ผมจดจ่ออยู่กับคำพยากรณ์ของโหรอุตุฯที่ว่า พฤศจิกายน หรือเดือน 11 ปีนี้ จะเกิดภาวะที่เรียกซุปเปอร์เอลนิโญ เจ้าเอลนิโญเคยเจอแล้วร้อนมาก ปีนีมีคำซุปเปอร์นำหน้า...แสดงว่าจะร้อนมหาวินาศเขียนคำวินาศไปแล้วก็มาคิดเอง มันจะร้อนสักแค่ไหนกันเชียว?หนังสือเล่มใกล้มือ ชื่อเห่เรือและเรือพระราชพิธี มาจากไหน? (สุจิตต์ วงษ์เทศ เขียน นาตาแฮก พิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ.2562) ผมเปิดอ่านไปเรื่อยๆถึงบทที่ 6 เดือน 11 แข่งเรือไล่น้ำ ให้น้ำลด ไม่ท่วมข้าวจนตายชื่อเรื่องก็บอกเดือนนี้เรามีน้ำมากนี่นา! แล้วคนไทยเราจะกลัวร้อนกลัวแล้งอะไรนักหนา!อ่านไปถึงตอนสุจิตต์ วงษ์เทศ เขียนเพียงพิธีกรรมแข่งเรือเพื่อเสี่ยงทาย มนุษย์ย่อมจะยังไม่มีความมั่นใจว่าจะปลอดภัยเพียงพอ จะเอาความแน่นอนจากธรรมชาติย่อมเป็นไปไม่ได้ จึงจำต้องวิงวอนร้องขอต่อไปอีกวิธีแสดงความสุภาพอ่อนน้อมดีที่สุดทางหนึ่ง การไหว้ดีพลีถูก ต่อบรรดาปวงผี ผีดง ผีถ้ำ ผีป่า ผีน้ำ ฯลฯ หรือเจ้าดง เจ้าถ้ำ เจ้าป่า เจ้าน้ำ หรือเทพยดาอารักษ์ ผู้มีฤทธิ์อำนาจปราศจากขอบเขตเหนือน่านน้ำและที่ได้รับการยกย่องให้เป็นเทพีหรือ “แม่” คือ “แม่น้ำ” พิธีกรรมลดชุดลอยโคมลงน้ำก็เกิดขึ้นมากระทำบำเรอพลีกรรมด้วยความอ่อนน้อมจนถึงที่สุดแล้ว ถ้ายังไม่บังเกิดผลดีตามที่คาดหวังก็เห็นจะต้องใช้ “ไม้แข็ง” คือพิธีการที่แข็งกร้าวกันบ้างเรียกพิธีกรรมนี้ว่า ไล่เรือ ไล่น้ำ ฟันน้ำ เพืิ่อให้น้ำลดลงเร็วที่สุด กฎมณเฑียรบาลเรียกไล่เรือ ส่วนทวาทศมาสเรียกไล่ชล ที่หมายถึง ไล่น้ำพิธีไล่เรือ ไล่ชล หรือไล่น้ำ ทำที่บางขดาน โคลงทวาทศมาส ระบุตำบลย่านที่ทำพิธีไล่น้ำ ชื่อบางขดาน มีเอกสารระบุว่าอยู่ใต้ขนอนหลวงวัดโปรดสัตว์ ที่แห่งนี้ เมื่อ พ.ศ.2129 สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเคยยกทัพมาตั้งค่ายมีปรากฏในพระราชพงศาวดารว่า “ครั้งนั้น เสด็จออกไปประชุมพลทั้งปวง ณ บางกะดาน เถิง ณ วันพฤหัสบดี ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 3 เพลาอุษาโยค เสด็จพยุหยาตราจากบางกะดาน ไปตั้งทัพ ณ ชายเคือง แล้วเสด็จไปละแวกครั้งนั้น ได้ช้างม้าผู้คนมากในกำสรวลสมุทรเขียนว่า “จากมามาแกล่ไกล้ บางขดานขดานราบคือขดานดอกไม้” เพราะบริเวณนั้นเป็น “ดินสะดือ” หมายถึงมีน้ำวนเป็นเกลียวลึกลงไป ถือเป็นเขตศักดิ์สิทธิ์ของแม่น้ำเป็นทางลงบาดาลของนาค ต้องทำพิธีกรรมกล่อมวิงวอนร้องขอต่อ “ผี” คือนาคที่บันดาลให้เกิดน้ำนี่เองเป็นที่มาของ “เห่เรือ” เพื่อไล่น้ำ หรือวิงวอนขอให้น้ำลดลงเร็วๆแต่บันทึกของนิโคลาส แชร์แวส ระบุว่า สมเด็จพระนารายณ์ เสด็จไปประกอบพระราชพิธีฟันน้ำ เพื่อมิให้น้ำท่วมมากขึ้น เรื่องพิธีกรรมฟันน้ำ ในบันทึกของฝรั่งเศสนี้ดูแล้วไม่น่าเชื่อ แต่ก็คงจะต้องเชื่อเพราะมีคำบอกเล่าในลักษณะตำนานและนิทานจดไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในคำให้การขุนหลวงหาวัดว่าพระนารายณ์ทรงมีบุญญาภินิหารและมีอิทธิฤทธิ์มาก วันหนึ่ง เสด็จทรงเรือพระที่นั่งเอกชัยในเวลาน้ำขึ้น รับสั่งว่าให้น้ำลด แล้วทรงพระแสงฟันลงไป น้ำก็ลดลงตามพระราชประสงค์คำบอกเล่าดังกล่าวนี้น่าเชื่อถือและใช้อธิบายได้ว่า พิธีกรรมฟันน้ำนี้มิได้แสดงความอ่อนน้อมร้องขอแต่เพียงด้านเดียว แต่ยังแฝงไว้ด้วยลักษณะ “แกมบังคับ” หรือ “บงการ” อย่างแข็งกร้าวทีเดียวความแข็งกร้าวของพิธีไล่เรือ ไล่น้ำ และฟันน้ำ จะได้ผลหรือไม่? น้ำจะลดลงไปจริงหรือไม่?นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะสาระสำคัญอย่างหนึ่งอยู่ที่การ “ผ่อนคลาย” เมื่อผ่านพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์แล้ว ก็สบายใจแล้วผมอ่านมาถึงตรงนี้รู้สึกดีขึ้นมาก ไม่กลัวมันแล้ว เจ้าซุปเปอร์เอลนิโญจะมาไม้ไหน?กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม