“10 อาหาร” เสี่ยงโรค “พยาธิใบไม้ตับ” ที่ควรระวัง เนื่องจากหากปรุงไม่สุก ก็อาจมีตัวอ่อนของพยาธิปะปนอยู่ หลายเมนูเป็นเมนูฮิตของคนไทยเลยหนึ่ง...“ก้อยปลา” เมนูยอดนิยมที่ใช้ปลาน้ำจืดดิบหรือสุกไม่ทั่วถึง จึงมีความเสี่ยงสูงต่อการได้รับตัวอ่อนพยาธิใบไม้ตับที่ปะปนอยู่ในเนื้อปลาแม้จะคลุกกับมะนาว พริก หรือสมุนไพร ก็ไม่สามารถฆ่าตัวอ่อนพยาธิได้ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานแบบดิบสอง...“ปลาสด” การกินปลาน้ำจืดสดๆ ไม่ว่าจะแล่เป็นชิ้นหรือทำเป็นเมนูดิบ ล้วนเพิ่มความเสี่ยงในการติดพยาธิใบไม้ตับ วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือปรุงปลาให้สุกทั่วถึงก่อนรับประทานทุกครั้งสาม...“ปลาส้ม” แม้ปลาส้มจะผ่านกระบวนการหมัก แต่การหมักเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำลายตัวอ่อนพยาธิใบไม้ตับได้ทั้งหมด หากต้องการรับประทาน ควรนำไปทอดหรือปรุงให้สุกก่อนเสมอสี่...“ปลาจ่อม” ปลาจ่อมเป็นอาหารหมักพื้นบ้านที่หลายคนเข้าใจว่าปลอดภัย แต่ยังมีโอกาสพบตัวอ่อนพยาธิ หากใช้ปลาน้ำจืดที่มีการปนเปื้อน ควรปรุงด้วยความร้อนจนสุกก่อนกิน เพื่อลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ ห้า...“หม่ำปลา” หม่ำปลาที่ทำจากเนื้อปลาหมัก หากรับประทานโดยไม่ผ่านความร้อน อาจยังมีตัวอ่อนพยาธิหลงเหลืออยู่ การนำไปย่างหรือทอดจนสุก จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคพยาธิใบไม้ตับหก...“ปลาหมกไฟ” แม้จะผ่านการย่างหรือหมกไฟ แต่หากใช้ไฟอ่อนหรือปรุงไม่นาน เนื้อปลาด้านในอาจยังไม่สุกทั่วถึง ตัวอ่อนพยาธิใบไม้ตับสามารถรอดชีวิตได้ จึงควรตรวจให้แน่ใจว่าปลาสุกทั้งชิ้น เจ็ด...“ปลาปิ้ง” ปลาปิ้งที่สุกเฉพาะด้านนอกแต่ด้านในยังดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ ยังคงมีความเสี่ยงต่อการติดโรคพยาธิใบไม้ตับ ควรปิ้งด้วยไฟที่เหมาะสมจนเนื้อปลาสุกทั่วถึงก่อนรับประทานแปด...“ลาบปลา” ลาบปลาหลายสูตรใช้เนื้อปลาดิบหรือเพียงลวกเล็กน้อย ทำให้ยังมีโอกาสพบตัวอ่อนพยาธิใบไม้ตับ การเติมเครื่องปรุงรสจัดหรือมะนาว ไม่สามารถฆ่าพยาธิได้ จึงควรเลือกลาบปลาที่ปรุงสุกเท่านั้นเก้า...“ปลาร้า” ปลาร้าเป็นอาหารหมักที่ได้รับความนิยม แต่หากกระบวนการผลิตไม่ได้มาตรฐาน ก็อาจยังมีตัวอ่อนพยาธิหลงเหลืออยู่ ควรนำปลาร้าไปต้ม ผัด หรือปรุงให้เดือดก่อนรับประทาน เพื่อความปลอดภัยสิบ...“แจ่วบอง” แจ่วบองบางสูตรใช้ปลาร้าหรือปลาหมักเป็นส่วนผสม หากรับประทานแบบไม่ผ่านความร้อน อาจมีความเสี่ยงได้รับตัวอ่อนพยาธิ การเลือกแจ่วบองที่ปรุงสุกหรือผ่านการต้มก่อน จะช่วยลดโอกาสการติดโรคพยาธิใบไม้ตับได้ คำถามสำคัญมีว่า...โรคพยาธิใบไม้ในตับอันตรายไหม มีวิธีรักษายังไง?คำตอบคือ...