สมาคมประกันวินาศภัยไทยขานรับมติ ครม. เดินหน้า “ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” มีผลคุ้มครองตั้งแต่ 1 ต.ค.69 ถึง 1 ต.ค.70 น้ำท่วมเสียหายได้สินไหมทดแทนสูงสุด 100,000 บาท ก้อนแรกจ่าย 1 หมื่นบาทโดยไม่ต้องประเมินความเสียหาย น้ำล้อมบ้านเกิน 7 วันได้ 10,000 บาท เสียชีวิตรับ 2 ล้านบาท ทุพพลภาพรับ 2 แสนบาท ส่วนคนที่ประสบภัยก่อน 1 ต.ค. 69 รัฐควักเงินหลวงเยียวยา นายกฯยืนยันกลางที่ประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ไม่มีพื้นที่ไหนที่เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไม่ถึง เผยหลายพื้นที่น้ำเริ่มลดแล้ว เร่งทุกหน่วยงานระดมกำจัดขยะหลังน้ำลดป้องกันปัญหามลพิษและสุขอนามัยหลายพื้นที่ในหลายจังหวัดทั่วประเทศและกรุงเทพมหานครยังต้องผจญกับน้ำท่วมขัง ล่าสุดนายกฯประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมเป็นวันที่ 2 ขอให้ทุกจังหวัดยังเฝ้าระวังสูงสุด แม้สถานการณ์หลายพื้นที่เริ่มดีขึ้น สั่งเคลียร์ขยะตกค้างดูแลสุขอนามัยประชาชนนายกฯประชุมติดตามน้ำท่วมเมื่อเวลา 08.10 น.วันที่ 1 ต.ค. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดมหาดไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. และผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้าร่วม รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเข้าร่วมผ่านระบบประชุมทางไกลเจอโจทย์ใหญ่ ไม่มีเวลาทดลองงานนายอนุทินกล่าวเปิดประชุมว่า วันนี้เป็นการประชุมต่อเนื่องเป็นวันที่สอง ก่อนอื่นขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่วันนี้ได้รับตำแหน่งใหม่ ขอให้ท่านปฏิบัติหน้าที่ด้วยความราบรื่นเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศและประชาชนและคงไม่มีเวลาทดลองงาน เข้ามาก็โดนโจทย์ใหญ่เลยและพร้อมที่จะเป็นกำลังสนับสนุนซึ่งกันและกัน จากที่ตนได้ลงไปในพื้นที่หลายแห่งยืนยันว่าไม่มีพื้นที่ไหนที่เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปไม่ถึง ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ประชาชน องค์กรภาคประชาสังคม จิตอาสาทั้งภาคเอกชน อาสาสมัครทุกภาคส่วนร่วมกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งทุ่มเทและเสียสละเพื่อดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ กำชับกำจัดขยะหลังน้ำลดนายกฯกล่าวอีกว่า วันนี้หลายพื้นที่สถานการณ์ดีขึ้น แต่ในหลายพื้นที่ยังคงต้องมีการเฝ้าระวังแม้ว่าฝนจะขาดช่วงไปแต่ยังมีเรื่องของการบริหารจัดการน้ำ การปล่อยน้ำ น้ำป่า น้ำหลาก ยังมีโอกาสเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นทุกจังหวัดต้องเตรียมความพร้อมในระดับสูงสุดอยู่ตลอดเวลา และขอเน้นย้ำทุกหน่วยงานต้องบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิด ความสำคัญสูงสุดยังคงเน้นที่ความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชนและการฟื้นฟูพื้นที่ที่สถานการณ์คลี่คลายแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้น้ำเริ่มลดแล้วและมีเรื่องขยะมูลฝอยที่ค้างคาอยู่ ด้านการบริหารจัดการขยะในหลายพื้นที่ต้องเร่งเพิ่มการทำงานให้มีประสิทธิภาพเข้าไป เพื่อป้องกันความไม่สะอาด กลิ่น และปัญหาสุขอนามัยชี้แจงประกันภัยพิบัติเพื่อ ปชช.จากนั้นเวลา 09.00 น. นายอนุทินประชุมคอนเฟอเรนซ์กับนายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน และแพทย์ประจำตำบล ในพื้นที่ อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ เพื่อมอบนโยบายโครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชนว่า วันนี้รัฐบาลได้ออกโครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน เป็นอีกก้าวสำคัญการยกระดับการดูแลและคุ้มครองประชาชนจากภัยพิบัติ สิ่งสำคัญไม่ใช่การให้ความช่วยเหลือภายหลังเกิดเหตุเท่านั้น แต่ต้องเตรียมความพร้อมและสร้างระบบหลักประกันที่สามารถรองรับความเสียหายไว้ล่วงหน้า โครงการดังกล่าวให้ความคุ้มครองภัยธรรมชาติ 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ครอบคลุมทั้งความเสียหายต่อที่อยู่อาศัย การสูญเสียชีวิตและกรณีทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวรคุ้มครอง 1 ต.ค. 30 ล้านครัวเรือนสำหรับความคุ้มครองที่อยู่อาศัยกรณีเกิดอุทกภัย ความเสียหายเบื้องต้น 10,000 บาท ไม่เกิน 90,000 บาท วาตภัยความเสียหายเบื้องต้น 5,000 บาท ไม่เกิน 95,000 บาท แผ่นดินไหวความเสียหายเบื้องต้น 5,000 บาท ไม่เกิน 95,000 บาท กรณีเกิดภัยน้ำล้อมที่อยู่อาศัยจนไม่สามารถดำรงชีวิตตามปกติติดต่อกันเกิน 7 วัน จะได้รับค่าชดเชย 10,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ส่วนกรณีเสียชีวิตจากภัยที่อยู่ในความคุ้มครอง จะได้รับผลประโยชน์ 2 ล้านบาทต่อคน เริ่มคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 ครอบคลุมครัวเรือนทั่วประเทศประมาณ 30 ล้านครัวเรือนเร่ง ปชส.ให้ประชาชนรับรู้สิทธินายอนุทินกล่าวว่า โครงการนี้เป็นการนำกลไกของระบบประกันภัยและภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกระจายความเสี่ยง ช่วยให้ภาครัฐสามารถวางแผนรองรับความเสียหายจากภัยพิบัติ และบริหารจัดการทรัพยากรของประเทศอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เป็นอีกก้าวหนึ่งของการยกระดับการบริหารจัดการภัยพิบัติของประเทศ จากการช่วยเหลือเมื่อเกิดความเสียหายไปสู่การเตรียมความพร้อม และบริหารความเสี่ยงไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ ขอให้ทุกคน โดยเฉพาะ ผวจ. นายอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อบจ. เทศบาล อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล และสารวัตรกำนัน ร่วมประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของโครงการ เพื่อแจ้งสิทธิให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึงและสามารถเข้าถึงสิทธิและประโยชน์จากโครงการนี้ได้อย่างเต็มที่ต้องรับสิทธิทั่วถึงไม่ตกหล่นนายอนุทินกล่าวอีกว่า สิ่งเหล่านี้จะทำให้ประชาชนลดความกังวล เมื่อเกิดเหตุใดก็ตามประชาชนจะได้รับการบรรเทาความเสียหาย ขอให้ ผวจ. และนายอำเภอศึกษาเงื่อนไขในกรมธรรม์ให้เข้าใจอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อสามารถนำไปชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจได้ง่าย ตนยืนยันว่าจะดำเนินการให้ประชาชนได้รับสิทธิอย่างทั่วถึงและไม่ตกหล่นแน่นอน กรมธรรม์ดังกล่าวจะให้ความคุ้มครองปีต่อปี ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2569 ถึงวันที่ 1 ต.ค.2570 ไม่ได้ทำแค่ปีเดียวแต่จะทำปีต่อปี ขอให้ทุกคนสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าจะได้รับความคุ้มครองจากประกันภัยพิบัติและเข้าถึงการชดเชยได้อย่างรวดเร็ว ก่อน 1 ต.ค.ใช้ พ.ร.บ.ปภ.เยียวยาต่อมาเวลา 09.50 น.นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงโครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมก่อนวันที่ 1 ต.ค. แล้วยังคงท่วมอยู่จะเข้าเงื่อนไขหรือไม่ว่า อันนี้จะได้รับการเยียวยาภายใต้ พ.ร.บ.ปภ. สำหรับประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชนจะครอบคลุมเหตุที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. เมื่อถามว่านับจากวันเริ่มเกิดเหตุใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าจะนับเป็นภัยพิบัติแบบครั้งๆ อย่างกรณีที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 ต.ค. เราต้องใช้งบประมาณตามกฎหมายป้องกันภัย แต่โครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชนถือว่าดีกว่าเพราะจะครอบคลุมเป็นกรณีๆด้วยเป็นครั้งๆด้วย โดยมีเงื่อนไขตามที่กฎหมาย ปภ.กำหนด“เจเศรษฐ์” แจงเงื่อนไขคุ้มครองด้านนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชนว่า เหตุการณ์ที่ต่อเนื่องอยู่จะไม่เข้าหลักเกณฑ์ประกันภัย คนที่จะเข้าหลักเกณฑ์ประกันภัยจะเริ่มเวลา 00.01 น. ของวันที่ 1 ต.ค. โดยใช้การยืนยันจากภาพถ่ายดาวเทียม วันที่ 30 ก.ย. มีการถ่ายภาพถ่ายดาวเทียมของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (จิสด้า) ตีเส้นไว้เรียบร้อยแล้ว ประกันภัยตรงนี้จะได้รับการคุ้มครองที่รวดเร็วกว่าและชัดเจนกว่า ประชาชนสามารถรู้ตัวเลขได้ชัดเจนว่าได้รับการเยียวยา 10,000 บาทแน่ๆ จะได้วางแผนใช้เงินตรงนี้อย่างไร ส่วนการซ่อมแซมบ้านเรือนจะใช้วิธีเหมาจ่าย โดยจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. ยกตัวอย่างหากน้ำสูง 50 เซนติเมตร จะได้รับการเยียวยา 10,000 บาท โดยไม่ต้องมานั่งสำรวจความเสียหายอีกต่อไปa วงเงินสูงสุด 7.5 หมื่นล้านบาทสำหรับหลักเกณฑ์ของประกันภัยนั้นหากจังหวัดประกาศพื้นที่ภัยพิบัติหรือประสบภัยจริงจะเข้าหลักเกณฑ์เลยไม่จำเป็นต้องถ่ายภาพ โดยจะได้รับเงินภายใน 15 วัน และครอบคลุมเหตุน้ำล้อมด้วย ตรงนี้ใช้เวลาในการเจรจานานมากและโครงการนี้ยังครอบคลุมบ้านเรือนที่ไม่มีบ้านเลขที่ด้วย ต่างจากการเยียวยาก่อนหน้านี้ที่กรมการปกครองจะสำรวจตามบ้านเลขที่เป็นหลักและประกันภัยจะเยียวยาครอบคลุม 30 ล้านครัวเรือน โดยมีวงเงินคุ้มครองสูงสุด 7.5หมื่นล้านบาท หากเกินยอดตรงนั้นไปแล้วรัฐบาลจะเป็นผู้เยียวยาโดยหลักเกณฑ์เดียวกันกับประกันสมาคมประกันขานรับมติ ครม.ด้านสมาคมประกันวินาศภัยไทยขานรับมติ ครม. เดินหน้า “ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” นายสมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย แถลงว่า กรมธรรม์ดังกล่าวมีผลความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2569 ถึงวันที่ 1 ต.ค.2570 ความ เสียหายที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 ต.ค.2569 และความเสียหายที่เกิดจากมวลน้ำที่มีอยู่เดิม จะไม่ได้รับความคุ้มครอง แต่ประชาชนยังคงได้รับการเยียวยาจาก ภาครัฐตามปกติ โดยความคุ้มครองจากระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ประชาชนได้รับความคุ้มครองทั้งทรัพย์สิน และชีวิต ดังนี้ 1.ความคุ้มครองความเสียหายต่อบ้านอยู่อาศัย ได้แก่ บ้านที่มีบ้านเลขที่ ตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนราษฎร ที่พักอาศัยที่สภาพความเป็นบ้านแต่ไม่มีบ้านเลขที่ แต่ได้รับการรับรองว่าเป็นสิ่งปลูกสร้าง ที่มีคนอยู่อาศัยประจำ ที่กรมการปกครองสำรวจเพิ่มเติมและสิ้นสุดเมื่อวันที่ 15 ก.ย.2569คุ้มครองสิ่งปลูกสร้าง+เฟอร์ฯบิลต์อินนายสมพรกล่าวต่อว่า กรมธรรม์นี้ให้ความคุ้มครองเฉพาะความเสียหายของสิ่งปลูกสร้างและสิ่งติดตั้งตรึงตรา (เฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน) ไม่รวมเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว เครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น แอร์ โทรทัศน์ พัดลม หรือเครื่องใช้เครื่องตกแต่ง โดยครอบคลุมความเสียหายที่เกิดจากภัยพิบัติ 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย (น้ำท่วม รวมถึงน้ำท่วมอันเกิดจากลมพายุ น้ำป่า และโคลนถล่ม) วาตภัย (ลมพายุ รวมถึงฟ้าผ่า) แผ่นดินไหว หรือภูเขาไฟระเบิด หรือคลื่นใต้น้ำ หรือสึนามิ ขณะที่ จำนวนความคุ้มครองตามกรมธรรม์นี้สำหรับสิ่งปลูกสร้างและสิ่งติดตั้งตรึงตราสำหรับบ้านแต่ละหลัง มีดังนี้ กรณีอุทกภัย (น้ำท่วม รวมถึงน้ำท่วมอันเกิดจากลมพายุ น้ำป่า และโคลนถล่ม) บ้านอยู่อาศัยที่ได้รับความเสียหาย จะได้รับค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น 1 หมื่นบาทโดยไม่ต้องรอการประเมินความเสียหายให้แล้วเสร็จ และได้รับค่าเสียหายเพิ่มเติม หลังจากประเมินความเสียหายที่แท้จริง แต่ไม่เกิน 9 หมื่นบาท รวมวงเงินสูงสุด 1 แสนบาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือนเสียชีวิตได้ 2 ล้านทุพพลภาพได้ 2 แสนนายกสมาคมประกันวินาศภัยไทยกล่าวอีกว่า กรณีบ้านที่ไม่ได้รับความเสียหาย แต่มีน้ำล้อมสิ่งปลูกสร้างอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบให้ผู้ที่อยู่อาศัยประจำไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ ติดต่อกันเกินกว่า 7 วันขึ้นไป จะได้รับค่าสินไหมทดแทน 1 หมื่นบาทต่อหลังคาเรือน กรณีคนไทยเสียชีวิตจากภัยที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครอง ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย หรือแผ่นดินไหว จะได้รับค่าชดเชยกรณีเสียชีวิต 2 ล้านบาทต่อคน ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ โดยจ่ายให้แก่ทายาทโดยธรรม กรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุที่เกิดจากภัยพิบัติ จะได้รับ 2 แสนบาทต่อคน “ชัชชาติ” ยันไม่ยกเลิกแก้มลิงที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงกรณีดราม่าการยกเลิกโครงการแก้มลิงว่า ไม่ได้ยกเลิกโครงการพระราชดำริ แต่แก้มลิงเป็นหนึ่งในแนวคิดด้านการป้องกันน้ำท่วมที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระ ราชทานไว้ มีแนวทางสำคัญ 5 เรื่อง ได้แก่ การทำเขื่อนกั้นน้ำ การทำทางลัดน้ำและอุโมงค์ การปรับปรุงลำคลองและสภาพน้ำ การทำคันกั้นน้ำและการทำแก้มลิง แนวคิดแก้มลิงยังคงนำมาใช้ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีบึงหรือพื้นที่รับน้ำอยู่แล้ว สามารถพัฒนาและเชื่อมโยง เข้ากับระบบระบายน้ำของ กทม. เช่น บึงหนองบอน รวมถึงพื้นที่ฝั่งตะวันตกก่อนลงทะเลบริเวณบาง ขุนเทียน เป็นแก้มลิงขนาดใหญ่ที่มีระบบน้ำหลักรองรับ ส่วนพื้นที่บึงกุ่ม หากมีพื้นที่รองรับอยู่แล้ว กทม.จะเน้นพัฒนาให้เกิดประโยชน์ ทั้งการขุดลอกคลองและเชื่อมโยงกับระบบระบายน้ำ โดยมองว่าแนวพระราชดำริไม่ได้มีเพียงแก้มลิง แต่ยังมีแนวทางอื่น ที่สามารถนำมาประกอบกันได้ ทั้งการทำทางลัดน้ำ การปรับปรุงคลอง และการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่พิจารณาด้านเทคนิคตามสภาพพื้นที่นายชัชชาติกล่าวว่า สำหรับพื้นที่ที่เป็นประเด็น หากดำเนินโครงการตามรูปแบบเดิมจะมีมูลค่าการเวนคืนและพัฒนาระบบรวมประมาณ 11,000 ล้านบาท ขณะที่การใช้แนวทางอื่น เช่น การขุดลอกและปรับปรุงคลอง หรือทำทางลัดน้ำและอุโมงค์ สามารถใช้งบประมาณน้อยกว่าและเหมาะสมกับสภาพพื้นที่มากกว่า จึงเป็นการพิจารณาด้านเทคนิคไม่ใช่การยกเลิก แนวพระราชดำริ ส่วนข้อกล่าวหาว่าการยกเลิกโครงการ เป็นการเอื้อประโยชน์ให้เอกชนนั้น ไม่เป็นความจริง หากพื้นที่เอกชนมีความเหมาะสมและต้องใช้เป็นแก้มลิง กทม. ก็ต้องเวนคืนและจ่ายค่าที่ดินให้เจ้าของอยู่ดี จึงไม่มีเหตุผลที่จะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้เอกชน การนำเรื่องดังกล่าวไปเชื่อมโยงว่าเป็นการต่อต้านหรือยกเลิกโครงการพระราชดำริเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน กทม. ยังคงน้อมนำแนวพระราชดำริด้านการบริหารจัดการน้ำมาปรับใช้ โดยเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และเกิดประโยชน์สูงสุดดราม่าถูกปลดแล้วแต่นายกฯเมื่อถามถึงกรณีที่มีเสียงจากประชาชนบางส่วนเรียกร้องให้นายกฯปลดออกจากตำแหน่งผู้ว่าฯกทม. นายชัชชาติกล่าวว่า อันนี้ก็แล้วแต่ท่านนายกฯ ไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น เมื่อถามว่าท้อใจหรือไม่ นายชัชชาติกล่าวว่า ไม่เป็นไร เราก็ทำเต็มที่ แต่ตนมองว่าเรื่องที่ไปดราม่าเชื่อมโยงกับโครงการพระราชดำริ ต้องย้ำว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องเลย เราดูตามเทคนิคเป็นหลัก อะไรดีเราก็ทำ เมื่อถามย้ำว่าเสียงสะท้อนของประชาชนที่สะท้อนว่าอยากให้ปลดออกเนื่องจากการรับมือปัญหาน้ำท่วมในครั้งนี้ กทม. มีข้อผิดพลาดเยอะ นายชัชชาติกล่าวว่าเรื่องนี้ก็เคารพความเห็นทุกคน ตนคิดว่ามีคนทั้งชอบไม่ชอบ แต่ทุกคนบอกได้ ก็คงแล้วแต่ท่านนายกฯว่าจะปลดไม่ปลด แต่ว่าเราตอบได้ทุกคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วเราทำอะไรอยู่กทม.เปิดยื่นเยียวยาออนไลน์เวลา 11.00 น. ที่ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร สำนักการระบายน้ำ น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยหลักเกณฑ์และขั้นตอนการยื่นขอรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ กทม. ได้ปรับกระบวนการยื่นขอรับความช่วยเหลือผ่านระบบออนไลน์ เตรียมเปิดให้ดาวน์โหลดแบบคำร้อง กรอกรายละเอียดความเสียหาย แนบภาพถ่ายหลักฐาน สำเนาบัตรประชาชน และข้อมูลบัญชีธนาคาร รวมถึงเอกสารที่เกี่ยวข้องส่งผ่านระบบออนไลน์ คาดว่าจะเปิดระบบได้ภายในช่วงเย็นวันที่ 2 ต.ค.และจะประกาศรายละเอียดเอกสารที่ต้องใช้ให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจนอีกครั้ง กรณีที่ต้องขอข้อมูลเพิ่มเติม กทม.จะประสานประชาชนผ่าน SMS และยังสามารถเดินทางไปยื่นเรื่องที่สำนักงานเขตได้ สำนักงานเขตสามารถรับเรื่องไว้ดำเนินการได้เช่นกันปรับเพิ่มเพดานเงินช่วยเหลือรองผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า ได้ปรับเพดานเงินช่วยเหลือให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความเสียหายภายใต้ระเบียบกระทรวงการคลังและหลักเกณฑ์ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อาทิ ค่าวัสดุซ่อมแซมบ้าน กรณีบ้านเสียหายทั้งหลัง เดิมจ่ายไม่เกิน 49,500 บาท ปรับเพดานเป็น 88,600 บาท ค่าที่พักชั่วคราว กรณีผู้ประสบภัยต้องย้ายออกไปพักอาศัยที่อื่นจ่ายไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือน (ไม่เกิน 2 เดือน) ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพและเงินทุน เดิมจ่ายไม่เกิน 11,900 บาท ปรับเป็นไม่เกิน 13,500 บาทต่อครัวเรือน ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกจ่ายตามจริงไม่เกิน 2,000 บาทต่อราย ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยในจ่ายตามจริงไม่เกิน 4,000 บาทต่อราย เงินปลอบขวัญกรณีบาดเจ็บ 2,300 บาทต่อราย ตามหลักฐาน ค่าจัดการศพผู้เสียชีวิต ปรับขึ้นเป็นไม่เกิน 35,700 บาทต่อราย ค่าดำรงชีพเบื้องต้นสำหรับกรณีบ้านเสียหายทั้งหลังหรือเสียหายบางส่วน อยู่ที่ประมาณ 1,900—3,800 บาท ตามระดับความเสียหายและหลักเกณฑ์ที่กำหนดอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่