอิน อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา อ.วิเศษชัยชาญ และ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง จ.พระนครศรีอยุธยา หลังเขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำเป็น 1,500 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำ และพื้นที่นอกคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้รับผลกระทบ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่หมู่ 2 ต.บ้านกระทุ่ม อ.เสนา เป็นชุมชนแรกๆที่ได้รับผลกระทบ มีน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมชุมชนสูงกว่า 1 เมตร ชาวบ้านต่างขนข้าวของรวมทั้งรถยนต์ รถ จยย.ออกมาไว้ริมถนนและใช้เรือเข้าออกบ้าน นายแสวง ศรีนางแย้ม อายุ 68 ปี ชาวบ้าน เผยว่า ปีนี้น้ำมาช้า เริ่มขึ้น มาได้ 4 วัน แต่บ้านเรายังไงก็ท่วมทุกปีจะมากจะน้อยก็ท่วม ที่อื่นยังขับรถได้แต่ตรงนี้พายเรือกันก่อนอีกแล้ว เจอทุกปีจนชิน ตอนแรกดีใจว่าน้ำจะไม่ท่วมแล้ว แต่ไม่กี่วันก็ไม่รอด เมื่อวานแค่ 30 ซม. วันนี้น้ำขึ้นพรวดมาอีกประมาณ 1 เมตรจ.ปราจีนบุรี เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องตลอดคืน จนรุ่งเช้ามีปริมาณน้ำไหลเอ่อท่วมถนนสาย 304 ช่วงหน้าเขตอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี ถึงหน้าเทศบาลเมืองหนองกี่ ต.หนองกี่ อ.กบินทร์บุรี ระยะทางประมาณ 1 กม. ระดับน้ำสูงเฉลี่ย 20 ซม. ในชั่วโมงเร่งด่วนประชาชนเดินทางไปทำงานด้วยความยากลำบาก รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ การจราจรติดขัด ส่วนพื้นที่ รพ.สต.โคกอุดม ต.หนองกี่ มีน้ำไหลบ่าเข้าท่วมสูง 20-25 ซม. เจ้าหน้าที่ต้องเร่งขนย้ายอุปกรณ์การแพทย์ขึ้นที่สูงพร้อมทั้งปิดให้บริการเป็นการชั่วคราว ต่อมาเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลหนองกี่ ร่วมกับ ปภ.เขต 3 ระดมกำลังไปติดตั้งเครื่องสูบน้ำแรงดันสูงเร่งระบายน้ำที่เอ่อท่วมถนนสาย 304 เนื่องจากส่งผลกระทบต่อผู้ใช้เส้นทางสัญจรระหว่างภาคตะวันออก ไปสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ล่าสุดปริมาณน้ำที่ท่วมผิวจราจรเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนที่ชุมชนตลาดเก่า 100 ปี เทศบาลตำบลกบินทร์บุรี ก็เริ่มมีปริมาณน้ำจากแควหนุมานเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่แล้วจ.ฉะเชิงเทรา ฝนตกตลอดคืนจนมีน้ำไหลบ่าบนถนนใจกลางชุมชนตำบลหนองแหน อ.พนมสารคาม โดยเฉพาะถนนสายหลักย่านเศรษฐกิจการค้า หมู่ 6-7 ก่อนผ่านเข้า สภ.หนองแหน น้ำหลากท่วมสูง 70-100 ซม. รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ เป็นน้ำท่วมสูงในรอบหลายปี นายเกรียงไกร เตียวประเสริฐ นายก อบต.หนองแหน นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เข้าเปิดทางเร่งระบายน้ำพร้อมเผยว่า ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมามีฝนตกหนักต่อเนื่องทำให้ปริมาณน้ำสะสมจากเขาสุวรรณคีรีเกิดเป็นมวลน้ำไหลหลากท่วมสูงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นในรอบหลายปี พบปัญหาคือการทำถนนในซอยต่างๆสูงกว่าถนนสายหลักและทำท่อลอดกลางถนน น้ำไม่มีทางไปจึงผุดออกจากฝาท่อ จะเร่งแก้ปัญหาด่วนกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 23-27 ก.ย.69) ฉบับที่ 3 ระบุว่า ช่วงวันที่ 23-27 ก.ย.69 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออก เฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง จะเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคอื่นๆจะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป ทั้งนี้ เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางจะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพ มหานครและปริมณฑล ตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศไทยตอนบน ขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้นสำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น อ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างและทะเลอันดามันตอนบน มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 23-27 ก.ย.69อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่