เรื่องที่ 53 ในหนังสือเก่า เล่มที่ถูกค้นพบในหีบหนังสือวังจิ่งหยวนกง ในพระราชวังโบราณกรุงปักกิ่ง ไม่ได้ลงวันเดือนปีที่เขียน บอกเพียงว่าหงอิ้งหมิง สมัยราชวงศ์หมิง เขียน ตั้งชื่อเรื่องว่าขึ้นๆลงๆ(สายธารแห่งปัญญา บุญศักดิ์ แสงระวี แปล สำนักพิมพ์ ก.ไก่ พิมพ์ พ.ศ.2535)เมื่อท่านตกฟากเปล่งเสียงร้องอุแว้ออกมา ท่านคงไม่รู้ว่า ช่วงเวลานั้นมารดาท่านวนเวียนอยู่ริมขอบเหวแห่งความเป็นความตาย มหาเศรษฐีผู้มีเงินท่วมหัวทุกคน เป็นกังวลอยู่แต่ว่าจะถูกโจรปล้นการกำเนิดของชีวิต การมีเงินมหาศาล ดูผิวเผินเป็นเรื่องน่ายินดี แต่ก็มีด้านน่าวิตกคนยากจนต้องโอดครวญเพราะความทุกข์ ครั้นเมื่อเขาพอจะเงยหน้าอ้าปากได้ เขาจึงรู้ว่าเพราะการประหยัดมัธยัสถ์ทำให้เขามั่งมี คนบางคนป่วยหนักไปครั้งหนึ่งแล้ว จึงรู้จักถนอมรักษาสุขภาพร่างกายเมื่อเป็นเช่นนี้ ความยากจนกับการเจ็บป่วย ซึ่งควรเป็นเรื่องควรกังวล แต่กลับมีเรื่องที่น่ายินดีอีกด้านหนึ่งนานมาแล้ว ที่ชายแดนมีพ่อเฒ่าคนหนึ่ง ม้าที่เขาเลี้ยงไว้เกิดหายไป แต่พ่อเฒ่ากลับไม่ได้แสดงอาการหนาวร้อน ไม่นานม้าตัวนั้นก็กลับมา นำม้าแข็งแรงอ้วนพีกลับมาอีกหลายตัวเรื่องที่ชาวบ้านๆต่างต้องแสดงอาการดีใจเช่นนี้ แต่พ่อเฒ่าก็ยังเฉยได้...เหมือนเดิมต่อมา ลูกชายซึ่งก็รักม้าชอบขี่ม้า เกิดตกม้าขาหัก เพื่อนบ้านเห็นเค้าพ่อเฒ่าแสดงอาการเสียใจ แต่เมื่อใครไปถาม แกกลับบอก“มันอาจเป็นโชคดีก็ได้”แล้วโชคดีที่ว่า...ก็มีขึ้นในเวลาต่อมา เกิดสงคราม ลูกชายคนบ้านอื่นถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร มีแต่ “ไอ้เป๋” ลูกชายผู้เฒ่า ที่รอดเกณฑ์ และไม่ช้าก็ต้องถือว่า “รอดตาย” เมื่อข่าวเพื่อนบ้านทหารเกณฑ์ตายในการรบหลายคนเพราะฉะนั้น การประกอบซึ่งกันและกันของสุขและทุกข์ เป็นสิ่งที่คนเราคาดคิดไปไม่ถึง จะมีแต่เพียงที่คนเข้าใจและปลงได้ ที่มองความสุข ความทุกข์ ความราบรื่น ความล้มเหลว ไม่แตกต่างอะไรกันเขาจะลืมความดีใจ ความเสียใจ ได้ทุกสถานการณ์หงอิ้งหมิง คนสมัยหมิง ยกตัวอย่าง อิ่นจื่อเหวิน คนแคว้นฉู่ สมัยจั้นกว๋อ เขาเป็นอัครมหาเสนาบดีที่ขึ้นชื่อว่ามีศีลธรรม มีความรอบรู้กว้างไกล เคยเป็นอัครมหาเสนาบดีถึงสามครั้ง ทุกครั้งไม่เคยแสดงท่าวิเศษวิโสเหนือใครทุกครั้งที่ถูกปลด ...อิ่นจื่อเหวินไม่เคยแสดงอาการเสียใจ เสียดายออกมาเลยทุกคนที่รับตำแหน่งแทนเขารู้สึกถึงอารมณ์นี้ของเขาได้ชัด ขณะเขามอบงาน สอนงาน และแนะนำสิ่งที่ควรระวัง สิ่งที่ควรทำหงอิ้งหมิงทิ้งท้ายเรื่องนี้ คนส่วนใหญ่แม้จะฝึกฝนอบรมตนเองมาดีอย่างไรแค่ไหนก็ตาม ในสถานการณ์พลิกผันขึ้นๆลงๆ ตรงหน้ายากที่จะ “นิ่ง” ได้เหมือนอิ่นจื่อเหวินสองเรื่องเล่านี้มีคำสอนสรุปว่า ลูกเกิดแม่อันตราย มั่งมีโจรคอยจ้อง ความยินดีใดไม่มีทุกข์ยากจนก็ควรประหยัด ป่วยก็ควรรักษา ความทุกข์ใดที่ไร้ความยินดี?ผู้รู้แจ้งเท่านั้นที่เห็นความราบรื่นและอุปสรรค์เป็นเช่นเดียวกัน เขาลืมความดีใจและความเสียใจได้อย่างไม่น่าเชื่อ!ผมตั้งใจคัดลอกเรื่องเก่าๆมาบอกต่อคนรุ่นใหม่ คนรุ่นเอไอ ดูเหมือนเขาเรียกลูกเทพ หลานเทพ นี่นา! ถามอะไร! เอไอ บอกได้หมด ยกเว้นเรื่องเดียวที่บอกไม่ได้ จะถูกปลดเมื่อไหร่แน่?กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม