จากการที่กระทรวงการคลัง ประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ลงทะเบียน โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 หลังให้ประชาชนลงทะเบียนและยืนยันสิทธิ วันที่ 4–21 มิ.ย.2569 ปรากฏมีผู้ผ่านคุณสมบัติ 9.5 ล้านคน และมีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ โดนตัดสิทธิ 9.3 ล้านคน จากผู้ลง ทะเบียนขอใช้สิทธิทั้งหมด 18.82 ล้านคนสำหรับผู้ที่ผ่านเกณฑ์ในการพิจารณาจะสามารถใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.2569 ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์พิจารณาคุณสมบัติ สามารถยื่นขอ อุทธรณ์ได้ ถึงวันที่ 31 ก.ค.นี้ ทางเว็บไซต์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ https://welfare.mof.go.th แอปพลิเคชันทางรัฐ แอปพลิเคชันเป๋าตัง และธนาคารของรัฐ 5 แห่งทั้งนี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง ระบุถึงกรณีมีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์มากกว่า 9 ล้านคน ว่าเพราะรัฐบาลปรับระบบการคัดกรอง นำข้อมูลผู้ลงทะเบียนไปตรวจสอบกับฐานข้อมูลของรัฐ เช่น รายได้ การเสียภาษี การถือครองที่ดิน รถยนต์ คัดกรองผู้ที่ไม่จนจริงออกไป แต่ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ยังสามารถอุทธรณ์ได้ขณะที่ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ชี้ว่ารัฐบาลวางแผนที่จะลดจำนวนผู้ที่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพราะตั้งงบฯไว้น้อย จึงต้องการลดจำนวนผู้ถือบัตรสวัสดิการฯให้เหลือ 9–10 ล้านคน เลยปรับเกณฑ์ให้เข้มงวดมากขึ้น แต่การลดจำนวนด้วยวิธีนี้ ทำให้คนที่ยากจนจริง และเดือดร้อนจริง กลับต้องตกหล่นโดยเฉพาะบางเกณฑ์ฐานข้อมูลไม่ถูกต้อง ก็กลายเป็นคุณสมบัติไม่ผ่าน เช่น คนไม่มีรถก็กลายเป็นมีรถ ซึ่งไม่ใช่ของตัวเอง แต่อาจมีคนเอาชื่อไปสวมสิทธิ หรือมอเตอร์ไซค์ที่มีเกิน 1 คัน ถ้าลูกเอาชื่อไปซื้อ คุณสมบัติก็ไม่ผ่าน หรือบางกรณีที่ดินที่ตัวเองคิดว่าไม่มี ก็กลายเป็นมีที่ดินเกิน 10 ไร่ ทำให้ถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรวมถึงกรณีนักเรียน นักศึกษาในกลุ่มคนทำงานที่มาเรียนต่อในระบบ สกร. เพื่อปรับวุฒิการศึกษา ไม่ผ่านคุณสมบัติ เพราะมีหลักเกณฑ์ว่านักเรียน นักศึกษาในระบบปกติ ไม่มีสิทธิรับบัตรสวัสดิการฯ จึงเหมารวมนักเรียน สกร.โดยไม่แยกแยะว่าเป็นคนยากจน หรือผู้ใช้แรงงานที่มาเรียนต่อ ทำให้นักเรียน สกร.จำนวนมากจะขอลาออก เพื่อรักษาสิทธิการที่กระทรวงการคลังเปิดให้ผู้ที่ถูกตัดสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ยื่นเรื่องขอตรวจสอบข้อมูล แก้ไขข้อคลาดเคลื่อนให้เป็นไปตามข้อเท็จจริงเพื่อรักษาสิทธิ ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ทัั้งนี้ การที่รัฐบาลเน้นตัดสิทธิคนที่ไม่ยากจนจริงเป็นเรื่องดี แต่ก็ไม่ควรทำให้คนที่ยากจนจริงๆ ต้องเสียสิทธิโดยไม่ชอบธรรม จากเหตุเพราะฐานข้อมูลภาครัฐคลาดเคลื่อน.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม