ศัพท์ที่ 5 ในหนังสืออักษรศัพท์พินิจฉัย (สถาพรบุ๊คส์ พิมพ์ พ.ศ.2567) “คนบ้าฆ่าคนไม่ผิด” ในทางกฎหมาย เราพอจะเข้าใจกันบ้างแล้ว แต่คำว่า “บ้า” ในทาง “อักษร” มีความหมายมากมายหลายนัยอ่านๆไปแล้วจะรู้เอง เราก็เป็นหนึ่งในคนบ้าพวกนั้น...เหมือนกัน“บ้า” หนึ่งหมายถึงเสียสติ วิกลจริต สติฟั่นเฟือน “บ้า” หมายถึงมัวเมาหรือหลงใหลในสิ่งนั้นๆจนเกินปกติ เช่น บ้ากาม บ้ายศ บ้าผู้หญิง“เป็นบ้า” หนึ่งหมายถึงเสียจริต วิกลจริต “เป็นบ้า” หนึ่งหมายถึงอย่างยิ่ง เช่น สวยอย่างยิ่ง สวยเป็นบ้า“บ้าๆ” หมายถึงแผลงๆแตกต่างไปจากปกติ เช่น พูดบ้าๆ ทำบ้าๆ เล่นบ้าๆ“บอ” หมายถึงเกือบบ้า ใกล้จะเป็นบ้า ครึ่งบ้าครึ่งดี ตัวอย่างจากโรเมโอจูเลียต... “เพราะไอ้การรักผู้หญิงอย่างเหลวไหลก็เหมือนคนบอ ที่วิ่งโขยกไปมาเพื่อตุ๊กะตาเข้าซุกในรู...”“บ้าใบ้” หมายถึงบ้าๆบอๆ สติไม่สมบูรณ์ ตัวอย่างจากบทละครนอกเรื่องสังข์ทอง...“อันผัวลูกสาวน้อยของเราไซร้ เป็นเงาะป่าบ้าใบ้ทรพล...”“บ้าลำโพง” หมายถึงบ้าเพราะกินเมล็ดลำโพง มีอาการพูดพล่าม หมายความว่าพูดโผงผาง ตึงตัง แสดงกิริยาโมโหโกรธา ตัวอย่างจากบทละครนอกเรื่องคาวี...พูดจาบ้าลำโพงโป้งไป คนอะไรใครบ้างอย่างนี้...“บ้าโหล่” หมายถึงนิสัยมุทะลุ ห้าวหาญบ้าบิ่น ผิดปกติวิสัย เรียกพวกนิสัยเช่นนี้ว่าพวก “บ้าโหล่” “บ้าพลัง” ภาษาแสลงหมายถึงทำอย่างจริงจัง โดยไม่เห็นแก่เหน็ดแก่เหนื่อย“บ้าสมบัติ” หนึ่งหมายถึงที่เห็นอะไรๆเป็นของมีค่าไปหมด “บ้าสมบัติ” หนึ่งหมายถึงที่ชอบสะสมสิ่งของต่างๆไว้มากจนเกินความจำเป็น เรียกสิ่งของเหล่านั้นว่า “สมบัติบ้า”สำนวน “บ้าห้าร้อยจำพวก” หมายถึงบ้ามากมายหลายประเภทสำนวน “อย่าถือคนบ้า อย่าซาคนเมา” หมายถึงอย่าหาความคนที่มีสติไม่สมบูรณ์“ซา” หมายถึงเอาใจใส่ถือซา ภาษาถิ่นอีสานว่า “ซา” หมายถึงเอาใจใส่ ถือเป็นสำคัญตัวอย่างจาก เสียวสวาสดิ์...อย่าซาคนง่าว อย่ากล่าวติเตียนท่านลับหลัง อย่าซาผัวเมีย อย่าเปียไปก่อน อย่าซายังเด็ก อย่าขบเหล็กขบทองฯ อย่าด่าหมูซา อย่าด่าหมาเสียมีคำขู่ขวัญกันมานานว่า “คนบ้าฆ่าคนไม่ผิด” เพราะเมื่อพิสูจน์ได้ว่า “วิกลจริต” จริง ตามกฎหมายก็แค่ให้นำตัวไปรักษา แต่คนบ้ามีปัญญาวิปลาสเช่นเดียวกับคนเมา ก็ “คนเมา” ไม่ยอมรับว่าตนเมาเป็นเครื่องอยู่ ฉันใด“คนบ้า” ก็มีจิตคลาดเคลื่อนสามัญจรรยา ไม่บอกว่าตนบ้า ฉันนั้นคำถามคือ “คนดี” จะอยู่รอดปลอดภัยจาก “คนบ้า” ทั้ง “บ้าจริง” และ “บ้าบางเวลา” ได้อย่างไรประมวลกฎหมายโบราณของไทย พระไอยการลักษณะวิวาทด่าตีฟัน ที่ประทับตราสามดวงไว้เป็นสำคัญ มาตราหนึ่งกล่าวถึง “คนบ้า” และวิธีจำกัดเสรีภาพ “คนบ้า” ไว้อย่างน่าสนใจว่า“คนบ้าเข้าบ้านท่านตีฟันแทงจะไหมบ้าไซ้ ท่านว่ามิชอบ เพราะว่าบ้าหาตำแหน่งแบ่งสัจมิได้”คือคนบ้าฆ่าคนดีตายไม่อาจเอาผิดคนบ้าได้ ถ้าทำร้ายคนดีให้บาดเจ็บถึงแก่ชีวิตในที่สาธารณะ ก็ไม่อาจเอาผิดคนบ้าได้อีกอาจารย์ปรัชญา ปานเกตุ ให้ความรู้ทิ้งท้าย แม้กฎหมายเก่าจะระบุว่าตระลาการกระทำชำระขี้ขาด คดีคนวิกลจริตจิตวิปลาสไม่ต่างจากปัจจุบัน แต่ความตอนหนึ่งยืนยันว่าผู้เป็นใหญ่ในบ้านเมืองสมัยโบราณท่านเที่ยงธรรมท่านว่า “ให้โฆษณาแก่นครบาล...” ให้จับเอาตัวมันจำจองไว้ กว่าจะสิ้นกำม์หาได้ทำเป็นจับแล้วรีบ “ปล่อย” ให้ออกเดินลอยชายเล่นเช่นกลียุคนี้อาจารย์ปรัชญาเขียนเรื่อง คนบ้าฆ่าคนไม่ผิดไว้ตั้งแต่ 26 ต.ค.2565 ครับ ฉะนั้นวลี “กลียุคนี้” ก็คงไม่ได้หมายถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงเวลารัฐบาลนายกอนุทิน...ท่านแต่ประการใด.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม