ต้นปี 2569 สถิติจำนวนคดี “ฉ้อโกงออนไลน์” แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ประเภทข่มขู่ทางโทรศัพท์เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตรวจสอบผ่านระบบแจ้งความออนไลน์ Thaipoliceonline ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบคดีลักษณะนี้เกิดขึ้นกว่า 630 คดี สร้างความเสียหายมากกว่า 120 ล้านบาท พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. และ ผอ.ศปอส.ตร. พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. และรอง ผอ.ศปอส.ตร.พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่ง พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท. พ.ต.อ.นิธิ ตรีสุวรรณ รรท.ผกก.2 บก.ปอท. จับกุม นายสุเมธ อายุ 38 ปี และ นายเศรษฐวิชญ์ อายุ 34 ปีตามหมายจับศาลอาญาขยายผลสืบสวนคดีคนร้ายอ้างเป็นตำรวจ สภ.เมืองเลย โทรศัพท์ไปข่มขู่ผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกระทำผิดความผิด หลอกให้โอนเงินเข้า “บัญชีม้า” ที่เตรียมไว้ ศูนย์ ACSC บริษัทโทรคมนาคม สถาบันการเงินต่างๆศปอส.ตร.เปิดปฏิบัติการจับผู้ต้องหาในเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์โทร.หลอกเหยื่อ 3 ราย ยึดเครื่องซิมบ็อกซ์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก ขยายผลพบเครือข่ายฟอกเงินทำหน้าที่ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินอำพรางเส้นทางการเงินพบการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนร้ายมีการนำเงินที่ได้จากเหยื่อซื้อสินค้าห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ เหล้า เบียร์ บุหรี่ และสินค้าบริโภคทั่วไป ซึ่งจำหน่ายต่อได้ง่าย และมูลค่าราคาสินค้าไม่ได้ลดลงมากนำไปส่งขายร้านค้าทั่วไปราคาต่ำกว่าท้องตลาด เปลี่ยนสภาพเงิน ตัดตอนเส้นทางตรวจสอบนายเศรษฐวิชญ์ รับสารภาพว่า เป็นนายทุนคนไทยติดต่อกับบอสชาวจีน เป็นตัวแทนนำเงิน “บัญชีม้า” สแกนจ่ายค่าสินค้าตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ นายสุเมธ ประสานสั่งซื้อสินค้า รับสินค้า นำไปจำหน่ายต่อให้ร้านค้าทั่วไป นำเงินสดส่งมอบให้บอสชาวจีน ได้รับค่าดำเนินการ 5 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายทั้งหมดเพื่ออำพรางที่มาของเงินสกปรก.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.th คลิกอ่านคอลัมน์ “เลขที่1 วิภาวดีฯ” เพิ่มเติม