ความเสี่ยงของโรคพยาธิใบไม้ตับเกี่ยวข้องกับการรับประทาน “ปลาน้ำจืดดิบหรือสุกไม่ทั่วถึง” โดยเฉพาะในพื้นที่ที่พบการระบาดของพยาธิไลฟ์สไตล์ “ไทยรัฐออนไลน์” ย้ำว่า แม้เมนูปลาน้ำจืดพื้นบ้านหลายชนิดจะเป็นอาหารจานโปรดของใครหลายคน แต่หากปรุงไม่สุกหรือผ่านความร้อนไม่เพียงพอ เมนูอาหารข้างต้นเหล่านี้ อาจเป็นช่องทางสำคัญให้ “พยาธิใบไม้ตับ” เข้าสู่ร่างกายได้โรคพยาธิใบไม้ตับ ถือเป็นโรคที่อันตราย หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา เพราะตัวพยาธิจะอาศัยอยู่ในท่อน้ำดีของตับเป็นเวลานาน ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังของท่อน้ำดี ในบางรายอาจเกิดท่อน้ำดีอุดตัน ติดเชื้อในทางเดินน้ำดี และเพิ่มความเสี่ยงต่อ มะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงที่สุดโรคพยาธิใบไม้ตับระยะแรก มักไม่แสดงอาการ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย เช่น ท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้อง หรือรู้สึกร้อนบริเวณท้อง ทำให้หลายคนไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อ หากมีพยาธิสะสมมากขึ้น อาจเริ่มเบื่ออาหาร ปวดชายโครงขวา ตับโตและ...หากปล่อยไว้เป็นเวลานาน อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น การอักเสบของท่อน้ำดี หรือมะเร็งท่อน้ำดีได้“โรคพยาธิใบไม้ตับ” เป็นโรคที่พบได้ในหลายประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ สาเหตุเกิดจากการรับประทานปลาน้ำจืดดิบหรือสุกๆดิบๆ ที่มีตัวอ่อนของพยาธิปนเปื้อน เมื่อเข้าสู่ร่างกาย ตัวอ่อนจะเจริญเติบโตในท่อน้ำดีของตับ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับไม่น้อยกว่า 6 ล้านคน โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นพื้นที่ที่มีผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีสูงที่สุดในโลก ทั้งนี้ สาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมการกินอาหารสุกๆ ดิบๆ เช่น ลาบ ก้อย และส้มตำ (ปลาร้าดิบ)สถานการณ์การติดเชื้อปัจจุบันประชากรไทยยังคงมีความชุกของการติดเชื้อสูง โดยเฉพาะใน 29 จังหวัดพื้นที่เสี่ยง ครอบคลุมพื้นที่ในเขตภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือข้อมูลสะท้อนภาพความจริงอันน่าตกใจว่า ประชากรจำนวนไม่น้อยยังคงมีพฤติกรรมการบริโภค “ปลาเกล็ดขาว” แบบดิบๆ ซึ่งเป็นพาหะหลักของพยาธิใบไม้ตับ ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่จะไม่รู้ตัวว่าตัวเองมี “แขกไม่ได้รับเชิญ” อยู่ในตับ จนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายสิบปี เกิดการอักเสบเรื้อรัง...ทำลายเนื้อเยื่อซ้ำแล้วซ้ำเล่ากระตุ้นให้เป็น “มะเร็งท่อน้ำดี” เมื่อตรวจพบมักจะเป็นระยะลุกลามที่ยากต่อการรักษาแม้กระทรวงสาธารณสุขจะพยายามรณรงค์ “กินสุก สะอาด ปลอดพยาธิ” แต่อัตราการติดเชื้อในบางพื้นที่ยังคงสูงเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐาน โดยเฉพาะกลุ่มประชากรวัยทำงานที่ย้ายถิ่นฐานส่งผลให้การแพร่กระจายของไข่พยาธิผ่านระบบขับถ่ายลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม